บทที่ 14 ไว้ใจได้
“ขอโทษที่ช้านะพอดีทำผมนานไปหน่อย รถคันนี้ใช่ไหมไปกันเลย”
“เดี๋ยว…นี่อะไร”
ทันทีที่นินิวเดินเข้ามาในลานจอดรถ แพคทริคยืนกอดอกพิงรถมองการแต่งตัวของนินิวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
ไม่ทราบว่าการแต่งตัวของเธอมันหนักศีรษะเขาขนาดนั้นเลยหรือไงเธอไม่ได้แต่งตัวตามที่เขาเอามาให้ใส่ ใส่ชุดทำงานเรียบร้อยสวยหวานที่เธอได้กลับไปเอามาจากคอนโดเมื่อสามวันก่อน ดัดลอนผมยาวตามที่ต้องการ เธอก้มมองชุดตัวเองตั้งแต่ปลายเท้าพร้อมกับหมุนเกียวผมที่รวบทรงหางม้า เลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากับเขา
“ก็ชุดนายมันไม่สวย แต่งตัวแบบนี้ก็ขับรถได้”
“…”แพคทริคกอดอกมองหญิงสาวตรงหน้า ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่คอปูดโปน นินิวเป็นคนแรกที่กล้าขัดคำสั่ง แม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยก็ต้องทำให้หงุดหงิด
“ยืนนิ่งทำไม ขึ้นรถสิ มันสายแล้วนะ เดี๋ยวพาไปอัดกับต้นไม้บ้างดีไหม หมั่นไส้”เธอเปิดประตูรถด้านหลัง พร้อมผายมือสั่งให้คนที่มองเธออยู่เข้าไป เขาเดินเข้าไปหย่อนสะโพกที่เบาะนุ่มๆพร้อมกับคาดเข็มขัดนิรภัย ก่อนตวัดสายตามามองเธอ
“รถเธอเธอก็ขับดีๆ”เขาตอบเสียงเรียบ ประโยคนั้นสร้างความดีใจให้อีกฝ่ายเป็นอย่างมากจนเธอเก็บอาการไม่อยู่ ตาลุกวาวไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้มีรถแพงๆขับ เธอกวาดสายตามองรถคันนี้ด้วยความปลื้มปิติ
“รถชื่อฉัน?”
“ชื่อฉัน”
หญิงสาวทำหน้าเสียดาย ดีใจไม่สุดทางแต่อย่างน้อยเธอก็มีรถขับเองแล้ว“มันหมายความว่า…”
“ถ้าถามอีกฉันจะเปลี่ยนใจ ไปได้แล้ว”เขาตัดบทด้วยความรำคาญ มองนาฬิกา นินิวทำให้สายไปมากกว่าที่คาดไว้มาก
“ขอบคุณนะคะป๋า”เธอรีบขอบคุณกระเซ้าเย้าแหย่เขาสักเล็กน้อย ก่อนปิดประตูรถให้เขาแล้วรีบขึ้นรถคาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อย สตาร์จรถออกเดินทางไปโรงแรม มันเป็นการขับรถครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆเมื่อมีความประหม่าเกิดขึ้นเล็กน้อย
ในระหว่างทางไม่ได้มีการสนทนาใดๆเกิดขึ้น เธอเลิกตั้งคำถาม นี่เขาเริ่มใจดีกับเธอบ้างแล้ว เขาอาจจะให้เพราะชดเชยสิ่งที่เธอเสียไปหรือไม่ก็พิศวาสเธอขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ
P.A.X HOTEL
ติ๊งงงง
ลิฟต์ผู้บริหารเลื่อนมาจอดที่ชั้นยี่สิบห้าเมื่อลิฟต์เปิดออกมาภายในชั้นนี้ค่อนข้างครึกครื้น เดินตรงไปอีกหน่อยจะเป็นห้องทำงานแพคทริค เลี้ยวขวาจะเจอห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ที่ตอนนี้มีคนเปิดประตูเข้าออกตลอดทำให้ได้ยินเสียงเล็ดลอดออกมา
“ดูวุ่นวายเนอะมีงานอะไรกัน”
“มีงานแสดงอัญมณีที่ชั้นนี้ บีน่าเดินชุดฟินาเล่ ถ้างานเลิกบีน่ามาหาฉันเธอไม่ต้องอยู่นะไปหลบที่ไหนก็ไปก่อน”
“ทำไมอ่ะ”เขาออกคำสั่งทำเหมือนเธอเป็นเมียเก็บไปได้ จะกลัวอะไรขนาดนั้น
“ฉันไม่ชอบความวุ่นวาย”
“แล้วฉันจะวุ่นวายอะไรอ่ะ”
“เถอะน่า”เขาตอบปัดรำคาญ
“แล้วนี่คือห้องทำงานนายก็อยู่ชั้นนี้เหรอ”
“ใช่ ก็ห้องเดียวกับห้องวันนั้นที่นัดเธอมา”
“แล้วห้องชั้นบนสุดที่นายพาฉันไปวันนั้นคือห้องอะไร”นินิวตัดสินใจถามด้วยความจงใจห้องนั้นมันต้องมีอะไรมากกว่าห้องทำงานปกติ จะว่าไปเธอเริ่มโลภ พอเห็นอะไรมากๆเข้าก็อยากรู้ทุกอย่าง อยากเก็บทุกรายละเอียดแบบให้ดิ้นไม่หลุด และแน่นอนคำถามนี้ทำให้เขาหันขวับ นัยน์ตาแฝงไปด้วยความน่ากลัวมองมาที่เธออย่างรวดเร็วมันทำให้เธอเบือนหน้าหนีแปลว่ามันก็ตรงกับข้อสันนิษฐานที่เธอคิดไว้
“แค่อยากรู้แต่ไม่ต้องบอกก็ได้”
ครืด ครืด
แพคทริคแตะคีย์การ์ด เปิดประตูเดินเข้าห้องไป นินิวกำลังจะก้าวเท้าตามเข้าไปแต่เสียงโทรศัพท์ก็ฉุดรั้งให้คว้ามันออกมาจากกระเป๋าสะพาย เป็นเบอร์ของธามปรากฏบนหน้าจอ
“ฉันขอคุยโทรศัพท์แป๊บนึง”เสียงของเธอทำให้เขาหันมาพยักหน้าให้แทนคำตอบ
เธอเอื้อมมือดึงประตูห้องมาปิดไว้และเดินกลับไปตรงโถงทางเดินหน้าลิฟต์ ไปยืนตรงผนังกระจกที่มองออกไปข้างนอกได้ ก่อนจะกดรับสายเพื่อนรัก
“ฮัลโหล ว่าไงมึง”
(โรงพยาบาล)เบอร์ธามแต่เสียงปลายสายไม่ใช่ธาม ดวงตากลมโต เพ่งมองผ่านผนังกระจกไปก็เห็นโรงพยาบาลที่อยู่ไม่ไกลนัก เธอแสยะยิ้มเล็กน้อยแล้วปลายสายก็ตัดไปแค่นั้น แต่เธอก็พอเข้าใจว่าเธอจะต้องไปโรงพยาบาลในเร็วๆนี้
“หึ”นินิวครางในลำคอเบาๆ “โดนซื้อไปแล้วสิท่า”
ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีส้มอิฐคลี่ยิ้มออกมา เธอเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วรีบเดินกลับไปในห้องทำงานเขาอย่างรวดเร็ว
เห็นมาเฟียหนุ่มนั่งทำงานที่โต๊ะเลยยังไม่อยากกวนแต่นินิวเดินเข้าไปข้างหลังโต๊ะทำงานเขา ที่เธอต้องหาต่อไปคือรหัสเข้าเครื่องของเขาเพื่อดูดข้อมูลจากเครื่องโดยใช้แฟลชไดร์ฟดูดข้อมูลมาอีกทีหนึ่ง แล้วต้องทำโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ อยากทำให้สำเร็จเร็วๆ ที่เหลือจะได้เป็นการนั่งรอเวลาที่เหมาะสมหาทางไปจากที่นี่อย่างปลอดภัย
ถ้าเธอติดกล้องตัวจิ๋วไว้ตรงผนังหลังโต๊ะทำงานที่เขาต้องเปิดอุปกรณ์ต่างๆใช้ประจำเพื่อแอบดูรหัสเขามันจะทำให้แผนสำเร็จเร็วขึ้นหรือพังเร็วขึ้นกันแน่ เธอเดินสำรวจหามุมลับสายตาที่พอจะทำได้
“อย่าแตะต้องของในห้องฉัน”มาเฟียหนุ่มเค้นเสียงดุ
“รู้แล้วน่า แค่จะมาจัดของให้ มันรก”เธอรีบแก้ตัวแล้วทำเป็นจัดของจริงๆ ก่อนตวัดสายตาจะหันหลังกลับก็เห็นกล้องวงจรปิดเหนือศีรษะมุมเฉียง ไม่เป็นการดีแน่ถ้าจะมาทำตัวลับๆล่อๆแถวนี้จึงแค่ดูลาดเลาไว้ก่อน
“นาย~”เธอเดินเข้าไปแย่งไอแพดในมือเขาวางไว้ที่โต๊ะแล้วหย่อนสะโพกบนตักของเขา สองแขนตวัดคล้องลำคอหนาไว้ มันทำให้คนที่ทำงานอยู่ไม่พอใจ ถอนหายใจพรืดยาวจนคนที่ซบลงที่บ่าแกร่งพร้อมกับทำท่าทางออดอ้อนสัมผัสได้
“ไปนั่งดีๆ ฉันจะทำงาน”
“แล้วโต๊ะทำงานฉันอยู่ไหนล่ะ”
“โต๊ะทำงานอะไร”
“ให้ฉันเป็นเลขานายได้ไหม”รวบรัดตัดตอน ไหนๆเขาก็ให้มาอยู่ใกล้ขนาดนี้ นี่เป็นข้ออ้างที่จะใช้โน๊ตบุ๊คหรืออุปกรณ์อื่นๆของเขาได้เนียนที่สุด
“อย่าเรื่องมาก”เขากระแทกแดกดัน
“เรื่องมากอะไร ไม่ได้จะทำตัวน่ารำคาญด้วยก็นายอยากให้ฉันอยู่ด้วยตลอด อยู่ในสายตา ให้ฉันดูแลนายทำแค่นี้มันว่าง หางานให้ฉันทำสิ ฉันจะได้ไม่กวนใจนาย”
“เธอเรียนนิเทศมาไม่ใช่เหรอ เธอทำงานพวกนี้ได้เหรอ”
“อย่าดูถูกฉันสิ ฉันเก่งมาก ถึงจะทำงานไม่ตรงสายก็ไม่มีปัญหา เชื่อฉันเถอะว่าฉันทำได้ ค่อยๆเรียนรู้กันไป ขนาดวันนั้นที่ฉันออระ….”
“ในสมองมีแต่เรื่องแบบนี้เหรอ”
นินิวหัวเราะลั่นกับประโยคต่อว่านั้นและท่าทางเอือมระอาของเขา แต่เธอจงใจให้มันเป็นแบบนั้น“ถ้าให้นั่งมองนายเฉยๆมันก็ใช่”
“…”
“ฉันงงมากที่นายสงสัยในตัวฉันและจู่ๆเกิดไม่ไว้ใจฉัน แต่เชื่อฉันเถอะว่าฉันอ่ะไว้ใจได้ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องอะไรก็ตาม ตอนนี้นายอาจจะยังไม่คิดแบบนั้น งั้นให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วกันเนอะ”
“…”
“อีกอย่างฉันทำงานเก่ง ฉันเป็นคนดี ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน คุณสมบัติครบมีประสบการณ์การทำงานที่โรงแรมนี้หนึ่งวัน แล้วถ้าฉันไม่ได้เป็นตามทั้งหมดทั้งมวลที่พูดมาขอให้ฟ้าผ่าตายไปเลย”ตลอดทุกประโยคสนทนามือเรียวที่ตวัดคล้องคอเขาอยู่ นิ้วชี้และนิ้วกลางไขว้กันโดยอัตโนมัติ มืออีกข้างใช้มาปิดปังกล้องวงจรปิดไว้ ใบหน้ายิ้มแย้มเพื่อแสดงออกถึงความจริงใจรวมถึงนัยน์ตาคู่นั้น
“หึ อยากให้ฟ้าผ่าตอนนี้เลย จะได้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย”
