บทที่ 11 ชีวิตใหม่
ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว ก่อนจะปลุกลูกสาวตัวน้อยขึ้นมาอาบน้ำด้วยความงัวเงียเหมือนทุกเช้า
“เด็กดีของแม่ ตื่นหรือยังคะ”
เธอมักจะสนทนากับลูกสาวตัวน้อยด้วยภาษาอังกฤษ เพื่อฝึกภาษา
“ยังไม่ตื่นค่า”
ตุ๊กตาฝรั่งของเธอเจื้อยแจ้วทั้งๆที่ยังไม่ลืมตาเลย สร้างความเอ็นดูให้กับแม่ จนต้องหอมแก้มยุ้ยๆ นั่นแรงๆ หนึ่งครั้ง
เมื่อสาวน้อยในชุดนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่หนึ่งของโรงเรียนเอกชนชื่อดังเดินลงมาด้านล่างของตัวบ้าน พร้อมกับคุณแม่คนสวยในชุดทำงานที่เรียบหรูดูทันสมัย ก็เจอเข้ากับเพื่อนรักของแม่ ที่กำลังเทโจ๊กหมูร้อนๆลงในชามใบใหญ่ถึงสามใบ
“พ่อป้องขา”
สาวน้อยผมแกละ วิ่งถลาเข้าไปกอด ปกป้อง ชายหนุ่มหล่อ รูปร่างสูงใหญ่ ผิวพรรณขาวสะอาด ดวงตาเรียวเล็กด้วยเชื้อสายจีน เพื่อนรักของแม่ที่เธอเรียกว่าพ่อทันที และเขาก็อ้าแขนรับสาวน้อยร่างกลมป้อมนี้เข้าสู่อ้อมกอดอันอบอุ่นทันทีเช่นกัน
“สาวน้อยของพ่อ อุ๊ย หนักขึ้นหรือเปล่าครับ”
ปกป้องเอ่ยแซวสาวน้อยที่นับวันจะจ้ำม่ำมากขึ้น แต่จะอ้วนขึ้นยังไง ก็ยังตัวน้อยกว่าเพื่อนร่วมชั้นหลายคนอยู่ดี จนโดนพวกเพื่อนผู้ชายจอมเกเรรังแกอยู่หลายครั้ง
“เพชรใสไม่คุยกับพ่อป้องแล้ว”
สาวน้อยเพชรใสวัยสามขวบยกมือขึ้นกอดอก แล้วเชิดหน้ากลมๆนั้นขึ้นเล็กน้อย เป็นเชิงงอน และพ่อป้องของเธอก็รู้ดี ว่าควรจะทำให้สาวน้อยหายงอนด้วยวิธีไหน
“พ่อขอโทษนะครับ คนสวย ถึงจะหนักขึ้นนิดหน่อย แต่ก็น่ารักมากเลยนะครับ”
ปกป้องพูดคำหวานพร้อมหอมแก้มซ้ายขวาหลายครั้ง จนสาวน้อยจั๊กจี้ตอหนวดหัวเราะคิกคัก เป็นอันสิ้นสุดการงอน
พราวมุกมองปกป้องกับลูกสาวตัวน้อยของเธอ นั่งทานข้าวไปหยอกล้อกันไปแล้วก็รู้สึกจุกแน่นอยู่ในอก เพราะความเข้าใจผิดในคืนนั้น มันทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปตลอดกาล แต่เธอต้องขอบคุณเขานะ ที่ยังทิ้งเลือดเนื้อของเขาไว้ในท้องของเธอ เพราะลูกคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต และเป็นสิ่งเดียว ที่ทำให้เธอมีแรงหายใจต่อไป
ความตั้งใจของเธอจากนี้คือทุ่มเทและเสียสละได้ทุกอย่างเพื่อลูก เธอไม่คิดอยากมีใครมาแทนที่ของเขาอีก แม้เธอกับเขาจะไม่ได้เป็นคนรักกัน แต่ความสัมพันธ์เพียงชั่วคืนนั้น มันได้ร้อยรัดหัวใจของเธอไว้กับเขาเรียบร้อยแล้ว พร้อมด้วยของขวัญชิ้นโตที่เป็นตัวแทนของเขาไว้ดูต่างหน้าอีกต่างหาก
เธอจึงตั้งชื่อลูกสาวของเธอว่า น้องเพชรใส เพราะชื่อของคนเป็นพ่อ แปลว่าเพชร และตั้งชื่อจริงให้ว่า เพียงพัชร์ เพราะเธอตั้งใจจะมีเพียงแค่ พชร คนเดียวตลอดไป
ถ้าถามว่าเมื่อเธอรู้ว่าตั้งท้อง ทำไมไม่ติดต่อเขากลับไป คนร่ำรวยอย่างเขา มีปัญญาเลี้ยงลูกที่เกิดจากคู่นอนได้เป็นร้อยๆ คน แต่ที่เธอไม่ทำแบบนั้น เพราะเธอกลัวว่าเขาจะยึดเอาลูกของเธอไปเป็นของตัวเอง หรืออาจจะกีดกันแม่อย่างเธอไม่ให้ได้เจอลูกอีก หรือไม่อย่างนั้นเขาอาจกักขังทั้งเธอกับลูกให้อยู่ในที่ที่เขากำหนด เธออาจต้องยอมเป็นนางบำเรอที่ไร้ค่าของเขาเหมือนที่เขาลั่นวาจาว่าจะซื้อเธอจากสังกัดนั่นแหละ ลูกเธอจะต้องเป็นลูกเมียน้อย เมียเก็บ แล้วความสุขชั่วชีวิตของเธอกับลูกจะอยู่ที่ไหน
อีกอย่าง บางทีผ่านไปสองสามเดือน เขาอาจจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ ว่าเคยนอนกับเธอ ถ้าเขาหัวเราะเยาะใส่หน้ากลับมา เธอจะทำใจได้อย่างไร สู้เธอกับลูก อยู่กันแค่สองคนแล้วมีความสุขอย่างคนธรรมดาๆ ดีกว่า
“อ้าว คุณแม่ ไม่ทานข้าวหรอ นั่งมองพ่อลูกเขาเล่นกันแล้วจะอิ่มไหมล่ะ”
ปกป้องที่เงยหน้าขึ้นมาเจอเพื่อนรักนั่งมองเขากับลูกสาวตัวน้อยด้วยแววตาติดจะเศร้าสร้อย ก็รู้ดีว่าเพื่อนรักคิดถึงพ่อของลูกอีกแล้ว จึงเอ่ยแซวไปให้เธอได้หลุดจากความรู้สึกเหล่านั้น
“เพชรใสอิ่มแล้วค่า ขอไปล้างมือก่อนนะคะ”
“ครับลูก”
เมื่อสาวน้อยเพชรใสไถลตัวลงจากเก้าอี้ได้ ก็วิ่งปร๋อเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว พราวมุกจึงหันกลับมาตอบโต้เพื่อนรักบ้าง
“จ้ะ กำลังจะทานแล้วจ้ะ แม่ป้อง”
“เดี๋ยวตบปากฉีก ชะนี บอกกี่ทีแล้วว่าอย่าทำให้ลูกสาวฉันสับสน ตามเพศสภาพ ฉันต้องเป็นพ่อจ้ะ”
“ลูกสาวฉัน พูดเสียเต็มปากเลยนะ คลอดออกมาเองหรอ”
“ถ้าฉันมีมดลูก ฉันไม่ง้อหล่อนหรอกย่ะ ฉันก็มีลูกของตัวเองแล้วสิ นี่ดูซิ ต้องมารักลูกเขา มาเลี้ยงลูกเขาอยู่ตั้งหลายปี ไม่นึกถึงบุญคุณเลย”
“โอ๋ๆๆ ขอโทษนะคะคุณพ่อ คุณแม่ผิดไปแล้วค่ะ”
ปกป้องเบะปากเล็กน้อย เหลือบตามองบนอีกนิดหน่อย แล้วก็ทานอาหารของตนเองต่อไป
“คืนนี้พ่อป้องมานอนกับเพชรใสไหมคะ”
“ครับลูก คืนนี้พ่อจะมานอนด้วยนะ”
“เย้ๆๆๆ”
สาวน้อยกระโดดดีใจ เพราะถ้าพ่อป้องของเธอมานอนด้วยทีไร มักจะชวนกันเล่นและพูดคุยหัวเราะกันจนดึกดื่น จนคนเป็นแม่ต้องปวดหัวตลอด
