บทที่ 14 หมาจนตรอก
EP.14
สัปดาห์ต่อมา
วันแถลงข่าว
บีลีฟเดินเข้ามาในห้องแถลงข่าวชั้นยี่สิบเก้า มาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวประธานบริษัทคนใหม่ เธอมาในชุดนักศึกษารัดรูป ผมสีน้ำเงินเทาหม่นที่พึ่งไปทำมาใหม่ก็ถูกจัดในทรงเวทลุค(wet look) ใบหน้าแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางราคาแพง แต่งจัดเต็มในลุคสายฝอ ทั้งตัวของเธอประดับประดาไปด้วยเครื่องประดับแบรนด์หรู การแต่งตัวของเธอไม่ได้ถูกระเบียบในแบบที่นักศึกษาฝึกงานควรจะเป็น
เธอเดินเข้ามาในโซนที่จัดให้สำหรับนักศึกษาฝึกงานนั่งและมานั่งที่เก้าอี้ตรงกลางระหว่างแสตมป์กับปลายฝน
“ไอลีฟแกทำไมแต่งตัวงี้ล่ะ เมื่อวานพี่แพรก็แจ้งไปแล้วนะว่าวันนี้เราต้องเข้าร่วมงานแถลงข่าว นี่อะไรแต่งตัวยังกับมาเดินแฟชั่นโชว์”
“ต่อไปนี้ฉันจะมาทำงานในลุคแบบนี้ทุกวัน ฉันเป็นผู้หญิงของบอส ยังไงก็ไม่มีปัญหา”
แสตมป์ตาเบิกโพรงด้วยความตกใจและงุนงงกับพฤติกรรมของเพื่อนสาว“คืออะไร แกหมายถึงอะไร”
“พวกแกรอดูเลยนะ ฉันอยากมีซีน พวกแกและทุกคนจะได้ตาสว่างกันสักที”
พูดจบประโยคบีลีฟก็ลุกขึ้นและเดินกำหมัดออกไป ปล่อยให้แสตมป์และปลายฝนหันมามองหน้ากันด้วยความงุนงง
บีลีฟเดินเข้ามาหน้าเวทีแหวกฝูงชนนักข่าวมาดูพายุและภาสกรกำลังพูดคุยตอบคำถามกับพิธีกรบนเวที
“พวกคุณให้ความศรัทธาในตัวพ่อผมเท่าไร ผมก็จะทำให้ทุกคนศรัทธาในตัวผมมากขึ้นเท่านั้น จากผลประกอบการในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา ผมบริหารบริษัทนี้ก็มีผลกำไรเพิ่มขึ้นมาเกือบยี่สิบเปอร์เซ็นต์ แค่นี้มันก็สร้างความเชื่อมั่นให้ทุกคนได้แล้วว่าผมสามารถสานต่อให้บริษัทนี้เติบโตไปได้ยิ่งขึ้น”
เมื่อพายุพูดจบทุกคนต่างปรบมือดังกึกก้อง เมื่อบีลีฟกวาดสายตาไปรอบๆก็เห็นแต่คนมองชื่นชม สรรเสริญเยินยอพายุกันทั้งนั้น“ไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนปั้นหน้าเก่งได้ขนาดนี้เลย ทุเรศ”
บีลีฟยืนกอดอกมองดูพายุ เธอเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ก่อนที่เธอจะถูกแพรพลอยดึงตัวออกมาจากตรงนั้น“น้องบีลีฟทำไมแต่งตัวแบบนี้ล่ะ เมื่อวานพี่บอกไปแล้วนะว่าให้แต่งตัวเรียบร้อย วันนี้มีงานใหญ่ ทำไมทำแบบนี้เดี๋ยวพี่โดนบอสด่านะ”
“ทำไมหนูต้องทำตามกฏระเบียบละคะ พอดีว่าหนูเป็นผู้หญิงของคุณพายุค่ะ หนูจะทำอะไรก็ได้ พี่แพรอยากมีปัญหากับบอสหรอคะ มาว่าหนูแบบนี้”
คำพูดของบีลีฟสร้างความงุนงงให้แพรพลอยอย่างมากแต่ด้วยน้ำเสียงของบีลีฟที่พูดออกมาเสียงดังลั่นทำให้นักข่าวที่อยู่แถวนั้นได้ยินและให้ความสนใจ กรูมาหาเธอและจ่อไมโครโฟนมาสัมภาษณ์
หมายความว่าไงคะเป็นผู้หญิงของพายุ
บีลีฟยิ้มมุมปากเล็กน้อยที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน เธอปรายตาไปมองพายุที่ยืนอยู่บนเวที และหันกลับมาแสร้งบีบน้ำตาให้ไหลออกมา“แล้วพี่ๆตีความความหมายของคำว่าผู้หญิงของพายุว่ายังไงละคะ”บีลีฟแสร้งสะอื้นไห้เพื่อให้ดูน่าสงสารมากขึ้น
หมายความว่าน้องเป็นแฟนคุณพายุงั้นหรอคะ
คือยังไงคะ เล่าให้ฟังหน่อย
เสียงนักข่าวฮือฮาดังลั่นกันมากกว่าเดิม
เธอหันไปมองพายุอีกครั้ง แต่พายุก็ไม่ได้ทำอะไร ยืนมองเธอเฉยๆ เธอจึงแสยะยิ้มส่งให้พายุไป แล้วหันกลับมาหานักข่าว เธอปล่อยน้ำตาเรียกความสงสารต่อหน้านักข่าว พร้อมกับหยิบทิชชู่มาซับน้ำตาไปด้วย“ทำไมพี่ๆแปลเป็นอย่างนั้นงั้นละคะ พี่ๆช่วยคิดหน่อยสิคะว่าผู้หญิงของพายุในแบบที่บีลีฟเจอมันคืออะไร คือบีลีฟไม่เคยเต็มใจเลยค่ะ ถูกยัดเยียดมา เขาบีบบังคับบีลีฟทุกอย่าง แล้วพี่ๆรู้มั้ยคะว่าสิ่งที่พวกพี่ๆเห็นบนเวทีตอนนี้มันปลอม เป็นแค่ภาพลวงตา จริงแล้วคุณพายุเนี่ย ไม่ได้ดีอย่างภาพที่เขาสร้างไว้หรอกคะ เบื้องหลังของเขาเน่าเฟะ….”
ตู๊ม!
หม้อแปลงระเบิด
เสียงดังคล้ายระเบิดดังขึ้นมา พร้อมกับได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวาย ไฟดับลง ภายในห้องแถลงข่าวมืดลง ผู้คนแตกตื่น พายุอาศัยช่วงชุลมุนพาตัวบีลีฟออกมาแล้วพากลับไปที่ห้องทำงานตัวเอง
“ไอ้ชานนท์มึงไปบอกให้คนปิดเรื่องนี้ ห้ามใครขุดเรื่องไม่ดีของกูออกไป ใครกล้าปล่อยข่าวให้กูเสียหายฆ่ามันให้หมด”พายุตวาดลั่นและออกคำสั่งชานนท์ไปเมื่อเดินสวนกับชานนท์ที่กำลังเดินออกมาจากห้องทำงาน ชานนท์จึงรีบไปจัดการตามคำสั่ง
บีลีฟถูกอุ้มมาในท่าเจ้าสาวมาในห้องทำงาน เธอดิ้นพล่านจนพายุรำคาญ วางเธอลง เอาผ้าที่อุดปากเธอออก ผลักเธอติดผนังกำแพงแล้วยืนขวางเธอไว้
“ทำแบบนี้ต้องการอะไรอยากตายหรือไง”พายุตวาดลั่น ทว่าน้ำเสียงและสายตาดุดันของพายุมันไม่ได้ทำให้บีลีฟกลัว
“เอออยากตาย เอาปืนมาดิ คุณไม่ต้องยิงฉันนะ ฉันยิงตัวเองได้ แต่ก่อนตายขอแค่ให้คนได้รู้เบื้องหลังเน่าเฟะของคุณไง ว่าคุณมันสารเลว คุณมันไม่ให้เกียรติผู้หญิง ชาติชั่ว พ่อแม่ไม่สั่งสอน ระยำตำบอนแค่ไหน”
“หึ”พายุครางในลำคอและแสยะยิ้มออกมาด้วยความเวทนา “หมาจนตรอกมันเป็นอย่างนี้นี่เอง เธอมีซีนนะแต่ซีนเธอแย่มาก คนที่ไม่ไม่ให้เกียรติตัวเองคือเธอ เธออยากเล่นข่าวว่าฉันขืนใจเธอนะหรอ เล่าตั้งแต่ต้นสิบีลีฟ จะเอาคลิปเป็นหลักฐานมั้ยล่ะ ฉันมีคลิปของเธอกับฉันที่ผับทุกคลิป ถ้าเธออยากแฉเอามั้ยเดี๋ยวฉันปล่อยให้”พายุหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเปิดไฟล์วิดีโอในนั้นให้บีลีฟดู
“…”บีลีฟตาเบิกโพลงด้วยความตกใจที่พายุเก็บคลิปเหล่านั้นไว้
มุมปากกระตุกยิ้มเมื่อเห็นท่าทีแบบนั้นของบีลีฟ“เด็กน้อยเอ้ย คิดได้แค่นี้จริงๆหรอ อย่าบอกใครนะว่าได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งอ่ะ อายเขา หลักฐานก็มีโทนโท่นะว่าเธอมาอ่อยฉันก่อน คลิปวิดีโอที่เธออ่อยฉันมีภาพและเสียงชัดเจน เธอจะเอาฉันให้ได้ ทั้งๆที่ฉันเนี่ยปฏิเสธเธอไปหลายรอบแล้ว แบบนี้มันเรียกว่าข่มขืนหรอ อยากรู้แล้วสิว่าถ้าคนอื่นเห็นคลิปนี้เขาจะเข้าข้างใคร แล้วสิ่งที่เธอจะพูดต่อไปว่าฉันบังคับเธอนู้นนี่เธอคิดว่าจะมีคนเชื่อเธอมั้ย”
กรี๊ดดดดดดดด
บีลีฟกรีดร้องลั่นด้วยความไม่พอใจ สองมือกำหมัดแน่น ยิ่งพายุพูดอะไรออกมาเธอก็ยิ่งเป็นฝ่ายแพ้ และมันยังตอกย้ำว่าเธอพลาดเอง
“กรี๊ดทำไม รับความจริงไม่ได้หรอ”พายุมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเวทนา“ฉันเข้าใจภาพในหัวเธอนะ เธอต้องการทำลายชื่อเสียงฉัน ให้คนเกลียดฉัน คนโจมตีฉัน เธอจะได้ไปจากฉัน ได้เป็นอิสระ แล้วทุกอย่างจะแฮปปี้ว่างั้น ถ้าเธออยากแฉก็ปล่อยคลิปดิ เธอจะได้มีหลักฐานไปบอกคนอื่นไงว่าฉันขืนใจเธอ ฉันมีคลิปเรามีเซ็กส์กันเก็บไว้ดูคนเดียว แต่ถ้าเธออยากปล่อยให้คนอื่นดูก็ได้นะ ให้โซเชี่ยลถกเถียงกันว่าใครผิดใครถูก มันอาจจะเป็นข่าวอยู่แปปหนึ่งแต่คลิปเธอมันจะติดตัวเธอไปจนตายเลยนะ เอามั้ย!”
“ไม่เอา!”สองกำปั้นทุบไปที่แขนพายุอย่างแรงด้วยความโมโห พร้อมกับสายธารน้ำตาของผู้แพ้ไหลทะลักออกมาเปียกเปื้อนใบหน้าสวย
“อันนี้ร้องไห้จริงหรือเสแสร้งกันแน่ สวยขนาดนี้ไม่ร้องไห้สิ”พายุเขี่ยน้ำตาที่หางตาเธอออกให้แต่ก็ถูกเธอสะบัดทิ้ง“แต่งตัวมาสวยแบบนี้ ในวันที่ฉันแถลงข่าวขึ้นเป็นประธานบริษัทคนใหม่แบบนี้ เธอนี่เปิดตัวได้สมกับเป็นผู้หญิงของฉันจริงๆนะ ข่าววันนี้มันจะออกไปแค่เธอเป็นผู้หญิงของฉัน และก็แค่เราสองคนทะเลาะกันเพราะไม่เข้าใจกันก็แค่นั้น จบ”
กรี๊ดดดดด
บีลีฟกรีดร้องลั่นอีกครั้งเมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน เป็นอีกครั้งที่ความไม่ยอมคนของบีลีฟมันกลับมาทำร้ายตัวเอง เธอตั้งใจมาหักหน้าพายุ แฉพายุ แต่มันก็ล่มไม่เป็นท่า สุดท้ายเธอก็ทำอะไรพายุไม่ได้อยู่ดี
