บทที่ 4 Chapter 4

Chapter  4

“ตกลงไหมครับ” เปรมเลิกคิ้วถาม แล้วแสยะยิ้มออกมา

“อืม ตกลง”

“ห้าปี” ห้าปีที่ว่าก็คือสัญญาซื้อขายระหว่างกัน แบบซื้อผูกขาดเจ้าเดียวกับบริษัทเปรมเท่านั้น

“เดือนต่อเดือน” คิมหันต์ยังคงต่อรอง

“ห้าปีครับ” เปรมยังคงยืนยันคำเดิมด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"....." คิมหันต์มองเปรมนิ่งๆพักหนึ่ง ก่อนจะตอบรับข้อตกลงของเปรม  “เออ!” 

“เฮ้อ มึงไปเอาสัญญามาสิ” เปรมเอ่ยสั่งลูกน้องเสียงเข้ม ดีนะที่เขาเก็บเอกสารทั้งหมดไว้ที่นี่

“อย่ามาจับ!!” พริกหวานสะบัดหน้าหนีจากมือของปืนที่จับแก้มของเธอ

“ไอ้สัด! อย่ายุ่งกับเธอ!” คิมหันต์ตะคอกด่าปืนอย่างเดือดดาล เขาอยากยิงพวกมันทิ้งเรียงตัวเหลือเกิน

"หึ.." ปืนแสยะยิ้มอย่างไม่ใส่ใจกับคำสั่งของคิมหันต์นัก

"อย่าทำให้เสียเรื่องไอ้ปืน" เปรมบอกปืนน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะยกมือไล่ให้ปืนถอยห่างจากพริกหวาน

“มึงรีบเอาสัญญามาสักทีไอ้เปรม” คิมหันต์พูดด้วยแววตาไม่พอใจ

"นี่ครับสัญญา เซ็นเลยครับคุณคิม” เปรมพูดจายียวน เมื่อได้เอกสารจากลูกน้องของเขา  คิมหันต์รับเอกสารมา เขาชะงักนิ่งเสี้ยววิ ก่อนจะตวัดลายเซ็นลงในสัญญาฉบับนั้น แล้วเดินเข้าไปดึงพริกหวานมาไว้ในอ้อมกอด

“ฮึก! พี่คิม” พริกหวานโอบกอดเขาไว้แน่น เธอมันโง่ที่จะเอาปืนมาแทนที่คนของใจ เพียงเพราะปืนมีบุคลิกคล้ายคิมหันต์ แต่สุดท้ายคนที่เธอพยายามหนีและหลบหน้า กลับเป็นเซฟโซนของเธอในตอนนี้

“ฝากจัดการต่อด้วย” คิมหันต์เอ่ยบอกเลขา ก่อนจะอุ้มพริกหวานออกจากตรงนั้นแล้วเดินไปยังรถของเขา

“พี่คิม หนูขอโทษ” พริกหวานรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก ที่เธอเป็นต้นเหตุทำให้บริษัทเขาได้รับผลกระทบ

“ไม่ต้องขอโทษ พวกมันทำอะไรหนูหรือเปล่า” เขาน่ะเห็นเธอตั้งแต่เดินเข้ามาในคลับแล้ว แต่พอเขาออกไปสูบบุหรี่ แล้วกลับเข้ามานั่งในคลับอีกครั้ง กลับไม่เห็นเธออยู่ที่โต๊ะ

แต่พฤกษ์ชายหนุ่มวัยสามสิบห้าปีผู้เป็นเลขาส่วนตัวของคิมหันต์บอกกับคิมหันต์ว่าพริกหวานออกไปเข้าห้องน้ำได้พักหนึ่งแล้ว คิมหันต์ที่คิดว่ามันนานเกินผิดปกติ เขาก็เลยตามไปดูเด็กดื้อที่ชอบหลบหน้าเขา จนกระทั่งเห็นชายชุดดำเดินลับๆล่อๆ ที่โซนมุมอับมีป้ายติดไว้ว่า 'บุคคลภายนอกห้ามเข้า' เขาจะไม่เข้าไปสถานที่ต้องห้ามแบบนั้น หากไม่ได้ยินเสียงอันคุ้นหู

“มันจับหนูมอมยาปลุกเซ็กซ์” พริกหวานเบ้ปากจะร้องไห้ ฟ้องเขาเหมือนเด็กๆ ตอนนี้เธอไม่แม้แต่จะคีพลุคอะไรทั้งนั้น 

“ดื้อ! แล้วหนูไม่เห็นป้ายห้ามเข้าเลยเหรอ? หนูถึงได้เดินมั่วเหมือนเดินที่คลับพ่อของหนูน่ะ” คิมหันต์ดุพริกหวานน้ำเสียงเข้ม

“....” พริกหวานไม่ได้โต้เถียงเขาแม้แต่น้อย  แต่เธอเบะปากคว่ำ เอามือเช็ดน้ำตาลวกๆ แล้วมองเขาตาปริบๆอย่างสำนึกผิด

“ดื้อ!” เขาอุ้มเธอไปฝั่งข้างคนขับ ก่อนจะขับเคลื่อนรถมุ่งหน้าไปที่บ้านเดี่ยวสองชั้นท้ายซอย จอดรถหน้าบ้านไม่นาน ประตูรั้วก็เปิดออกอัตโนมัติ จากนั้นเขาก็ขับรถเข้าไปบริเวณบ้านหรูสองชั้นทรงโมเดิร์นที่มีต้นไม้ล้อมรอบเป็นกำแพง

“พี่คิมไปส่งหนูที่เพนต์เฮาส์หน่อยนะคะ” พริกหวานบอกเขาเสียงสั่น ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกกระสับกระส่ายวูบวาบไปทั้งตัว

“พี่ง่วงนอน พี่ไม่มีแรงขับรถแล้ว” คิมหันต์เปิดประตูลงจากรถ เดินไปฝั่งข้างคนขับ แล้วอุ้มพริกหวานเข้าไปในบ้าน 

“แต่หนูร้อนมากๆ เลยค่ะ”

“บ้านพี่มีห้องน้ำ หนูเข้าไปอาบน้ำเย็นๆ มันช่วยดับร้อนได้” เขาอุ้มพริกหวานขึ้นชั้นสอง เดินเข้าไปในห้องนอนกว้าง ก่อนจะปล่อยให้เธอยืนที่พื้น จากนั้นเขาผละตัวไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาให้คนตัวเล็กที่ยืนเม้มปากตัวเองแน่นระงับอารมณ์ความใคร่ที่พลุ่งพล่านแบบสุดๆ

“ไปอาบน้ำไป หนูร้อนไม่ใช่เหรอ” คิมหันต์เอามือลูบไล้แขนเรียว จนหญิงสาววูบหวามไปทั้งตัว

“อื้อ! พี่คิม” พริกหวานหลุดเสียงครางออกมา

“ครับ”

“ปะ...เปล่าค่ะ” พริกหวานส่ายหน้าปฏิเสธ แล้วรีบเข้าไปในห้องน้ำ 

คิมหันต์กดยิ้มมุมปากมองตามหญิงสาวหุ่นยั่วที่ใส่เศษผ้าน้อยชิ้นด้วยแววตาลุ่มลึก ก่อนจะเดินไปห้องน้ำอีกห้องเพื่อชำระกาย คืนนี้เขาจะสั่งสอนเธอให้หลาบจำ ที่หาเรื่องใส่ตัวจนเกือบเอาตัวไม่รอด ถ้าเลขาของเขาไม่ชวนไปเที่ยวที่นั่น ป่านนี้ไม่รู้ว่าเธอจะเป็นยังไง

ยี่สิบนาทีต่อมา…

คิมหันต์ใช้เพียงผ้าเช็ดตัวพันที่เอวสอบ เขานั่งเอาหลังแกร่งพิงหัวเตียงขนาดคิงไซซ์ เพื่อรอหญิงสาวที่โดนยาปลุกเซ็กซ์ แต่ทว่ารอแล้วรอเล่าพริกหวานกลับไม่ยอมออกมาจากห้องน้ำสักที  ทำให้เขาต้องเปิดประตูห้องน้ำแอบส่องดู

แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับไม่ใช่ภาพยั่วยวนตา แต่ทว่ากลับเจอพริกหวานนั่งคุดคู้กอดเข่าอย่างน่าสงสารอยู่ใต้เรนชาวเวอร์ เธอนั่งตัวสั่นหงึกๆ ให้น้ำจากฝักบัวรินไหลชโลมกายอยู่แบบนั้น

“หนู!” คิมหันต์รีบปรี่ตัวไปปิดน้ำ เขาอุ้มคนตัวเล็กที่ตัวสั่นราวกับลูกนกออกมาจากห้องน้ำ

“ฮึก~ หนูไม่ไหวแล้วค่ะพี่คิม”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป