บทที่ 6 6
ฉันทิ้งตัวลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนอย่างเหนื่อยล้า ทั้งที่วันนี้ฉันไม่ได้สนใจที่จะทำอะไรสักอย่าง ไม่มีอารมณ์ที่จะทำอะไรทั้งนั้น แต่ฉันกลับรู้สึกเหนื่อย เหนื่อยมากจริงๆ
"แกดูเหนื่อยๆ นะมิ้นท์ ไม่ค่อยได้นอนหรือไง"
ฉันฟุบหน้าลงกับโต๊ะม้าหินอ่อน โดยใช้แขนรองหน้าผากเอาไว้ ไม่มีแม้กระทั้งอารมณ์จะตอบอะไรออกไป
"หรือเมื่อวานพี่นิกกี้เขาทำอะไรแก"
ชื่อของผู้ชายคนนั้น ที่หลุดออกมาจากปากของเพื่อนฉัน ทำให้ฉันลืมตาทันที
"ที่เขาพูดเมื่อวาน มันมีอะไรมากกว่านั้นใช่ไหม แล้วที่ฉันไลน์ไปถามแกเมื่อวาน แล้วแกบอกว่าไม่มีอะไรทั้งนั้น หรือแกแค่โกหกฉัน"
"..." ฉันเลือกที่จะเงียบปาก แล้วฟุบหน้าอยู่กับแขนของตัวเองอย่างเดิม
"หรือว่าแกกับพี่นิกกี้..."
"หมอนั่นเป็นแค่ผู้ชายที่เห็นแก่ตัว!" ฉันโพลงออกไป พร้อมกับการเงยหน้าขึ้นมาเผชิญกับความจริง ฉันยกมือสางผมตัวเองไปทางด้านหลังลวกๆ ยอมรับว่า ยังรู้สึกหงุดหงิดกับการที่ชีวิตของฉัน มีนายคนนั้นเขามาเกี่ยวข้อง
"เขาทำอะไรแก แล้วเขามีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้กับแก"
"ตอนแรกมันเป็นแค่เรื่องผิดพลาดเว้ย ฉันมีอะไรกับหมอนั่น แต่ฉันก็พยายามที่จะโทษ ว่ามันก็เป็นความผิดของฉัน ที่ฉันเมาจนไม่สามารถต่อต้านอะไรได้ ฉันเคยพูดออกไปแล้วว่าทางใครทางมัน แต่หมอนั่นกลับไม่ยอมเลิกยุ่งกับฉัน และมันก็เคยมีความจำเป็นที่ฉันจะต้องขอความช่วยเหลือจากหมอนั่น ในตอนที่เวกัสกับผัวนางทะเลาะฉัน ฉันเคยขอให้หมอนั่นช่วยเล็กๆ น้อยๆ เพื่อแลกกับการที่ฉันและหมอนั่น วันไนท์สแตนด์..." มันจุกนะ ที่จะต้องพูดแบบนี้ แต่มันก็คือเรื่องจริง
"ถึงยังไง หมอนั่นก็ตามติดฉัน ไม่ยอมปล่อยฉัน ไม่ว่าฉันจะทำยังไง ก็ยังดื้อด้านไม่ยอมปล่อย ฉันก็เพียงแค่คิดง่ายๆ ว่า ฉันควรหาประโยชน์จากหมอนั่น เพื่อแลกกับการช่วยเพื่อนของฉันบ้าง แต่ในเมื่อหมอนั่นช่วยฉันแค่นิดหน่อย แล้วอีกอย่างเพื่อนของเราก็สมหวังแล้ว ฉันก็เลยคิดที่จะหยุดทุกอย่าง แต่หมอกลับใช้เรื่องนั้นมาเป็นข้ออ้าง หาว่าฉันหลอกใช้ พอได้ดั่งใจก็เลือกที่จะถีบหัวส่งกลับไป ซึ่งความจริงแล้วฉันไม่ได้คิดแบบนั้น แต่ความจริงแล้ว การที่ฉันผลักไสให้หมอนั่นออกไปจากชีวิตของฉัน เพราะฉันกับเขาเราไม่ได้เป็นอะไรกัน ไม่ใช่คนที่สนิท ไม่ใช่เพื่อน ไม่ใช่แฟน ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น เราเหมือนคนที่ไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ มันแปลกเหรอ พี่ฉันจะพยายามผลักไสให้หมอนั่นออกไป"
"แล้วทำไมไม่ขอให้กัสช่วยล่ะ แฟนของกัส เป็นเพื่อนสนิทของพี่นิกกี้นี่นา บางทีเขาอาจจะช่วยคุยให้ คือช่วยหาทางออกในเรื่องนี้ให้ก็ได้ ถึงยังไงเขาก็เป็นเพื่อนกัน และกัสก็เป็นเพื่อนเรา บางทีการขอให้กัสช่วย มันอาจจะมีประโยชน์ก็ได้นะ"
ฉันคิดตาม และไม่ได้ขัดอะไรออกไปทั้งนั้น อย่างน้อยๆ เพื่อนฉันก็เสนอความคิดเห็นเพราะความห่วงใย หลังจากที่เวกัสดรอปเรียนไป คนที่สนิทกับฉันที่สุดก็คือ ไอติม และฉันก็ควรแคร์ความห่วงใยที่เพื่อนหยิบยื่นให้ ด้วยการรับฟังและคิดตาม
ฉันทำแน่ๆ ฉันต้องทําอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้หมอนั่นเข้ามายุ่งเกี่ยวกับชีวิตของฉันอีกต่อไป
@คอนโดมิเนียมของมิ้นท์
ผู้ชายอย่างนายนั่น หากเขารู้ ว่าฉันมีคนอื่น เขาอาจจะไม่อยากยุ่งกับฉัน
แบดบอยที่เจ้าชู้ตัวพ่อแบบหมอนั่น อาจจะไม่ถูกใจ หากผู้หญิงที่เขาเคยยุ่ง กำลังมีคนอื่น ซึ่งแบดบอยแบบเขา ไม่น่าจะชอบ
และผู้ชายที่เปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า สามารถคว้าผู้หญิงคนไหนมาอยู่ข้างกายก็ได้ และนายนั่น อาจจะเลิกยุ่งกับฉัน หากฉันมีแฟน
พอคิดได้แบบนั้น ฉันจึงเดินหน้า ทำในสิ่งที่กำลังทำทันที
ชุดเซ็ท เสื้อและกางเกงสีเดียวกัน คือชุดที่ฉันเลือกใส่ ทรงเสื้อดีไซส์เก๋ คอกว้าง เผยให้เห็นลำคอขาว ลามมาถึงทรวงอกพองาม กับกางเกงขายาวเข้าชุดกัน ที่แหวกหน้าชนิดที่ว่า ถ้าเดินเมื่อไหร่ จะทำให้ใครต่อใครเห็นขาเรียวสวย และต้นขาขาวๆ อาจจะดูธรรมดา แต่ว่าก็เก๋พอที่จะทำให้ใครต่อใครมอง
และฉันก็จำเป็นที่จะต้องดูดีเพื่อให้ผู้ชายที่ฉันกำลังดึงเข้ามา รู้สึกชอบฉัน และกล้าที่จะแย่งฉัน กับใครก็ตาม
ตี๋ใหญ่ เขาผู้ชายที่ฉันเลือก จริงๆนายนั่นก็ทรงแบดไม่ได้ต่างกัน นายตี๋ เคยตามจีบฉันนานมาก เราเรียนอยู่ มอ.เดียวกัน แต่แม้ว่าภายนอกหมอนั่นจะดูเจ้าชู้ แต่นายตี๋ก็เพียงแค่พยายามจีบ ไม่เคยล่วงล้ำ แบบที่นายนิกกี้ทำ
ฉันรวบผมยาวสลวย แล้วปล่อยให้กลุ่มผมรวมตัวกัน แล้วตกลงไปอยู่ที่กลางหลัง ซึ่งเพื่อนของฉันเคยบอกว่า เวลาฉันปล่อยผม แล้วแต่งหน้าแบบแรงๆ หน่อย ฉันดูเซ็กซี่มาก และฉันก็จำเป็นที่จะต้องเป๊ะทุกระเบียบนิ้ว เพราะฉันคาดหวังกับวันนี้มากจริงๆ
ฉันควรทำให้นายตี๋ประทับใจ แล้วอยากสานสัมพันธ์กันต่อ และพร้อมที่จะปกป้องฉันจากทุกคนที่พยายามเข้าหา ฉันทำการบ้านมาดีแล้วว่า ผู้ชายแบบตี๋ใหญ่ ก็ไม่ควรกลัวใคร
Lineeeee~
ฉันละสายตาออกจากกระจกบานใหญ่ พร้อมๆกับการวางมาสคาร่าให้เข้าที่ แล้วหยัดกายลุก ไปคว้าโทรศัพท์มาเปิดอ่านข้อความทันที
[ ตี๋ : ตอนนี้ฉันอยู่หน้าคอนโด เธออยู่ห้องไหน ให้ฉันขึ้นไปไหม ]
[ มิ้นท์ : ฉันกำลังลงไป ]
ฉันตอบเพียงแค่นั้น ก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายมาคล้องบ่า แล้วเดินลงไปที่ชั้นล่างทันที
@บนรถ
"วันนี้เธอสวยมาก" เจ้าของรถหรูที่เปิดประทุนมาหมาดๆ อวดความร่ำรวยบอกกับฉัน
วันนี้ตี๋ใหญ่ อยู่ในชุดไปรเวทสีน้ำเงินเข้ม ใบหน้าหล่อเหลา ไม่ยอมหันออกไปในทิศทางไหนนอกจากใบหน้าของฉัน
"วันนี้นายเอง ก็หล่อดีนะ"
นายตี๋ระบายรอยยิ้มละมุนออกมา แต่ฉันไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวไปกับรอยยิ้มแบบนั้นหรอกนะ ก็อย่างว่า คนพวกนี้ก็เหมือนคาสโนวา สามารถพูดแบบไหนก็ได้ เพื่อให้คนฟังตกหลุมพราง
"ฉันดีใจนะมิ้นท์ ที่เธอยอมมาเดทกับฉัน จำได้ว่า ฉันพยายามจีบเธอมานานมาก ทำไมวันนี้อยู่ดีๆ ถึงยอมล่ะ"
"ตรงๆ เลยนะ ช่วงนี้มีคนตามจีบฉันเยอะมาก ฉันก็แค่รู้สึกรำคาญ"
"เอาฉันมาเป็นไม้กันหมางั้นเหรอ"
"ถ้านายจะคิดแบบนั้นก็ได้นะ แต่ถ้านายไม่อยากช่วยฉัน นายก็จอดตรงนี้ แล้วให้ฉันลงจากรถของนายก็ได้" ฉันก็ยังเป็นฉัน ที่ไม่ชอบบงการและบังคับชีวิตของใคร
"ไม่ดีกว่า เอาเป็นว่าเธออยากใช้ฉันกันหมาตัวไหน ก็แล้วแต่เธอเลยก็แล้วกัน"
อีกด้าน
[ นิกกี้ : อยู่ไหน ] ผมส่งข้อความไป เมื่อมาถึงคอนโดมิเนียมของมิ้นท์ และมีความรู้สึกว่า เหมือนจะไม่มีคนอยู่
แล้วผมก็อยากรู้ ว่าผู้หญิงของผมอยู่ที่ไหน
[ นิกกี้ : อ่านแล้วไม่ตอบหมายความว่าไง ]
[ นิกกี้ : เธอจะลองดีกับฉันใช่ไหม มิ้นท์! ]
[ มิ้นท์ : รำคาญ เลิกยุ่งกับฉันสักทีวันนี้ฉันไม่ว่าง ] ผมบดกรามด้วยความไม่พอใจ
[ นิกกี้ : อยู่ไหน? ]
[ นิกกี้ : ตอนนี้ฉันอยู่ที่คอนโดของเธอ อยากให้ฉันพังเข้าไปหรือไงวะ ]
[ มิ้นท์ : รำคาญ ฉันจะตอบนายเป็นคำตอบสุดท้าย วันนี้ฉันไม่ว่าง กำลังเดทอยู่กับผู้ชาย ] ประกายตาของผมลุกวาว ดันลิ้นกับกระพุ้งแก้มอย่างหงุดหงิด แล้วส่งข้อความกลับไปทันที
[ นิกกี้ : ฉันถามว่าอยู่ไหน? ]
แล้วคำตอบที่ได้ ก็คือความว่างเปล่า ไม่มีการเปิดอ่าน ไม่มีการตอบอะไรทั้งนั้น เหมือนคำที่เธอพูดออกมาว่า จะตอบคำถามก่อนหน้านั้นเป็นคำถามสุดท้าย และเธอกล้าทำแบบนั้นจริงๆ
Lineeeee~
[ โน่ : ผมเจอเด็กเฮียมานั่งกินเหล้ากับผู้ชาย ]
[ โน่ : ส่งรูปภาพ ]
ผมบดกรามเข้าหากัน ก่อนจะยัดโทรศัพท์มือถือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงยีนส์ แล้วตรงไปยังที่ที่หนึ่งทันที
คลับ [ xoxo]
"อยู่โซนไหน!" ผมตะโกนถามคนของผมซึ่งทำงานอยู่ที่นี่ และทำหน้าที่สอดส่องและคอยรายงาน ทุกครั้ง ที่ยัยนั่นมาเหยียบที่นี่
"vip9 ครับเฮีย" ผมคว้าแก้วบรั่นดีที่อยู่ใกล้มือมาถือเอาไว้ ก่อนจะกระดกให้มันไหลผ่านลำคอ รับรสความขมบาดคออย่างใจเย็น ทั้งที่ความจริงแล้วภายในหัวใจมันกำลังร้อนรุ่มดังไฟสุม ขายาวมั่นคงก้าวไปที่เบื้องหน้า
ซึ่ง vip9 คือจุดหมาย
ผมควงแก้วเหล้าในมือไปมา พร้อมกับดันลิ้นกับกระพุ้งแก้ม ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า มันกำลังทำให้ความบ้าของผมเดือดพล่าน
ในเมื่อบอกไม่เคยฟัง ผมคงต้องจัดการขั้นจริงจัง
"หนีผัวมาเที่ยว สนุกมากมั้ง!" ผมเข้าขวาง เมื่อเห็นว่า มิ้นท์กำลังจะเดินออกไปจากผับ พร้อมกับผู้ชายหนึ่งคน
และผมหวังว่า คำว่าผัวของผม ไอ้หมอนั่นมันจะได้ยินอย่างชัดเจน
"เรารู้จักกันด้วยเหรอคะ?" ผมตวัดสายตามองเจ้าของคำพูดทันที ซึ่งมิ้นท์เลือกที่จะมองผมอย่างรำคาญ
ซ้ำจับมือหมอนั่น ต่อหน้าต่อตาผมเลย
"ฉันไม่เคยบอกใช่ไหม ว่าฉันไม่ต้องการให้ตัวของเธอเหม็นกลิ่นผู้ชาย ไม่เคยบอกใช่ไหม ว่าเมื่อไหร่ที่ฉันได้กลิ่นผู้ชายจากกายเธอ แล้วฉันจะลงโทษผู้หญิงของฉันยังไง แล้วฉันจะลงโทษให้เหี้ยนั่นยังไง!"
"ไอ้เหี้ยไหน?" หมอนั่นถามกลับอย่างท้าทาย ถือว่ากล้าใช้ได้อยู่เหมือนกัน
"ไอ้เหี้ยตัวนั้น มันกำลังจับมือเมียกูอยู่ล่ะ แต่ถ้ามึงยังไม่รู้ ว่าเหี้ยตัวนั้นเป็นใคร มึงก็มองหน้ากู แล้วมึงจะได้รู้ ว่ากูกำลังมองใคร!" ผมมองหมอนั่น พลางลดสายตามองต่ำ มองมือที่ยังจับกันอยู่ไม่วางตา
"แต่เหมือนกับว่า มิ้นท์จะบอกว่าตัวเองโสดนะ" มันยกยิ้มออกมา แต่ผมเริ่มรู้สึกขวางหูขวางตาในตัวมันจนเกินจะทน
"อย่ามายุ่งกับเมียกู!"
"ควรให้มิ้นท์เป็นคนเลือกดีกว่าไหม ว่ามิ้นท์จะเลือกใคร" มันแสยะยิ้มเหนือกว่า แล้วใครบอกว่ะ ว่ากูจะยอมเป็นตัวเลือกของใคร
"มึงจะเอาแบบนี้กับกูก็ได้" ผมเดินเข้าใส่ แต่มิ้นท์เข้าขวาง แล้วผลักผมออกห่างทันที
"นายไม่มีสิทธิ์มาทำกับฉันแบบนี้ ไม่มีสิทธิ์มาบงการ นี่เป็นชีวิตของฉันควรมีแต่ฉัน ที่ควรมีสิทธิ์เลือกทุกอย่างเอง!"
"งั้นก็รู้เอาไว้ ว่าสิทธิ์ที่ฉันต้องบงการ เพราะฉันเป็นผัวเธอ!"
