บทที่ 13 ภาพลวงตา

EP.13

เมื่อถูกปล่อยให้เป็นอิสระ บีลีฟก้มมองหน้าอกขนาดใหญ่ที่แดงช้ำด้วยความหงุดหงิด การกระทำป่าเถื่อนของพายุมันทำให้แสบสะท้านไปทั้งตัว

เธอนอนอยู่อย่างนั้นอีกสักพักแล้วค่อยๆลุกขึ้นมา เอาทิชชู่มาทำความสะอาดใจกลางสาวแบบลวกๆ ก่อนที่จะหยิบเสื้อผ้าของเธอที่กระจัดกระจายอยู่ที่พื้นมาสวมใส่ให้มิดชิดและเข้าไปทำความสะอาดตัวเองในห้องน้ำต่อ

เมื่อทำความสะอาดตัวเสร็จเธอเดินออกมาหน้ากระจก หยิบเครื่องสำอางที่หยิบมาด้วยเอามาปกปิดร่องรอยทั่วตัว

“โคตรทุเรศเลย”เธอยืนมองสภาพตัวเองหน้ากระจก   รวบผมที่ยุ่งเหยิงให้เรียบร้อย แล้วกำหมัดแน่นด้วยความหงุดหงิด เธอไม่พอใจกับทุกสิ่งทุกอย่างที่พายุยัดเยียดให้เลย เป็นอีกครั้งที่เธออยากจะกรี๊ดออกมาแต่ก็เกรงใจสถานที่จึงต้องเก็บความอัดอั้นนั้นไว้

บีลีฟเดินกลับเข้ามาในห้องทำงานของพายุ เธอไม่มีกระจิตกระใจทำงานต่อ เธอหยิบกระเป๋าสะพายมาแล้วเดินออกจากห้องทำงานไป

“บีลีฟ!”ลิฟต์เลื่อนมาจอดที่ชั้นหนึ่ง เมื่อบีลีฟก้าวเท้าออกจากลิฟต์ได้สองสามก้าวก็ได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นเคยเรียกชื่อเธอ เธอหันไปตามเสียงนั้น ก่อนจะเดินไปหาเพื่อนสาวของเธอที่ล็อบบี้

“แกจะไปไหนเนี่ย”

“ว่าจะกลับบ้าน พอดีมีธุระนิดหน่อย”

“คุยกันก่อนแปปหนึ่งสิ นี่ปลายฝนเพื่อนใหม่ฉัน ปลายฝนนี่บีลีฟที่เล่าให้ฟัง”แสตมป์ชี้ไปที่ปลายฝน เพื่อนใหม่ของเธอที่ฝึกงานแผนกเดียวกัน และแนะนำให้ทั้งสองคนรู้จักกัน

“ยินดีที่ได้รู้จัก นั่งก่อนสิ”

บีลีฟนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆกับปลายฝนตามคำเชิญของเธอ“เช่นกันนะ”บีลีฟส่งยิ้มให้

“บีลีฟไปกินข้าวเที่ยงกับพวกเราก่อนมั้ย พอดีหัวหน้าแผนกจะเลี้ยงต้อนรับพวกเราอ่ะ”

“บ้า ไปได้ไงอ่ะ แผนกพวกแกมันไม่เกี่ยวกับฉันนี่”

“ไปเถอะ หัวหน้าแผนกใจดี แค่พี่เลี้ยงขอให้เลี้ยงต้อนรับแค่ฉันกับฝน หัวหน้าก็ยกกันไปเลี้ยงทั้งแผนกเลย เป็นการต้อนรับที่อบอุ่นมาก พี่เลี้ยงฉันชื่อเฟิร์นได้คุยกันมาสองวันเริ่มสนิทกันละ เขาสอนงานดี เป็นกันเองมาก ใจดี ฉันเล่าเรื่องแกให้เขาฟังด้วยเขาก็บอกให้ชวนแกไปด้วยได้ ไปเปล่า”แสตมป์เล่าให้บีลีฟฟังด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างคนมีความสุขพรางเขย่าแขนคะยั้นคะยอบีลีฟอีกรอบ

บีลีฟยิ้มแหยๆ และส่ายใบหน้าไปมาเป็นคำตอบ“หรอ ยินดีด้วยนะ ที่มีพี่เลี้ยงดี แกโคตรโชคดีเลย”บีลีฟรู้สึกอิจฉาแสตมป์ขึ้นมาทันที คนเพอร์เฟคอย่างบีลีฟไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะต้องมาอิจฉาคนอื่นกับเรื่องเล็กน้อยแบบนี้

“เราอิจฉาแกมากเลยที่แกได้ฝึกงานกับบอส  ใครก็อยากทำงานกับคนเพอร์เฟคอย่างบอสกันทั้งนั้น แกโชคดีมากเลยรู้มั้ย ที่แย่งชิงตำแหน่งเด็กฝึกงานของบอสไปได้”ปลายฝนที่นั่งฟังอยู่นานแทรกขึ้นมา

“มันไม่ได้น่าอิจฉาขนาดนั้นหรอก ไม่มีอะไรน่าอิจฉาเลยด้วย”

“แกรู้ป่ะ บอสเขาเป็นไอดอลฉันเลยนะ ได้ยินพี่ๆในแผนกเม้าท์บอสมา เพอร์เฟคทุกอย่าง ทัศนคติดี  หล่อ รวย นิสัยดี เก่ง หนุ่มนักเรียนนอก เป็นที่ชื่นชอบของพี่ๆในแผนกฉันมาก คือเขาน่ารักดีนะ และที่สำคัญโสดสนิทอ่ะ  แล้วอีกอย่างฉันว่าฉันคุ้นหน้าเขามากเลยเหมือนเคยเห็นที่ไหนแต่ก็จำไม่ได้ สงสัยจะเป็นเนื้อคู่กันเมื่อชาติปางก่อน”

ใบหน้าของแสตมป์ที่ยิ้มแย้มออกมาอย่างมีความสุขในขณะที่เอ่ยชื่นชมพายุมันทำให้บีลีฟโมโห เธอสะอิดสะเอียนกับคำสรรเสริญเยินยอพวกนั้นมาก“แกรู้ป่ะ ภาพที่พวกแกเห็นมันเป็นแค่ภาพลวงตา เขาไม่ได้ดีขนาดนั้นหรอก”

น้ำเสียงดุดันที่ก่นด่าและสายตาแข็งกร้าวของบีลีฟที่แสดงออกมามันทำให้ทั้งสองคนงุนงงเล็กน้อย อีกทั้งหลายคนที่อยู่ตรงนั้นก็หันมามอง แต่บีลีฟก็ไม่ได้สนใจ ลุกออกจากโต๊ะแล้วเดินออกไปจากตึกทันที

บีลีฟเดินกลับมาที่รถและหยิบโทรศัพท์ส่งข้อความหาพายุสั้นๆว่า ‘ลา’ แล้วเธอก็ขับรถกลับบ้านไปเพื่อไปตั้งหลักใหม่ว่าจะเอายังไงต่อไป

@บ้านบวร

รถเคลื่อนเข้ามาในโรงจอดรถของที่บ้าน บีลีฟลงจากรถและรีบเดินเข้าไปในบ้าน

“เจ๊! มาไมเนี่ย ไม่ฝึกงานหรอ” บีลีฟสะดุ้งเฮือกเมื่อ บรู๊คลิน น้องชายฝาแฝดของเธอเดินเข้ามาทางด้านหลังและมาเขย่าไหล่เธอโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว

“ไอ้บ้าบรู๊ค ตกใจหมด”บีลีฟหันไปตีแขนบรู๊คลินไปเบาๆ “พอดีมีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อยก็เลยกลับบ้าน แล้วแกอ่ะ กลับบ้านมาทำไม”

“พอดีรถไฟชนกันหลายขบวนจัดก็เลยหนีกลับบ้านแม่งเลย เซ็งจัดๆ คนหล่อก็งี้แหละ”

บีลีฟเบ้ปากกับคำยกยอชื่นชมตัวเองของบรู๊คลิน ก่อนที่ใบหน้าของเธอจะกลับมาบึ้งตึงเหมือนเดิม

“มีเรื่องไม่สบายใจอะไรก็เล่ามา อยากเสือก ปกติคนอย่างเจ๊ไม่สบายใจก็ต้องออกตี้แล้วไม่ใช่กลับมาบ้านแบบนี้นะ”สีหน้าของบีลีฟที่ไม่สู้ดีนักมันทำให้บรู๊คลินรู้ได้ทันทีว่ามันต้องเป็นเรื่องใหญ่

บรู๊คลินเอาแขนคล้องคอบีลีฟไว้ แล้วเปิดประตูเดินเข้าห้องบีลีฟไปพร้อมกับเธอ ก่อนที่จะกระโจนลงเตียงไป และบีลีฟก็เข้ามานั่งบนเตียงเดียวกันพร้อมกับเล่าให้บรู๊คลินฟัง

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”บรู๊คลินขำออกมาดังลั่นเมื่อบีลีฟเล่าให้ฟังว่าเจอกับพายุได้ยังไง

“ขำบ้าอะไรของแก คนกำลังซีเรียสนะ”มือเรียวตีไปที่แขนของบรู๊คลินอีกครั้ง พร้อมกับส่งสายตาตำหนิเขาไป

“เจ๊ มึงเสียตัวครั้งแรกด้วยวิธีที่โง่มาก มึงเหมือนคนพึ่งหัดแรดอ่ะ มึงไม่รู้จริงๆหรอว่าผู้ชวนแดกเหล้าในห้องวีไอพีสองต่อสองมันจะเกิดอะไรขึ้นอ่ะ มึงต้องไปเรียนวิชาหัดแรดหนึ่งศูนย์หนึ่งใหม่ละนะ มึงกากมากอีเจ๊”

“ไอ้บ้าบรู๊ค ฉันให้แกมาช่วยหาทางออกไม่ใช่ให้ซ้ำเติม”บีลีฟก่นด่าพร้อมกับเขย่าตัวบรู๊คลินไปแรงๆ

“แล้วไงต่อเล่ามาดิ อยากฟังเรื่องตลกต่ออ่ะ”

บีลีฟจิ๊ปากด้วยความหงุดหงิดกับท่าทีของบรู๊คลินพร้อมกับเล่าเรื่องของเธอกับพายุให้บรู๊คลินฟังทั้งน้ำตา

“เชี่ยแม่ง กูขำไม่ออกแล้วนะไอสัส ให้กูไปต่อยมันเลยมั้ย”บรู๊คลินกำหมัดแน่นด้วยความโกรธเคือง อารมณ์เดือดดาลขึ้นมาทันทีที่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นทำอะไรกับพี่สาวตัวเองบ้าง

“นี่อย่าทำตัวกากเหมือนกันดิ ไปก็ได้โดนมันฆ่ายกครอบครัวเอาหรอก ฉันแค่อยากรู้ว่าฉันควรเอาไงต่อไปดี”

“เอางี้มั้ยเจ๊ ให้กูใส่วิก เราสองคนหน้าตาเหมือนกัน กูใส่วิกแล้วเหมือนมึงเลย เดี๋ยวกูไปทำงานแทนมึงเอง”บรู๊คลินพูดพร้อมกับจับผมบีลีฟมาแปะที่ศรีษะตัวเองไปด้วย

“ไอ้บรู๊ค! ไม่ตลก”บีลีฟตีแขนบรู๊คลินไปด้วยความหมั่นไส้

“ก็กูไม่อยากให้มึงเครียดไง”บรู๊คลินทำหน้าสลดลงเมื่อบีลีฟก่นด่า เขาเองก็ไม่รู้จะทำยังไง แต่ก็ไม่อยากให้บีลีฟเครียด เขาเข้ามาสวมกอดบีลีฟ มือหนาลูบแผ่นหลังเพื่อปลอบประโลมเธอ “คนอย่างบีลีฟ ไม่เคยยอมคนง่ายๆ ถ้ามันบังคับเจ๊ให้อยู่กับมัน เจ๊อย่ายอมให้มันได้ประโยชน์จากเจ๊ฝ่ายเดียว เจ๊ต้องได้ประโยชน์จากมันมาบ้าง อย่างเช่นนั่งเฉยๆก็ผ่านฝึกงานได้ หรืออะไรก็แล้วแต่  เล่นสงครามประสาทกับมัน มันทำให้เจ๊ปวดประสาทเท่าไร เจ๊ก็ทำให้มันปวดประสาทมากขึ้นเท่านั้น กลับไปกลับมามันอย่างนี้แหละ มันแก่แล้วให้เส้นเลือดในสมองแตกตายไปเลย ถ้ามันบังคับเจ๊มีอะไรด้วยอีกเจ๊ก็งัดไม้เด็ดมาใช้ให้มันหัวใจวายตายไปเลยนะ แล้วถ้ามันบังคับให้อมกล้วยมันอีก ก็กัดให้ขาดคาปากไปเลย”

“นี่ฉันได้อะไรจากแกจริงๆหรอบรู๊ค”บีลีฟเอือมระอากับคำพูดของบรู๊คลินและผลักเขาออกไป ยิ่งคิดว่าต้องร่วมหลับนอนกับพายุอีกก็ทำใจไม่ได้แล้ว

“ได้ดิ  ปากเจ๊อาวุธชั้นดี กัดมันให้ขาดอาวุธร้ายมันก็หายไป หรือจะด่ามันก็ได้ เจ๊ปากร้ายอยู่แล้วนี่หรือว่ากรี๊ดอัดให้แก้วหูแตกไปเลยดีป่ะ”

“ฉันว่าฉันมีวิธีที่ดีกว่านั้น”บีลีฟบ่นพึมพำเมื่อคิดอะไรดีๆออก “คนอย่างบีลีฟไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆหรอก แกกับฉันจะได้เห็นดีกันแน่ ไอ้สารเลว”

“เจ๊ นี่พูดคนเดียวแบบนางร้ายในละครหลังข่าวป่ะเนี่ย”

บีลีฟจิ๊ปากอย่างหงุดหงิดที่โดนบรู๊คลินหยอกล้อ เธอจะลุกจากเตียงแต่ก็ถูกบรู๊คลินดึงเข้ามาสวมกอดอีกครั้ง “กูอยู่ตรงนี้ มีอะไรก็บอกกูได้”

“เออ แกอย่าพึ่งบอกป๊ากับม๊านะ ไม่อยากให้เขาเป็นห่วง”

“เค กูจะเก็บมันไว้คนเดียวให้จุกอกตายไปเลย”

“ขอบใจแกมาก”

“ให้อยู่เป็นเพื่อนมั้ย”

“ไม่ต้องอ่ะ ว่าจะทำงานต่อ จะได้ไม่ต้องเอาเรื่องไร้สาระมาใส่ใจ”

“เอาว่ะ ต้องแบบนี้สิ โลกสอนให้บีลีฟเข้มแข็งแล้วว่ะ”

ทั้งสองคนฉีกยิ้มออกมาพร้อมกันกับคำพูดของบรู๊คลิน หลายครั้งที่การให้ใจกำลังแบบกวนประสาทของเขามันทำให้เธอยิ้มออกมาได้

เมื่อบรู๊คลินเดินออกไปจากห้องบีลีฟก็นั่งทำใจให้สงบสักพัก ก่อนจะนั่งทำบทนำวิจัยและส่งอีเมลไปให้พายุตรวจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป