บทที่ 6 ยัดเยียด

EP.6

ปึก! ปึก! ปึก! ปึก!

พายุจับบีลีฟให้นอนลงในท่าคลานเข่าเหมือนเดิม ขยุ้มกลุ่มผมของเธอและลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

“พอ..อื้อออ…ไม่ไหวแล้ว”เมื่อความใหญ่โตชนกับมดลูกข้างใน เกิดความจุกหน่วงระคนความเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน เธอหอบหายใจถี่ๆ คล้ายว่าร่างกายของเธอจะรองรับความป่าเถื่อนนี้ไม่ไหว

พายุแสยะยิ้มเมื่อได้ยินคำอ้อนวอนขอของบีลีฟ เขาจับบั้นท้ายงามงอนไว้มั่นและกระทำกับเธอให้แรงขึ้นกว่าเดิม เสียงเนื้อกระทบเนื้อ เสียงครวญครางปานจะขาดใจก็ดังขึ้นเรื่อยๆในห้องวีไอพี

เกือบครึ่งชั่วโมงที่เขาระบายความใคร่กับร่างกายเธอ เธอถูกพลิกตัวให้กลับมานอนหงาย อีกครั้ง เขาอัดกระแทกแก่นกายเข้าไปอีกสองสามครั้งก่อนจะปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นเข้าไปในตัวเธอ

“อ๊าสสสส”พายุเปล่งเสียงคำรามเมื่อได้ปลดปล่อยความอัดอั้นข้างใน

“หึ”เขาครางในลำคออย่างเย้ยหยันเมื่อมองไปที่หญิงสาวที่นอนหอบหายใจแรงอยู่บนเตียงสำรวจเรือนร่างเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยร่องรอยการกระทำป่าเถื่อนที่เขาได้กระทำไว้ด้วยความพอใจ

ดึงแก่นกายออกจากร่องสวาทปล่อยให้เธอเป็นอิสระ เขาหยิบบุหรี่ในกระเป๋าสีดำขึ้นมาแล้วจุดมันมาสูบ ก่อนจะเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างสบายใจ

“อมให้หน่อยสิ”พ่นควันบุหรี่สีขาวคลุ้งออกจากปาก พร้อมกับอ้าขารอ

บีลีฟกัดฟันลุกขึ้นไปหยิบกระเป๋าสะพายข้างที่อยู่ไม่ห่างจากเขานักหยิบทิชชู่มาเช็ดน้ำกามของอีกฝ่ายแบบลวกๆ ก่อนจะหยิบอาภรณ์ที่กองเรี่ยราดมาสวมใส่

“จะไปแล้วหรอ เดี๋ยวสิ ไม่อยากรู้จักฉันแล้วหรือไง”

บีลีฟถอนหายใจแรงด้วยความเอือมระอาที่พายุเดินมาขวางข้างหน้าเธอและลวมลามเธอทางสายตาในขณะที่เธอกำลังแต่งตัว ฝ่ามือเรียวผลักเขาออกไปเบาๆ

“ไม่อยากรู้อะไรแล้ว จะกลับบ้าน  อย่ามายุ่ง”ตวาดกลับไปอย่างเหลืออด ไม่รอช้ารีบแต่งตัวให้เรียบร้อย

“มันน่าน้อยใจนะ คำพูดไม่เป็นคำพูดเลย ‘บีลีฟอยากทำความรู้จักกับพี่พายุให้มากขึ้น’  เธอบอกว่าอยากรู้จักฉัน  ฉันก็จะทำให้เราได้รู้จักกันมากขึ้น แต่เธอก็อยากออกไป เธอนี่พูดไม่คิดเลยนะ คนฟังเสียใจนะ”คำพูดคล้ายน้อยใจบอกออกไป  ทว่าเขาไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น เพียงแค่จะกลั่นแกล้งทบทวนคำพูดของเธอเองและให้เธออารมณ์เสียมากขึ้นเท่านั้น

“ฉันแค่อยากทำความรู้จักกับคุณไม่ได้อยากมีอะไรกับคุณ มันเข้าใจยากตรงไหน แต่ตอนนี้ฉันไม่อยากรู้จักกับคนชั่วช้าอย่างคุณแล้ว”

“หรอ แล้วไงล่ะ”คว้าข้อมือบีลีฟไว้เมื่อเธอจะเดินหนี ใบหน้าที่แสดงออกถึงความหงุดหงิดมันยิ่งทำให้เขายิ่งชอบเพราะเธอจะได้รู้สึกเหมือนเขาก่อนหน้านั้น

“คุณก็ได้ตามที่ต้องการแล้วจะเอาอะไรอีก”

“เธอน่าสนใจดีเหมือนกันนะ ถ้าอยากเอาเธออีกฉันต้องจ่ายเท่าไร เรียกมาได้เลยนะ”มือหนาอีกข้างเชยคางเธอขึ้นมาพร้อมกับโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ๆแต่เธอก็เบือนหน้าหนี

“ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นนะ ฉันไม่ได้ขายตัว”ด้วยความหงุดหงิดเธอสะบัดมือหนาออกให้ห่างจากตัวรีบหยิบกระเป๋าสะพายข้างและรองเท้าส้นสูงของเธอมา แล้วปลีกตัวจากพายุจะเดินออกไปจากห้องแต่ก็โดนคว้าแขนไว้ให้กลับมายืนตรงที่เดิมอีกครั้ง

“ปล่อย!”ตวาดลั่นเพื่อตัดรำคาญ จะสะบัดแขนอีกครั้งแต่ก็ถูกจับไว้แน่นขึ้น

“ฉันยังไม่ได้ตอบคำถามเธอเลยว่าฉันทำงานอะไร ฉันจะบอกเธอให้ว่าฉันทำงานผิดกฏหมายหลายอย่าง เป็นตัวท็อปในวงการธุรกิจสีเทา”

“แล้วคุณมาบอกฉันทำไม ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ได้อยากรู้จักคุณแล้ว”หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบไหวเมื่อได้ยินแบบนั้น ยิ่งเธอรู้ว่าเขาเป็นใครมันก็ทำให้เธอกลัวและอยากจะออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด

"ยัดเยียดในสิ่งที่เธอไม่ต้องการ แบบที่เธอทำกับฉัน  เธอยัดเยียดตัวเองเข้ามาในชีวิตฉันเพียงเวลาไม่กี่ชั่วโมงแต่ฉันก็เสียเวลาไปกับเธอมาก บอกไว้ก่อนหน้านี้แล้วด้วยว่ามันไม่ได้จะออกไปง่ายๆ แต่เธอก็อยากไป ก็ไม่เป็นไร  งั้นฉันจะยัดเยียดชีวิตตัวเองเข้าไปในชีวิตเธอบ้างละกัน ฉันอยากทำให้เธอเสียเวลาชีวิต ให้เธอแปดเปื้อนไปด้วยกัน ฉันอยากทำอะไรให้เธอปวดประสาทเล่นบ้าง”

“หมายความว่าไง คุณจะทำอะไร”ส่งสายตาเค้นคำตอบจากคนตรงหน้าเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายแสยะยิ้มด้วยความเจ้าเล่ห์

“เธออยากไปก็ไปเถอะเพราะถึงยังไงเธอก็ต้องเดินกลับมาหาฉันเอง”พายุเลี่ยงที่จะตอบคำถามคนตรงหน้ามีเพียงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้า พร้อมกับทิ้งปริศนาไว้ให้อีกคนสงสัย

“ไม่มีทาง ฉันไม่มีวันเดินกลับมาหาคุณหรอก  ฉันไม่อยากจะเจอคนแบบคุณอีกแล้ว”ไม่ว่าเปล่าปลีกตัวเดินออกห่างจากเขาไปที่ประตู

“โอเค จะไปก็ไปเถอะ แต่ฉันมีอะไรสนุกๆ ให้เธอเล่น อยากรู้จังว่าเธอจะรอดพ้นกระสุนฉันไปได้มั้ย”

ปัง! ปัง!

พายุคว้าปืนขึ้นมา สาดกระสุนปืนรัวใส่อีกฝ่าย เพื่อเป็นการกลั่นแกล้งเธอส่งท้าย

กรี๊ดดดด

“ไอบ้า”ถึงแม้กระสุนปืนมันจะไม่ได้เฉียดตัวเธอเลยสักนิดแต่มันก็ทำให้เธอหวาดกลัว ความป่าเถื่อนแต่ละอย่างของเขามันทำให้เธอขยาด เธอรีบเปิดประตูออกจากห้องวีไอพีไปให้เร็วที่สุด

"แล้วเจอกันนะสุชาวดี"ชายหนุ่มปาปืนทิ้งไป เขาไม่ได้สนใจว่าเธอจะได้ยินที่เขาเรียกชื่อจริงเธอหรือเปล่า เขาเปิดกระเป๋าหยิบยาแก้พิษของยาที่ทานเข้าไป ก่อนจะรีบแต่งตัวแล้วเดินออกไปอย่างอารมณ์ดี

คิดทบทวนคำพูดต่างๆนานาของพายุที่เขาพูดไว้ก็แล่นเข้ามาในหัว พายุบอกความลับตัวเองทำไม เขาต้องการอะไรจากเธอ เธอไม่ใช่คนปากสว่างที่จะเอาความลับคนอื่นไปพูด  ไม่คิดเลยว่าการที่เธอแค่อยากดื่มกับพายุมันจะบานปลายมาหลายต่อขนาดนี้ มันพลอยให้เธอกังวลว่าจะอยู่ในอันตรายหรือเปล่า อีกทั้งได้แต่สงสัยสิ่งที่เขาพูดว่าเธอจะต้องเป็นฝ่ายเดินไปหาเขาเอง  คืออะไร? แล้วทำไมมันถึงต้องเป็นแบบนั้นกันละ

วันต่อมา

@มหาลัย

บีลีฟถือเอกสารสำคัญบางอย่างมาให้อาจารย์เซ็นในช่วงเช้า เธอต่อแถวขึ้นลิฟต์ที่ยาวเหยียด แถวค่อยๆเลื่อนสั้นลงจนจะถึงเธอ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อประตูลิฟต์เปิดมาก็เจอกับคนที่เธอไม่คิดว่าจะเจอเขาที่นี่  พายุผู้ชายคนเมื่อวานเดินออกมาจากลิฟต์ แต่เขาแต่งตัวดีและสุขุมกว่าเมื่อวาน

“มาทำอะไรที่นี่วะ”เขาทำงานที่มหาวิทยาลัยเธอหรือ? ทำไมไม่เคยเห็น เธอลุกลี้ลุกลนเอาแฟ้มเอกสารปิดปังใบหน้าตัวเองไว้เมื่ออีกฝ่ายตวัดสายตามองมาทางเธอ เธอเดินเข้าลิฟต์ไปหันหน้าเข้าผนังลิฟต์ให้หลายคนในลิฟต์ช่วยบังอีกแรงภาวนาให้เขาไม่เห็นเธอ แต่หารู้ไม่ว่าเขามองเธออยู่จนกระทั่งประตูลิฟต์ปิดลง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป