บทที่ 15 หลง?

ปึก!

“อ้ะ!”นางแบบสาวหยุดชะงักโดยอัตโนมัติเมื่อเธอเผลอชนกับแผงอกแกร่งของใครบางคนโดยที่เธอไม่ทันได้มองเพราะเล่นโทรศัพท์อยู่ ในขณะที่เธอกำลังเดินมาถึงหน้าประตูห้องทำงานของแพคทริค กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยบนตัวอีกฝ่ายทำให้เธอรีบเงยหน้าขึ้นมามอง แล้วเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า

“ขอทะ…อ้าวพี่เคย์”

“ซุ่มซ่าม”นักฆ่าหนุ่มมองด้วยความไม่พอใจ

“นี่กลับมาตั้งแต่เมื่อไร ทำไมไม่บอกน้องเลย”รอยยิ้มอย่างร่าเริงปรากฏบนใบหน้าสวย ดีใจที่ได้เจอกับเคลีสที่ไม่ได้เจอกันมาสองปี

“ไม่ได้คุยกับไอ้แพคบ้างหรือไง”

“ช่วงนี้น่างานยุ่งมาก …แล้วมีของฝากมาฝากน่าไหม”

“ไม่มี”นางแบบสาวหุบยิ้มโดยอัตโนมัติ ค่อนข้างน้อยใจเธอบึนปากใส่เขาแต่เขากลับมองมาด้วยสายตาเฉยชา

“แล้วนี่มาทำอะไรตรงนี้ น่าจะเข้าไปห้องพี่แพคไปด้วยกันเปล่า”

“ไป มีเรื่องจะคุยกับมันพอดี”

“น้องน่าขา  จะไปไหนคะคนสวย ไม่ไปเตรียมตัวเดินแบบเหรอ”พนักงานสาวเดินมาทักทายบีน่า บีน่ายิ้มรับอย่างเป็นกันเอง 

“ไปหาพี่แพคค่ะ ขอกำลังใจ พี่แววคงจะเอาเอกสารมาให้พี่แพคเซ็นใช่ไหมคะ งั้นเข้าไปพร้อมกันสามคนเนี่ยละคะ”

“ค่ะ”

~แกร่ก~

“อุ้ย!”สองสาวอุทานพร้อมกันเมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของแพคทริคก็เห็นว่ามีผู้หญิงปริศนามานั่งคลอเคลียนั่งซ้อนตักกับแพคทริคอยู่ ถึงไม่ได้มีอะไรเกินเลยแต่ทั้งแววและบีน่าก็แปลกใจเล็กน้อยที่ปกติไม่มีผู้หญิงคนไหนจะเข้ามาทำแบบนี้กับแพคทริคไม่ว่าจะในที่ทำงานหรือว่าที่ไหนก็ตาม ต่างจากเคลีสที่ไม่ได้ตกใจอะไร มากกว่านี้ก็เห็นมาแล้ว

“เข้ามาทำไมไม่เคาะประตูก่อน”มาเฟียหนุ่มเค้นเสียงดุอย่างหัวเสีย ส่งผลให้นินิวปล่อยมือที่คล้องคอเขาออก รีบหยัดกายลุกขึ้นแล้วเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวข้างๆที่มันว่างอยู่

“แววเอาเอกสารมาให้ค่ะ”

“ผู้หญิงคนนี้ใครอ่ะ”

“…”ทั้งเคลีสและแพคทริคเงียบไปไม่ได้ตอบคำถามของบีน่าเพราะมีพนักงานคนอื่นอยู่ในห้องด้วย 

แพคทริครีบเอาเอกสารมาเซ็นให้แวว แววยืนนิ่งปรายตามองที่นินิวด้วยความสนอกสนใจ

“ฮึ้ม! ใครใช้ให้มอง ไม่มีมารยาท”แพคทริคส่งเอกสารกลับมาสายตาดุดันของผู้เป็นนายก็ไล่ให้แววออกไป เธอจึงหยิบเอกสารแล้วเดินออกไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อแววเดินออกไปเคลีสเดินกดล็อคประตูไว้ป้องกันเผื่อมีใครเดินเข้ามาอีก

“เอ่อเธอฉันเอาชุดมาคืนน่ะ”เมื่อนึกขึ้นได้นินิวเปิดกระเป๋าสะพายหยิบชุดของบีน่าที่เธอเอาไปซักทำความสะอาดให้เรียบร้อยแล้วออกมา ก่อนจะเดินตรงไปหาบีน่าไปยื่นให้กับมือ มันทำให้นางแบบสาวเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ

“นี่อะไรอ่ะพี่แพค พี่แพคเอาชุดน่าให้มันใส่เหรอ คือทำอะไรกันอ่ะทำไมต้องเอาชุดน่าไปให้มันใส่ด้วย”นางแบบสาวโวยวายลั่น ทั้งๆที่รู้ดีว่ามันคืออะไร คนหวงของอย่างบีน่าแค่รู้ว่ามีคนมาใช้ของตัวเองก็ไม่พอใจ แล้วนี้ยังเป็นเสื้อผ้าชุดโปรดของเธออีกต่างหาก

“ก็…”

“นิว! ฉันบอกเธอเมื่อกี้จำไม่ได้เหรอ ฉันไม่ชอบความวุ่นวาย”มาเฟียหนุ่มลุกพรวดจากเก้าอี้ขึ้นมาต่อว่าด้วยความไม่พอใจ เสียงของแพคทริคทำให้นินิวหันหลังกลับไปมองโดยเร็ว

“ฉันจำได้ฉันก็ไม่ได้สร้างความวุ่นวายนะ แค่จะเอาชุดมาคืนให้เจ้าของไง แล้วยัยนี่ถามก็แค่ตอบ”

“แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใคร”

“แค่คนที่ไอ้แพคมันเอามาเช็คของเฉยๆ”เป็นเคลีสที่ตอบคำถามที่บีน่าสงสัยเพราะเธอยังมองแพคทริคไม่วางตา

“ปกติพี่แพคไม่เช็คของเองไม่ใช่เหรอ”นางแบบสาวบ่นอย่างกระฟัดกระเฟียดพลางมองหน้านินิวด้วยความไม่พอใจ

“แพคเป็นคนนะไม่ใช่พระอิฐพระปูน”

“นิว! นี่ฉันใจดีกับเธอเกินไปใช่ไหม เธอถึงไม่ฟังอะไรเลย”

“อะไรของนาย ใครจะไปตรัสรู้ว่ายัยนี่จะเข้ามาตอนนี้ล่ะ บ่นมากฉันไปก็ได้”เธอบ่นออกมาด้วยความไม่เข้าใจ การที่เธอกับบีน่าเจอกันมันทำไมนักหนา เธอเดินออกจากวงสนทนาจะเข้าไปนั่งรออีกห้องเพื่อตัดรำคาญสองพี่น้อง

“แล้วนี่เช็คมากี่ครั้งแล้วมันถึงมานั่งอยู่นี่ได้”

“เลิกตั้งคำถามกับทุกการกระทำของพี่ได้แล้ว  ออกไปเตรียมตัวเถอะ”

“ไล่เหรอ?”

พรึ่บ!

นางแบบสาวโยนเสื้อผ้าชุดโปรดของตัวเองใส่ถังขยะใบเล็กทันทีเมื่อพี่ชายฝาแฝดไล่เธอออกจากห้องเพราะผู้หญิงคนนั้น

“เออ เดี๋ยวซื้อให้ใหม่ ไปเตรียมตัวได้แล้ว งานจะเริ่มแล้วไม่ใช่เหรอ”

“ก่อนไปขอไปตบมันก่อนได้ป่ะ หงุดหงิด”บีน่ากำหมัดแน่นพร้อมกับจะเดินไปหานินิวที่กำลังจะเดินเข้าห้อง นินิวหันมามองแล้วเธอก็เข้าห้องไปเพราะไม่อยากมีปัญหา ไม่ต่างจากบีน่าที่จะเดินไปแต่ก็ถูกเคลีสคว้าข้อมือเล็กไว้ เธอชะงักและหันกลับมามองต้นทาง

“ปล่อยน้อง~”

“เสียงเธอมันทำให้ฉันแสบแก้วหู เป็นนางแบบประสาอะไรแว๊ดๆอย่างกับขายข้าวแกง”เสียงของบีน่าที่แผดดังกังวาลอย่างคนไม่พอใจมันระคายหูเคลีสในระดับปานกลาง

“อย่าสร้างความวุ่นวาย ออกไปเตรียมตัวไป”น้ำเสียงเข้มของแพคทริคเอ่ยกำชับ ทำให้บีน่าหันมองด้วยความไม่พอใจ

“เช็คจนหลงมันแล้วสิท่า”ปกติแพคทริคขัดใจเธอประจำแต่ครั้งนี้เธอรู้สึกหงุดหงิดกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เธอสะบัดแขนออกจากมือหนาของนักฆ่าหนุ่มแล้วรีบเดินไปปลดล็อคประตูออกจากห้องทำงานไปอย่างกระฟัดกระเฟียด

“มึงนี่นะ”นักฆ่าหนุ่มเปรยออกมา ก่อนเดินหนีไปหย่อนสะโพกลงบนโซฟาตรงมุมห้อง มันทำให้มาเฟียหนุ่มตามไปนั่งตรงโซฟาตรงกันข้ามทันที

“เฮ้อ!”มาเฟียหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาพรืดยาว เอนตัวพิงพนักโซฟาทิ้งตัวเพื่อพักความเหนื่อยใจชั่วครู่

 “วันนี้มึงดูหงุดหงิดผิดปกตินะ”อยู่ด้วยกันมานานจนจับสังเกตอารมณ์ของกันและกันได้ เวลาแพคทริคหงุดหงิดมันแสดงออกมาหมดทางอากัปกิริยาจนซ่อนอย่างไรก็ไม่มิด

“ก็นิดหน่อย หาประวัติยัยนั่นไม่เจอตามที่ต้องการ กูว่ายัยนั่นมันแปลกๆ”

“ทำไมไม่ฆ่า ถ้ามันทำให้มึงหงุดหงิดมากขนาดนั้น มึงหลงมัน?”

“เปล่า สงสารก็เลยอยากเก็บไว้เล่นต่อ”

“แต่ก็ระแวง เลิกคิดเถอะถ้ามึงจะเก็บมันไว้ แต่ถ้าไม่กูมีอะไรมาให้มึงเล่นสนุกๆแก้หงุดหงิด”เคลีสเปิดกระเป๋าสะพายออกมาเอาเข็มฉีดยาและขวดยาปลุกเซ็กซ์ขนาดเล็ก ซึ่งเป็นสินค้าล็อตใหม่ที่เพิ่งวางขายในตลาดมืดมาวางไว้ตรงโต๊ะกลางโซฟา“บางทีมันอาจใช้ง้างปากคนได้”

รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏบนใบหน้าหล่อเหล่าของสองชายหนุ่ม ก่อนที่เคลีสจะรูดซิปปิดกระเป๋า หยัดกายลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไร

~แกร่ก~

เสียงเปิดประตูทำให้หญิงสาวที่นั่งเล่นโทรศัพท์ที่โต๊ะหันไปมอง เห็นแพคทริคเอามือไพล่หลังเดินเข้ามาหาเธอใกล้ๆก็ไม่ได้คิดอะไร “นี่นายจะไปดูบีน่าเดินแบบป่ะ เห็นในเพจโรงแรมน่าดูเหมือนกันนะ ขอไปนะว่างอ่ะ”

“ไม่ไปอ่ะ ไม่ได้สำคัญขนาดนั้น เธอก็ไม่ต้องไปหรอกเดี๋ยวของหาย”

“หน้าตาฉันเหมือนโจรขนาดนั้นเลย?”นิ้วชี้ชี้มาที่ใบหน้าตัวเองด้วยความสงสัยก่อนจะก้มลงไปมองจอโทรศัพท์เหมือนเดิม

“ใช่”ชายหนุ่มตอบคำถามแล้วมองเธอไม่วางตา ทำให้คนที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่สัมผัสได้และเงยหน้าขึ้นมามองอีกรอบ

“มองอะไร”

“เธอทำให้ฉันหงุดหงิด”สีหน้าแปรเปลี่ยนไปจากเมื่อสักครู่จนน่าแปลก มือหนาคว้าแขนหญิงสาวมาและรีบใช้เข็มฉีดยาปักเข้าไปในเส้นเลือดของเธอดันยาเข้าไปจนหมดหลอดโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัวมันทำให้โทรศัพท์ในมือเธอหล่นลงพื้น ตาเบิกกว้างขึ้นมาคล้ายว่ากำลังตกใจอย่างมาก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป