บทที่ 10 อวดดี

EP.10

“ทำไมมันยังไม่โล่งหัวเนี่ย ค่อยเป็นอีกตอนถึงห้องได้ไหม แล้วจะกลับยังไงจะโทรให้ใครมารับได้บ้างเนี่ย”บีลีฟพึมพำกับตัวเองเบาๆ เธอยังคงมีอาการมึนหัวอยู่เล็กน้อย  จากการที่เป็นลมหมดสติไป ฟื้นมาแล้ววิธีที่ดีที่สุดคือการนอนพักไปก่อนไม่ควรลุกมาอย่างนี้ แล้วเธอก็ไม่รู้จะเอาไงต่อ รถเธอก็จอดอยู่ที่บริษัท ไม่รู้ว่าจะกลับคอนโดอย่างไรเพราะนี่ก็มืดแล้ว ครั้นจะโทรหาแสตมป์ให้มารับในสถานที่แบบนี้ก็คงไม่เหมาะ กลัวแสตมป์จะสงสัยเอาได้

บีลีฟตัดสินใจนั่งพักที่โซฟาหน้าห้องของพายุก่อน เอาสำลีที่ชุบแอมโมเนียมาสูดดมอีกครั้งพรางเปิดดูรายชื่อในโทรศัพท์ว่าจะขอความช่วยเหลือใครได้บ้าง

“มานั่งทำอะไรตรงนี้”

บีลีฟที่กำลังจดจ่ออยู่กับโทรศัพท์สะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินน้ำเสียงดุดันของใครบางคนเอ่ยถามเธอ อีกทั้งมือหนาของเขาก็จับที่ไหล่เธอ เธอเลื่อนสายตามองมือหนาก่อนเงยหน้าขึ้นมามองและสะบัดมือนั้นออกจากไหล่ตัวเองไป

“ฉันชานนท์ลูกน้องคุณพายุ เธอคงเป็นเด็กฝึกงานที่ชื่อบีลีฟใช่ไหม หน้าเธอซีดดีนะ ประทับใจที่นายฉันให้เธอดูโชว์ต้อนรับเธอไปเมื่อตอนเย็นละสิ เป็นลมขนาดนี้แปลว่าประทับใจมาก อยู่กับนายก็ต้องเห็นอะไรแบบนี้บ้างจะได้ชิน”

ลูกน้องกับเจ้านายก็คงเหมือนกันแม้กระทั่งปาก  บีลีฟถอนหายใจออกมาด้วยความเอือมระอาไม่อยากเถียงอะไรออกไป เธอรู้แค่ว่าไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้วเธอจะลุกหนีแต่ก็โดนฝ่ามือหนากดไหล่ไว้ไม่ให้ลุก

“ไม่ต้องลุก นั่งนี่แหละเดี๋ยวเป็นลมไปอีก ไม่ต้องอวดดี”

เมื่อต่อว่านักศึกษาสาวไปอย่างนั้น ชานนท์ก็ไม่รอช้ารีบเดินไปเปิดประตูเข้า ชะโงกหน้าตะโกนเข้าไปในห้องพายุ“นายครับมีคนใกล้ตายอวดดีครับ”

"ฉันไม่ตายง่ายๆหรอก ไม่ต้องห่วง"บีลีฟตะโกนบอกคนในห้องอีกเสียง

“หึ อวดดี ทำเป็นเก่งแต่สุดท้ายก็ไปต่อไม่ไหวจะมาเป็นลมอ่อยลูกน้องฉันให้ไปส่งบ้านหรอ นางเอกนิยายน้ำเน่าสุดๆ”เสียงกระแนะกระแหนดังมาแต่ไกลก่อนที่จะพายุเดินออกมาจากห้องด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างคนอารมณ์ดีแต่คำพูดยังคงจิกกัดบีลีฟอยู่เหมือนเดิม

“ฉันไม่ได้อ่อยใคร ฉันแค่นั่งพัก แต่ถ้าไม่ช่วยก็เงียบปากได้มั้ย พูดจาอะไรให้เกียรติกันบ้าง ปากอย่างคุณไม่น่าอยู่มาถึงอายุขนาดนี้ได้เลย น่าจะตายๆไปซะตั้งนานแล้ว ไม่มีศัตรูบ้างหรอ อยากให้พวกเขา…”

“ถ้าเธอไม่อยากมีชีวิตแค่ยี่สิบสองปีก็เข้าห้องไป ใครใช้ให้มาพูดเรื่องเป็นเรื่องตายแบบนี้”ไม่ทันที่บีลีฟจะก่นด่าจบ พายุก็ตวาดลั่นขึ้นมาเพื่อออกคำสั่งเธอ เขาเองก็ไม่พอใจที่เธอพูดจาไม่ดีใส่

“ฉันจะกลับห้อง”บีลีฟยังคงหนักแน่นเหมือนเดิมว่าไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว

“งั้นฉันไปส่ง ไม่ต้องกลัวหรอกว่าฉันจะรู้ที่อยู่เธอ ฉันรู้กระทั้งหมายเลขห้องเธอและไม่ต้องกลัวว่าวันนี้ฉันจะทำอะไรเธอหรอก ฉันไม่ข่มขืนศพ สภาพแบบนี้ฉันก็เอาไม่ลงเหมือนกัน”พายุตวาดออกมาอีกครั้งเมื่อบีลีฟไม่ยอมทำตามคำสั่ง

สายตาดุดันคาดคั้นคำตอบคนตรงหน้าว่าเขารู้ที่อยู่ของเธอได้ยังไงแต่ก็ได้กลับมาแค่ใบหน้าบึ้งตึงเป็นคำตอบให้เธอ อีกทั้งพายุยังกำข้อมือเธอไว้แน่นแล้วให้เธอเดินตามมาขึ้นรถสปอร์ตคันหรูของตัวเอง ก่อนที่เขาจะสตาร์ทรถออกและมุ่งหน้าไปยังคอนโดของเธอ

@คอนโดบีลีฟ

เมื่อรถสปอร์ตคันหรูมาจอดหน้าคอนโดมีเนียมหรูที่บีลีฟพักอาศัยอยู่ บีลีฟปลดสายเข็มขัดนิรภัยอย่างเร่งรีบ เอื้อมมือจะเปิดประตูออกไปแต่พายุก็รั้งแขนเธอไว้ เธอถอนหายใจออกมาด้วยความเอือมระอาและหันมาส่งสายตาตำหนิเขาเบาๆ “อะไรอีก”

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันมารับ ไปทำงานพร้อมกัน”

“ไม่ต้อง คุณกับฉันไปทำงานพร้อมกันมันเป็นภาพที่ดูไม่ดี เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าฉันใช้เส้นสายเข้ามาฝึกงานกับคุณ ฉันไม่ชอบเป็นขี้ปากคนอื่น”ไม่ได้เพียงแค่กลัวคำนินทาว่าร้ายแต่เธอไม่อยากไปกับเขาก็เท่านั้น

“เธอก็รู้อยู่แก่ใจว่าเธอไม่ได้ใช้เส้นแต่เธอใช้….”พายุลากเสียงยาวพรางส่งสายตาเจ้าเล่ห์มองจุดสงวนของบีลีฟ มือหนาจะจับไปที่หน้าอกของเธอ แต่เธอก็ไหวตัวทัน สะบัดมือออกไปก่อน

บีลีฟผลักไหล่พายุไปอย่างแรง รีบเปิดประตูรถออกแล้วปิดมันอย่างแรงด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่รีบหนีขึ้นคอนโดไป

วันต่อมา

“ไม่มาสักทีเนี่ย สายแน่เลยคนก็เยอะ”บีลีฟจิ๊ปากด้วยความหงุดหงิด เธอรอแท็กซี่หน้าคอนโดอยู่นานแต่ก็มีผ่านมาน้อย อีกทั้งช่วงเช้าเวลาใกล้ทำงานผู้คนก็ต่างมายืนรอกันมากมาย ทำให้มันช้าจนเธอหงุดหงิด ถ้าเธอไม่ได้จอดรถทิ้งไว้ที่บริษัทเธอคงขับรถไปทำงานเอง เธอจำได้ว่าพายุจะมารับแต่เธอไม่อยากไปกับเขา จึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาแสตมป์เนื่องจากแสตมป์ก็อยู่ไม่ห่างจากเธอมากนัก รอสายไม่นานแสตมป์ก็รับ

“แกมารับฉันหน้าคอนโดหน่อยสิ”

(อ้าว รถแกไปไหนอ่ะ)

“จอดอยู่ที่บริษัท”

(แล้วเมื่อวานแกกลับคอนโดยังไงอ่ะ)

“เออช่างเถอะ มาเร็วๆเลยเดี๋ยวสาย”บีลีฟเผลอทำน้ำเสียงหงุดหงิดใส่คนปลายสายที่ถามมากมายเพราะไม่อยากบอกว่ามากับใคร

(แหนะ ทำมาเป็นวีนแกก็คงมีผู้ชายมาส่งล่ะสิ ลำบากเพื่อนต้องไปรับอีก โอเคเดี๋ยวจะรีบไป)

แสตมป์กดวางสายไปและรีบขับรถไปหาบีลีฟหน้าคอนโด บีลีฟรอไม่นานจนรถคันหรูมาจอดตรงหน้าเธอ ตามมาด้วยเสียงบีบแตรสองสามครั้งก่อนที่ผู้เป็นเจ้าของรถจะลดกระจกลงเล็กน้อย“แกขึ้นรถ เร็ว”

บีลีฟรีบขึ้นรถมาและปิดกระจกให้เรียบร้อย แสตมป์ก็ออกรถทันที ระหว่างทางไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกัน แสตมป์ไม่ติดใจอะไรกับการที่บีลีฟให้มารับเพราะบีลีฟมีคนมารับมาส่งบ่อย แต่แค่แปลกใจว่าครั้งนี้ทำไมถึงไม่มารับด้วย

ครืด ครืด

เสียงโทรศัพท์ของบีลีฟดังขึ้นรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูทันทีชื่อพายุปรากฏบนหน้าจอทำให้อารมณ์ไม่ดีขึ้นมาทันที เธอจึงกดตัดสายไปและเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเหมือนเดิม

“ใครโทรมา ไม่รับล่ะ”

“คุณพายุอ่ะ คงโทรตามแหละมั้ง ยังไม่ถึงเวลางานเลย ตามอยู่ได้ ตามเป็นเจ้ากรรมนายเวรเลย”บ่นออกมาด้วยความหงุดหงิด

“งั้นฉันรีบเลย เจ้านายแกน่าจะดุนะ”แสตมป์เหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วรถให้มากกว่าเดิมเพื่อไปให้ถึงที่หมายโดยเร็ว เพราะกลัวว่าบีลีฟจะโดนดุเรื่องไปสาย 

@บริษัทภาสกร

“แกรีบลงไปเลย เดี๋ยวฉันไปหาที่จอดรถ ขอให้รอดจากการโดนด่านะ บ๊าย บาย”แสตมป์มาจอดรถหน้าตึก เพื่อให้เพื่อนรักสะดวกมากขึ้น บีลีฟไม่ได้ตอบอะไรกลับเธอหันมาโบกมือลาเพื่อนรักและลงจากรถอย่างเร่งรีบ

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาอีกหลายครั้ง บีลีฟหยิบมันขึ้นมาดูแต่ก็ไม่ได้รับสาย ก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาก็เห็นว่ามันเหลือเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลางาน ถึงจะเป็นอย่างนั้นเธอก็เร่งฝีเท้าเดินเข้าตึกไปอย่างรวดเร็ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป