บทที่ 11 เอาแต่ใจ
EP.11
ลิฟต์เลื่อนมาหยุดที่ชั้นสามสิบ เมื่อก้าวเท้าออกจากลิฟต์ บีลีฟก็รู้สึกวิตกกังวลว่าจะผ่านแปดชัวโมงในการทำงานนี้ไปยังไง เธอเดินออกมาแล้วมาหยุดหน้าประตูห้องทำงานของพายุ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อผ่อนคลายความกังวลของตัวเองก่อนจะดันประตูเข้าห้องไป
เมื่อเข้าห้องทำงานพายุมาภายในห้องยังมืดสนิทเครื่องปรับอากาศก็ยังไม่ถูกเปิดใช้งานอีกทั้งพายุก็ไม่อยู่ในห้องนี้
“เอ้า ถ้ายังไม่มาแล้วโทรตามทำไมเนี่ย”บีลีฟบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ เธอประหลาดใจเล็กน้อยที่มันไม่ได้ตรงกับที่เธอคิดไว้ว่าเขาจะแกล้งให้เธอรีบมาเร็ว แต่เธอก็ไม่ได้สนใจนัก เดินเข้าไปเปิดไฟ เปิดเครื่องปรับอากาศ และไปนั่งที่โต๊ะทำงานตัวเอง เปิดคอมพิวเตอร์แล้วนั่งทำงานของตัวเองไป
พายุเดินเข้าห้องทำงานมาทีหลังบีลีฟสิบนาที เขาเปิดประตูเข้ามาด้วยความหงุดหงิด ทันทีที่เข้าห้องมาก็พุ่งตรงมาที่โต๊ะทำงานบีลีฟ
“คุณ ฉันว่าจะทำวิจัยฝึกงานเรื่อง…อื้อออ”
ยังไม่ทันที่บีลีฟจะพูดอะไรต่อ พายุก็ดึงตัวเธอขึ้นมาจากเก้าอี้แล้วก็ลากมาที่โต๊ะทำงานของเขาเองให้เธอนอนราบไปกับโต๊ะ มือข้างหนึ่งบีบไหล่เธอไว้แน่น อีกข้างขย้ำหน้าอกขนาดใหญ่ของเธอไปพร้อมๆกัน
“เป็นบ้าอะไรอีกล่ะ”
“ใครใช้ให้เธอขัดคำสั่งฉัน ฉันบอกว่าจะไปรับเธอก็คือไปรับเธอ แล้วฉันโทรหาเธอก็ไม่รับโทรศัพท์ฉันอีก ปล่อยให้ฉันรอเธอเป็นชั่วโมง แบบนี้มันใช้ได้หรอ แล้วยังให้คนอื่นมาส่งอีกด้วย เธอกล้าดียังไงมาขัดใจฉัน”พายุตวาดลั่นด้วยความไม่พอใจ เขาเอาแต่ใจเขาไม่ชอบรอใคร และไม่ชอบคนที่ขัดใจหรือขัดคำสั่ง ทุกคนต้องทำตามความต้องการของเขาเท่านั้น
“ฉันก็บอกไปแล้วไงว่าฉันไม่อยากมากับคุณ วันนี้ฉันให้เพื่อนมาส่ง คุณจะอะไรนักหนากับเรื่องแค่นี้ คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับชีวิตฉันขนาดนี้ จะให้มารับมาส่งมันก็เรื่องของฉัน ฉันไม่อยากให้คุณมารับมันก็เรื่องของฉัน ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉันอีกนั่นแหละ อย่าสาระแนให้มาก ฉันยอมทำตามคำสั่งคุณแค่ในเวลางานเท่านั้น นอกนั้นเราต่างคนต่างอยู่”
“แล้วเธอมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน!”น้ำเสียงดุดันตวาดลั่นออกไปอีกครั้งที่บีลีฟพยายามเถียงและก่นด่ามา
“ไอ้บ้า ปล่อย!”บีลีฟพยายามดีดดิ้นแต่ก็ไม่สามารถหลุดออกไปได้
“เธอรู้อะไรมั้ยว่าการที่เธอทำแบบนี้ เธอขัดใจฉัน มันทำให้ฉันโมโหมาก แล้วถ้าฉันโมโหเนี่ย ฉันทำให้เธอไม่ผ่านการฝึกงานได้นะ”
“หรอ คิดว่าขู่แค่นี้แล้วจะกลัวหรอ งั้นก็ทำเลย คิดว่าฉันอยากทำงานกับคุณมากมั้ง ที่อยู่ตรงนี้ก็ไม่ได้พอใจเท่าไรหรอก ทำได้ก็ทำเลย เร็วๆด้วยนะอยากไปจากที่นี่ใจจะขาดแล้ว”
“หึ”พายุครางในลำคอเบาๆ ก่อนจะปล่อยบีลีฟให้เป็นอิสระและเดินมานั่งที่เก้าอี้ที่โต๊ะทำงาน บีลีฟจึงลุกขึ้นมาจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อยและจะเดินไปที่โต๊ะทำงานตัวเอง
“เธอคิดว่ามันง่ายขนาดนั้นเลยหรอ คิดว่าจะจบแค่นี้หรอ ฉันมีอำนาจมากพอที่จะแบนเธอได้ ถึงเธอจะไม่ได้ฝึกงานกับฉันต่อ แต่ก็จะไม่มีที่ไหนรับเธอเข้าทำงานด้วย หรือแม้แต่มหาลัยเธอ ถ้าฉันไม่พอใจเธอฉันสามารถยกเลิกทุนทั้งหมดที่พ่อฉันให้มหาลัยเธอได้ และจะเรียกเงินคืนจากเด็กพวกนั้นด้วย บ้านเธอค่อนข้างมีฐานะ เธอคงไม่ต้องการเงินพวกนี้สินะ แต่คนที่เขาต้องการใช้เงินก็ต้องมาซวยเพราะเธอคนเดียวเนี่ยนะ และอีกอย่างพ่อแม่ของเธอก็คงซวยไปอีกคน บริษัทที่พ่อเธอสร้างมามากกว่าสามสิบปี ฉันสามารถทำให้มันหายไปได้ในพริบตาเดียวเลยนะ คิดดูซิบีลีฟ เธอคนเดียวจะทำซวยทั้งจักรวาลเลยนะ”
บีลีฟหยุดชะงักไปเมื่อได้ยินคำพูดในเชิงข่มขู่ของพายุ เธอหันมาส่งสายตาหาพายุในเชิงตำหนิ แต่ก็ได้กลับมาเพียงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่แสดงออกมา มันทำให้เธอยิ่งโกรธมากขึ้นและเดินกลับมาหาเขาที่โต๊ะ“เป็นบ้าอะไรอีก ต้องการอะไรอีก”
“ไม่ได้ต้องการอะไร เป็นประโยคบอกเล่า อยากไปก็ไปซิ ไปเลย!”พายุประชดประชันออกไป
บีลีฟพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เธอกำหมัดแน่นด้วยความโกรธเคือง คำพูดของพายุในเชิงประชดประชันและคำขู่มันเป็นการบังคับเธออยู่ดีว่าเธอไม่สามารถไปไหนได้“แปลว่าฉันต้องยอมคุณสินะ คุณต้องการอะไรจากฉันก็ว่ามา”
“ทำตามคำสั่งฉันทุกอย่าง เริ่มจากอมให้ฉันจนกว่าฉันจะอารมณ์ดีขึ้น”
“ไม่ มันเกี่ยวอะไรกัน”บีลีฟส่ายใบหน้าไปมากับคำสั่งลามกของพายุ หากว่าแค่ทำงานหรือทำตามคำสั่งอย่างอื่นมันคงไม่ยากเท่าไร แต่เธอลืมคิดเรื่องนี้ไปเลยว่ามันจะเกิดขึ้นอีก
“ก็แล้วแต่นะ ถ้าเธอเห็นแก่ตัว ที่พูดไปไม่ได้บังคับหรอกนะ มันอาจเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้แล้วแต่อารมณ์ฉัน แต่ตอนนี้ฉันอารมณ์ไม่ดีเท่าไร เธอว่าฉันจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดีล่ะ”
“ก็ได้ ฉันยอมก็ได้”บีลีฟจำใจตอบตกลงไปเพราะไม่อยากให้ใครมาได้รับผลกระทบไปด้วย
พายุแสยะยิ้มออกมาเมื่อทุกอย่างมันเป็นไปตามความต้องการของเขา “ถ้าฉันเซ็นเอกสารทั้งสามที่เธอให้ฉันมาให้เธอไป เมื่อลายเซ็นต์ฉันมันไปอยู่ในนั้นแล้ว แปลได้โดยอัตโนมัติว่าฉันเป็นหัวหน้างานเธอโดยสมบรูณ์ และต่อจากนี้เธอต้องทำตามคำสั่งฉันโดยที่เธอเป็นคนเต็มใจทำมันเอง ตกลงมั้ย”
“อือ”บีลีฟครางในลำคอแทนการลั่นวาจา พรางยกมือมาเขี่ยน้ำตาที่หางตาออกไป
พายุหยิบเอกสารบันทึกการฝึกงานของบีลีฟขึ้นมา และหยิบปากการาคาแพงตวัดเขียนลายเซ็นต์ตัวเองลงไป
เขาวางปากกาลง ปิดเอกสารเอาไว้อย่างเดิมเและเก็บมันไว้ที่ลิ้นชักใต้โต๊ะ ถอดสูท ปลดเนคไท ปลดสายเข็มขัดและค่อยๆถอดอาภรณ์ท่อนล่างออก
บีลีฟลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ เธอปาดน้ำตาตัวเองออกไปอีกครั้งด้วยความหงุดหงิดที่ทำอะไรกับคนอย่างพายุไม่ได้ เธอค่อยๆนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าเก้าอี้ที่พายุนั่งอยู่และมองไปที่กลางหว่างขาของเขา “ทำไม่เป็น”น้ำเสียงห้วนปนสะอื้นไห้บอกออกไป
“ไม่เป็นไรค่อยๆเรียนรู้กันไป ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด ค่อยๆทำเดี๋ยวก็ทำได้เอง ไม่งั้นมันคงไม่มีการฝึกงานที่ทำให้เธอต้องมาเรียนรู้การทำงานเพื่อไปใช้ในชีวิตจริงหรอก ทำไม่ได้ก็แค่ต้องทำบ่อยๆ เดี๋ยวมันก็เป็นเอง นี่ก็เหมือนกัน”พายุแสยะยิ้มออกมา สองมือของเขาลูบไปที่ศรีษะเธอ สางผมเธอแล้วสอดนิ้วเรียวยาวไปขยุ้มกลุ่มผมดกดำของเธอ จับให้เข้ามาใกล้ส่วนนั้นของเขามากขึ้น
การเปรียบเทียบของพายุไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นสักเท่าไรแต่เธอก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ มีเพียงแค่ใบหน้าที่แสดงความไม่พอใจออกไปเท่านั้น
“เริ่มจากลองเลียมันดูก่อนซิ”
บีลีฟสูดลมหายใจเข้าลึกๆอีกครั้ง กลั้นใจขยับเข้าไปใกล้ๆมากขึ้น ก่อนที่จะค่อยๆใช้ลิ้นตวัดโลมเลียไปที่แก่นกายขนาดใหญ่สองสามครั้ง เพียงแค่นี้ก็ทำให้แก่นกายขนาดใหญ่ผงาดแข็งชันขึ้นมา
