บทที่ 8 กลั่นแกล้ง

EP.8

บีลีฟถอนหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด กำมือไว้แน่น หยุดฝีเท้าไว้แค่เพียงเท่านี้ รู้ว่านั้นเป็นแค่คำขู่ แต่ก็ไม่กล้าเดินออกไปอยู่ดี เธอหันกลับมาสบตากับเจ้าของคำพูด ก็เห็นรอยยิ้มของเขาที่ยิ้มออกมาอย่างคนชนะที่สามารถกลั่นแกล้งเธอได้

เพียงแค่จินตนาการว่าแปดชั่วโมงในการทำงานต่อจากนี้ไปต้องเห็นพายุ ต้องทำตามที่เขาบอก มันก็รู้สึกปวดประสาทตามที่เขาอยากให้เป็นตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มงานแล้ว

“ทำแบบนี้ต้องการอะไร”น้ำเสียงห้วนๆเต็มไปด้วยความหงุดหงิดเอ่ยถามออกไป เธอหงุดหงิดจนแทบอยากจะกรีดร้องออกมา

“ทำไมเธอพูดจาไม่เพราะเลยล่ะ ฉันเป็นผู้ใหญ่นะ อายุมากกว่าตั้งหนึ่งรอบ เคารพกันบ้างก็ดีพูดจาให้มีหางเสียงบ้าง แทนตัวเองว่าหนูหรือชื่อตัวเองแบบที่เธอเคยทำก็ได้”

“อยากเคารพแค่คนที่น่าเคารพ คุณเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่น่าเคารพก็ไม่อยากเคารพค่ะ”บีลีฟประชดประชันด้วยการกระแทกเสียงเน้นหนักตรงคำลงท้าย“ตอบคำถามด้วยนะคะว่าคุณต้องการอะไร คุณเป็นใครกันแน่คะ”

“คำถามแรกฉันก็ต้องการทำให้เธอปวดประสาทเล่นไงตามที่บอกไป การที่เธอมาทำงานกับฉันเนี่ยเธอจะได้รู้จักฉันมากขึ้นในทุกอณู ไม่ว่าจะเป็นตัวตนของฉัน งานที่ฉันทำหรืออะไรหลายอย่างที่เธอจำเป็นต้องรู้ ฉันขี้เกียจเล่าเรื่องราวของฉันทั้งชีวิตมันเยอะก็เลยพามาให้เห็นเอง  ส่วนคำถามที่สองฉันเป็นใครกันแน่ เธอตั้งคำถามได้ดีมาก”

ร่างสูงยกขาเรียวยาวที่ไขว่ห้างอยู่ออก ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินมายืนข้างหน้านักศึกษาสาว แต่เธอก็เดินถอยหลังหนี เพื่อเป็นการเว้นระยะห่างไว้

“เบื้องหน้าฉันก็เป็นผู้บริหารที่นี่ เบื้องหลังฉันก็ค้าอาวุธเถื่อน คุมบ่อน คุมซ่อง”

“จะว่าไปฉันบอกความลับเธออีกแล้วนะเนี่ย แต่ไม่เป็นไร ตอนนี้เธอก็เป็นลูกน้องฉันแล้ว  ฉันก็เลยอยากบอกให้เธอรู้ไว้  เธอมาฝึกงานกับฉันคิดไว้เลยนะว่าจะทำอะไร ระหว่าง คุมคลังอาวุธ หรือคุมคาสิโน”พายุหยุดพูดไปชั่วขณะพรางส่งสายตามองบีลีฟตั้งแต่หัวจรดเท้า“หรือสวยๆอย่างเธอน่าจะเหมาะกับซ่องนะ ไปซ่องมั้ย”

บีลีฟอ้าปากค้างกับคำถามที่เขาถามเธอมา ตกใจเล็กน้อยที่เขาถามอย่างนี้ เธอถอยหลังออกห่างจากเขาอีกหนึ่งก้าว  เหมือนว่าตอนนี้เธอกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างไงอย่างงั้น

“ฉันหมายถึงให้เธอไปเป็นแม่เล้า”เมื่อเห็นว่านักศึกษาสาวหน้าเสียไปก็รีบเฉลยความจริงให้รู้

“คุณ ฉันไม่มีเวลามาเล่นตลกอะไรกับคุณหรอกนะ คุณจะเป็นอะไรจะทำอะไรก็เรื่องของคุณ ฉันมาทำงานไม่ได้มาทำอะไรแบบที่คุณทำ การฝึกงานมันมีผลต่อชีวิตฉันจริงๆนะ ฉันไม่เล่น”

“ใครบอกว่าฉันพูดเล่นละ ก็เนี่ยฉันกำลังหางานให้เธอทำอยู่ เธอก็เลือกมาสิ มันมีผลต่อการประเมินของฉันด้วยนะว่าเธอจะผ่านหรือไม่ผ่าน”

ยิ่งได้ฟังคำตอบจากพายุก็ทำให้อารมณ์เสียมากขึ้น ไม่เข้าใจกับสิ่งที่เขาให้เธอเลือกว่ามันมาเกี่ยวกันได้ยังไง“ถ้าวันนั้นฉันพูดอะไรไม่คิดไปฉันขอโทษละกัน ขอร้องล่ะ คุณอย่ามาแกล้งฉันกลับด้วยวิธีนี้เลยนะ ในเมื่อคุณยัดเยียดตัวเองเข้ามาในชีวิตฉันแล้วแค่นี้ฉันก็ปวดประสาทมากพอแล้ว  คุณเป็นคนระดับผู้บริหารคุณน่าจะแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกนะ”

ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ก็เลยต้องทำใจยอมขอโทษเรื่องที่ทำให้เขาเสียเวลาชีวิตไปเพราะเธอ ทั้งที่ตัวเธอเองก็ไม่ได้ผิดอะไรขนาดนั้น และไม่ได้ต้องการให้ตัวเองเสียเวลาชีวิตเพราะเขาไม่ให้เธอผ่านการฝึกงานเหมือนกัน

“โอเค เอาไว้แกล้งเธอนอกรอบก็ได้”

ถึงแม้คำตอบมันจะฟังไม่ค่อยเข้าหูเท่าไรแต่เธอก็เลือกที่จะมองข้ามมันไป เธอเปิดกระเป๋าสะพายข้างหยิบเอกสารบันทึกการฝึกงานขึ้นมาและยื่นให้พายุไป

“ยังไม่เซ็นต์อะไรให้ทั้งนั้น จะเซ็นต์ให้ก็ต่อเมื่ออยากเซ็นต์และเธอทำงานให้ฉันจนฉันพอใจมากที่สุด”พายุรับมันมาแต่ก็โยนไปที่โต๊ะอย่างไม่ใยดี ก่อนที่เขาจะเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม

บีลีฟยกมือขึ้นมานวดขมับตัวเอง พรางส่งสายตามองไปที่พายุแต่เขาก็เลือกที่จะนั่งทำงานต่อ แล้วเธอต้องทำอย่างไรต่อไป พายุไม่บอกอะไรเธอเลย จะให้เธอยืนอยู่แบบนี้ต่อไปก็ไม่ใช่“ฉันต้องทำอะไรบ้าง”

“เธอเอาเอกสารตรงนี้ไปใส่แฟ้มตรงนู้นให้หมด วันนี้ฉันยุ่งที่เหลือเธออยากทำอะไรก็ทำ”

บีลีฟรีบทำตามคำสั่งทันที จำนวนเอกสารที่มากมายทำให้วันนี้ทั้งวันของเธอหมดไปกับการจัดเอกสาร

บีลีฟยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลาที่หน้าปัด  เธอยิ้มออกมาด้วยความดีใจเมื่อมันถึงเวลาเลิกงานแล้ว เธอจึงรีบเก็บของให้เรียบร้อยและรีบไปหยิบกระเป๋าสะพายที่วางไว้ตรงเก้าอี้

เมื่อเห็นว่าบีลีฟจะเดินออกไปจากห้อง พายุก็เดินเข้ามาคว้าแขนเธอไว้“ฉันยังไม่อนุญาตให้เธอกลับ ตามฉันมานี่”

รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปทันทีที่พายุเข้ามายุ่งวุ่นวาย  หากจัดเอกสารตลอดการฝึกงานได้ก็อยากจะทำมันแค่นั้น“จะไปไหนอีก นี่เวลาเลิกงานแล้วนะ”

“เรียนรู้นอกสถานที่”

“นี่มันจะห้าโมงแล้ว จะให้เรียนรู้นอกสถานที่ก็ไปในเวลางานสิ”

“ตามมาเถอะ”พายุพูดจบก็จับข้อมือบีลีฟไว้แน่นให้เดินตามมา พายุเดินออกจากห้องทำงานลงลิฟต์ผู้บริหารไป ก่อนจะพาบีลีฟขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่ไปด้วยกัน

จากหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสทักทายผู้คนที่เดินผ่านเมื่อสักครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันทีที่พายุเจอลูกน้องในรถตู้สองสามคน   บีลีฟหย่อนสะโพกลงข้างๆพายุด้วยความหวาดระแวงกับสายตาหลายคู่ของชายฉกรรจ์เหล่านั้นที่จ้องมองเธออยู่

.

.

.

@คาสิโนพายุ

“คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม”เมื่อรถตู้คันหรูมาจอดในสถานที่ที่เธอไม่รู้จัก เธอก็ยิ่งหวาดกลัวไม่กล้าเดินออกจากรถ

“ที่เธอเห็นอยู่เมื่อกี้มันแค่ฉากบังหน้า ตัวตนฉันจริงๆ มันอยู่ตรงนี้”

เมื่อพายุยื่นมือมารับเธอให้ลงจากรถเธอจึงต้องยอมออกมา เธอหวั่นใจกับคำพูดเมื่อเช้าของพายุ กลัวว่าพายุจะให้เธอมาทำอะไรแบบที่เขาพูดจริงๆ แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรออกไปแค่เดินตามเขาไปแค่นั้น

เมื่อพายุเดินพาเธอเข้ามาที่ชั้นใต้ดินของคาสิโน ก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวน และเมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆห้องๆหนึ่งที่พายุจะพาไปดู ก็ยิ่งได้ยินเสียงนั้นชัดขึ้น“คุณจะทำอะไร ฉันกลัวนะ”

“การแสดงต้อนรับ”ส่งยิ้มให้อย่างเจ้าเล่ห์ เมื่อเห็นสีหน้าหวาดกลัวของหญิงสาว มือหนาคว้าเอวเธอมาโอบไว้พร้อมกับเปิดประตูเดินเข้าห้องนั้นไป

ห้องลับขนาดไม่ใหญ่นัก รายล้อมไปด้วยชายชุดดำหลายคนยืนอยู่ บนพื้นโต๊ะเจิ่งนองไปด้วยเลือด อีกทั้งยังมีเสียงคนบาดเจ็บร้องดังระงม

บีลีฟอ้าปากค้างกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า สำหรับเธอมันค่อนข้างสยดสยองพอสมควร ถึงแม้จะยืนอยู่ห่างๆแต่กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเข้ามาตีกับจมูกเธอจนชวนให้อาเจียน “นะ…นี่คืออะไร”

“นี่คือคนที่โกงพนัน โทษเบาสุดคือตัดนิ้ว โทษสูงสุดคือตาย”

“ละ…แล้วพามาทำไม กะ…กลัว”บีลีฟจับมือพายุไว้แน่น  เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวกับภาพที่เห็นตรงหน้า หากเขาจะให้เธอมาดูอะไรแบบนี้เธอก็คงทนดูไม่ได้

“ก็ให้ดูไง”พายุพูดกับบีลีฟจบเขาก็ส่งสายตาไปส่งสัญญาณให้ลูกน้อง

ฉึบ!

กรี๊ดดดด

ทั้งหญิงสาวผู้โดนกระทำและบีลีฟที่เห็นเหตุการณ์กรีดร้องออกมาพร้อมกันดังลั่นทั่วห้องลับแห่งนี้ นิ้วของหญิงสาวที่โดนตัด ขาดกระเด็นกระดอนไปคนละทิศคนละทาง เลือดสีแดงสดพุ่งทะลักออกมาจากนิ้วมือหญิงสาวผู้นั้นราวกับสายน้ำที่ไหลออกจากก็อกน้ำ

“เป็นไงล่ะ ได้เห็นโลกของฉัน สนุกดีมั้ย อยากรู้จักฉันนักหนาไม่ใช่หรอ ชอบมั้ย”

บีลีฟไม่ได้ให้คำตอบอะไรกลับไป เธอยกมือมาทาบอกด้วยความตกใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า เธอพยายามกอบโกยอากาศเข้าปอดไป แต่รู้สึกได้เลยว่าแขนขาอ่อนแรง แล้วอยู่ๆภาพของเธอก็ตัดไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป