บทที่ 10 กลางดงมาเฟีย
ครืด~ ครืด~
“อ้ะ!”เขาคลายพันธนาการปล่อยให้เธอเป็นอิสระแล้วผลักลงให้เธอนอนราบไปกับเตียงอีกครั้งแล้วเริ่มบทรักครั้งใหม่ มือหนาจับโคนขาอ่อนและลูบไล้กล้ามหน้าท้องของหญิงสาวด้วยความหลงใหล สะโพกสอบอัดกระแทกกระทั้นอย่างบ้าคลั่ง
“อ๊าาาา ฉันหายใจไม่ทันแล้ว ซี๊ดดดด หยุดก่อน”ร้องบอกกระท่อนกระแท่น ตีท่อนแขนแกร่งไปอย่างแรงให้หยุดลงก่อน เขาไม่พักให้เธอหายใจเลย
“มีสิทธิ์อะไรมาสั่ง”
ทว่าเสียงโทรศัพท์ที่อยู่นอกห้องดังจนได้เสียงแว่วเข้ามา มาเฟียหนุ่มรำคาญจนหงุดหงิด มันทำลายบรรยากาศถึงแม้มันจะเงียบลงแต่มันก็ดังขึ้นมาอีกเรื่อยๆ
หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่นรู้สึกซาบซ่าน เขากระเตงเธอขึ้นมาอีกรอบโดยจุดเชื่อมต่อยังเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เธอตวัดโอบลำคอหนาไว้โดยอัตโนมัติ เขาไม่ได้สัมผัสตัวเธอ มีเพียงเธอที่ใช้แขนขาตะเกียกตะกายบนลำตัวเขาอยู่
“ไอ้บ้ามันจุก อ๊า”เขาก้าวเท้าลงจากเตียงอย่างแรงเสมือนว่าส่วนนั้นของเขาไม่ได้อยู่ในตัวเธอ จุกหน่วงดังใครเอาไม้มาฟาด
แพคทริครีบเดินไปที่โทรศัพท์ ตอนนี้มันดังขึ้นมาเป็นครั้งที่สาม เป็นสายของเคลีส เขากดรับสายมันทันที
“ว่าไงเฮีย”
“ใครโทร….”สายตาถากถางของแพคทริคทำให้เธอหยุดถามทันที
(อยู่ไหน)
“ห้อง อีกครึ่งชั่วโมงเจอกัน”
“รอยสักนายสวยดีนะ”ดวงตากลมโตเผลอมองรอยสักที่แขนของเขา มือเรียวสัมผัสลูบไล้รอยสักเบาๆ
“ไม่ต้องยุ่ง!”
(นี่มึงทำอะไรอยู่ อยู่กับใคร)
ปึก! ปึก! ปึก!
“อ๊าาาา เสียวจัง”นินิวให้คำตอบผ่านเสียงครางหวานกระเส่า เธอจงใจอัดกระแทกกระทั้น ไม่รู้ว่าปลายสายจะได้ยินเสียงเนื้อกระทบเนื้อหรือเปล่า เธอไม่หยุดแม้เขาจะค้อนใส่ก็ตาม
“อ่าส์”ความเสียวซ่านมันซ่อนไม่มิดเขาคำรามออกมาเบาๆ
(พวกกูรออยู่ที่ชั้นสามสิบ ไม่เกินห้านาทีกูต้องเห็นหน้ามึง)น้ำเสียงดุตวาดกลับทันทีที่ได้ยินเสียงครางของผู้หญิงจากปลายสาย ทำเคลีสวางสายไปด้วยความหงุดหงิด แพคทริคก็ไม่ต่างกัน
“ไปแต่งตัว เสื้อผ้าในตู้ของบีน่าใส่ไปก่อน”
“นายจะพาฉันไปไหนอ่ะฉันอยากทำต่อ”หญิงสาวกัดริมฝีปากอย่างยั่วยวน
“อย่าถามเยอะ”ตอบกลับอย่างหงุดหงิด เขาวางเธอลงที่พื้น ก่อนดึงแก่นกายออกจากร่องสวาท เธอจิกเล็บลงบนท่อนแขนแกร่งเพื่อระบายความเสียวที่ค้างเติ่ง ทำหน้าตาเสียดายออกมาอย่างปิดไม่มิด
แพคทริควางโทรศัพท์ลงหยิบทิชชู่มาเช็ดแก่นกายที่เปรอะเปื้อนลวกๆ มือหนาตีหลังมือของหญิงสาวที่จะเอื้อมมือมาหยิบทิชชู่ไปเบาๆ เขาหยิบกล่องทิชชู่มาถือไว้ไม่ให้เธอหยิบได้
“เอาทิชชู่มา”
“ไปมันอย่างนี้นี่แหละ ฉันอยากให้มันไหลลงขา เพื่อนฉันจะได้รู้ว่าเธอโดนฉันเอามาจริงๆ”
“โรคจิต”ถ้อยคำด่าทอเสมือนคำชมที่ทำให้มาเฟียหนุ่มใช้ลิ้นดันมุมปากยอมรับในสิ่งที่เธอพูด
“เร็วๆด้วย ฉันแต่งตัวเสร็จฉันจะนั่งรอที่โซฟา”
แล้วเขาก็ถือกล่องทิชชู่ไว้จริงๆ เธอส่ายใบหน้าไปมาด้วยความเอือมระอา หยิบกระเป๋าสะพายข้างตัวเองขึ้นมาเปิดดูของข้างใน มันมีทิชชู่ ยาคุมกำเนิดและกล้องตัวจิ๋วที่เธอเตรียมมาอย่างรอบคอบ
“แล้วฉันจะได้หนึ่งล้านไหม”
“ไม่ต้องถาม บอกให้ไปแต่งตัว”
“จะเบี้ยวเหรอ”
“ไปแต่งตัว”
นินิวจิ๊ปากอย่างหงุดหงิดเธอถามดีๆทำไมเขาต้องตะคอกกลับ แต่ก็เลือกที่จะเมินเฉย เธอถือวิสาสะเลือกเสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้าของบีน่าไปใส่ ได้แต่ภาวนาให้บีน่าไม่มาวีนเธอคืนภายหลังและเดินเข้าไปทำความสะอาดเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำ เรียบร้อยจึงเดินออกไปหาน้ำมาทานยา ก่อนจะเดินกลับมาที่โซฟาที่เขานั่งรออยู่
“ไม่ต้องเอากระเป๋าไป ของมีค่าก็เอาไว้นี่แหละ”
ทำไมถึงไม่ให้เอากระเป๋าไป คำถามนี้เกิดขึ้นในใจแต่ไม่ได้ถามออกไป
“ขอวางไว้ตรงนี้ละกัน”นินิวใช้เวลาไม่กี่วินาทีในตอนที่เขาหันหลังให้ เอากระเป๋ามาวางที่โต๊ะ หยิบกล้องตัวจิ๋วออกมาใส่ติดกับสร้อยข้อมือข้างซ้ายของเธอ ลูกเล่นของมันรูปดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยว รูปดาวต่างๆทำให้กล้องตัวจิ๋วเนียนไปกับของพวกนั้น เอาไปทำไมไม่รู้แต่มีไว้ให้อุ่นใจไว้ก่อน เหลือบมองเห็นสายตาดุดันของแพคทริค เขายืนรอหน้าประตูลิฟต์ส่วนตัวในห้อง เธอไม่รอช้ารีบคว้ารองเท้าแตะที่ชั้นวางรองเท้าและตามเขาไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อประตูลิฟต์เปิด แผ่นหลังของนินิวถูกผลักให้ชนกับผนังเย็นเฉียบของลิฟต์ มาเฟียหนุ่มรีบกดลิฟต์ไปยังชั้นที่ต้องการ ก่อนจะกระโจนเข้าหาเธอ
“นายใจเย็นสินี่ในลิฟต์นะ”มือหนาสอดเข้าไปในเสื้อขย้ำหน้าอก ใบหน้าคมคายซุกไซ้ลำคอระหงความหอมจากกายสาวดั่งสารเสพติด อยากลิ้มลองมันอีกครั้ง เธอสอดมือเข้าไปในเสื้อ ลูบไล้แผ่นหลังกำยำปลุกเร้าให้ความต้องการที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ
ติ๊งงง~
มือหนาลากไล้ลงมาล้วงใต้ขากางเกง ทว่าลิฟต์เปิดเสียก่อนอีกทั้งยังรู้สึกว่ามีคนยืนอยู่หน้าลิฟต์
“ใจเย็นพ่อหนุ่ม”เสียงของพัตเตอร์เรียกสติให้คนที่กำลังหลงมัวเมาในกามหยุดการกระทำนั้นลง เขาปล่อยเธอและเดินชนไหล่พัตเตอร์ออกไปอย่างหัวเสีย ไม่คิดว่าจะมีคนเห็น
หญิงสาวกระตุกยิ้มมุมปากให้พัตเตอร์ที่มองมา ก่อนปลีกตัวออกจากลิฟต์ โดยมีพัตเตอร์เดินตามหลังมาด้วย เข้าไปยังห้องที่มองเผินๆมันเหมือนห้องทำงานทั่วไป
“มีอะไรต้องคุยกันหน่อย”น้ำเสียงเข้มดุของเคลีสเรียกให้แพคทริคเดินเข้าไปหาที่มุมห้องอย่างรวดเร็ว โดยมีเจอาร์และขุนพลเดินตามมาฟังด้วย
“มึงได้กับผู้หญิงคนนี้แล้ว?”ถามเสียงเบาพลางหันมองนินิวที่นั่งอยู่หน้าห้องเป็นระยะ เรียกให้สายตาหลายคู่ตรงนั้นหันไปมองตาม ก่อนที่แพคทริคจะเป็นจุดรวมสายตา คาดคั้นคำตอบด้วยความอยากรู้แต่รอยที่คอย่อมเป็นคำตอบได้ดี
“แค่เช็คของ”
“มันเสียราคา”เคลีสกอดอกมองแพคทริคด้วยความไม่พอใจ ราคาของสาวบริสุทธิ์ย่อมเรียกได้แพงกว่าเสมอ
“แค่ครั้งเดียวมึงจะอะไรนักหนา”
“คิดอะไรอยู่”ขุนพลถามเสริม
“กูจัดการได้ นั่นไม่ใช่ประเด็นที่มึงจะต้องถาม แยกย้าย”
“มึงก็บอกจัดการได้ทุกครั้ง ไอ้เวรเอ้ย”เจอาร์พึมพำเบาๆ
“น้อง นั่นเพื่อนแพคเหรอ”เธอพอเห็นพัตเตอร์ผ่านตามาบ้างเลยชวนคุยฆ่าเวลา ไม่รู้ว่าแพคทริคพาเธอมาที่นี่ทำไมทั้งๆที่พัตเตอร์ก็ให้นั่งอยู่แค่ตรงนี้
“ใช่เป็นมาเฟีย แต่คนนั้นชื่อเคลีสเป็นนักฆ่ามืออาชีพ”พัตเตอร์จงใจเน้นคำนั้นและชี้ไปที่เคลีสที่กำลังมองจอคอมพิวเตอร์อยู่
หัวใจดวงน้อยกระตุกสั่นถี่ๆนี่เธอกำลังอยู่ท่ามกลางมาเฟียและนักฆ่าอีกหนึ่งคน แพคทริคจะพาเธอมาฆ่าหรือเปล่า แต่ห้องนี้มันไม่เอื้ออำนวยให้ทำแบบนั้น
“กลัวป่ะ”ใบหน้าล่กของนินิวมันทำให้พัตเตอร์ถามไปอย่างนั้น แต่ได้กลับไปเพียงรอยยิ้มบางๆของนินิว
“อ้ะ!จะทำอะไรอ่ะ”นินิวสะดุ้งเฮือกเมื่อพัตเตอร์อุ้มเธอขึ้นมานั่งบนโต๊ะที่สูงประมานเอว เธอกระเถิบหลังพิงกับผนังเมื่อพัตเตอร์กักขังเธอไว้ในอ้อมแขน โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ๆ จนเกือบจะใช้ลมหายใจเดียวกัน
“ผมซื้อพี่ต่อได้ป่ะ อยากลองบ้าง”
นินิวลอบกลืนน้ำอึกใหญ่ลงคอ สายตาของพัตเตอร์ไม่ได้ลวนลามเธอแต่นัยต์ตาเขามีความน่ากลัวอยู่ในนั้น เธอรวบรวมสติพยายามไม่แสดงอาการตื่นกลัวเกรงว่าอีกฝ่ายจะได้ใจ
“น้องคงไม่อยากใช้ของร่วมกับพี่ชายตัวเองหรอกเนอะ”
“เป็นแฟนมัน?”
“ไม่ใช่ แต่พี่คิดว่าคาสโนว่าตัวพ่อแบบน้องเลือกกินพอสมควรและคงไม่กินของต่อจากพี่ชายตัวเองหรอก”
“ฉลาดดีนี่ ใช่ ถึงผมจะร่านผมก็มีจรรยาบรรณพอ ไม่เหมือนพี่ ไม่มีจรรยาบรรณ”
“อันนี้แรงมาก ต่อยได้ต่อยนะ”คำพูดพัตเตอร์ดังมีดกรีดกลางใจ ความรู้สึกโกรธเคืองแพคทริคกลับมาอีกครั้งมันเป็นดังไฟเผาไหม้ให้ใจร้อนรุ่ม
“ไม่ต่อยหรอก”รอยยิ้มร้าจกายปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา พัตเตอร์เอื้อมมือไปข้างหลังหยิบเข็มฉีดยาสลบเข็มใหญ่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ออกมา แทงไปที่เส้นเลือดที่แขนของนินิว
ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อโดนกระทำแบบนั้นโดยไม่ทันตั้งตัว ยาออกฤทธิ์อย่างรวดเร็วยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไปเธอก็สลบลง
“เรียบร้อยแล้วพี่”เสียงของพัตเตอร์ดึงให้หลายคนตรงนั้นหันมามองเป็นตาเดียวกัน
