บทที่ 12 Episode12
มัสยามองราชันย์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและเสียใจ เธออยากจะรู้จริง ๆ ว่าในเสี้ยววิหัวใจของเขาเคยเห็นเธอคนนี้มีค่าบ้างไหม มีสักครั้งหนึ่งไหมที่เขาคิดเห็นใจกัน หรือแท้จริงแล้วเธอคนนี้ไม่เคยมีค่ากับเขาเลย ความเสียใจ ความผิดหวังกัดกินมัสยาทีละนิด ทีละนิด จนเธอไม่รู้ว่าตอนนี้บาดแผลแห่งความเจ็บปวดที่เธอมีมันใหญ่โตมากแค่ไหน มันยังเป็นแผลเล็ก ๆ ที่พอซ่อมได้ หรือเป็นแผลใหญ่ยากจะซ่อมให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิม มัสยารู้สึกเจ็บปวดแต่มันแค่ไม่ถึงตายเพราะถ้าคนอย่างราชันย์ไม่สั่งให้เธอตาย นั่นหมายความว่าเธอไม่สามารถตายได้ เธอต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป อยู่ต่อเพื่อเป็นดอกไม้ที่ไร้ค่า เป็นดอกไม้ที่ร่วงหล่นไปตามกาลเวลาและหวังว่าในสักวันเจ้าของของมันจะกลับมาดูแล หวังว่าสักวันดอกไม้ที่ร่วงโรยดอกนี้จะกลับมาบานสะพรั่งเหมือนเดิมได้ในสักวันหนึ่ง
“ที่ฉันพูดไปเธอได้ยินไหมมัสยา เธอเข้าใจในสิ่งที่ฉันบอกเธอหรือเปล่า” เสียงของราชันย์ทำให้สติของมัสยาที่หลุดลอยไปไกลกลับคืนมา แววตาที่มองเหม่ออย่างไร้จุดหมายหันมาโฟกัสที่คนตรงหน้าอย่างเก่า
“ฉันเข้าใจที่นายพูดทุกอย่าง” บางครั้งเธอก็เหนื่อยเกินกว่าจะมีปากมีเสียงกับเขาแล้ว เหนื่อยเกินกว่าที่จะพูดสิ่งใดออกมา เพราะไม่ว่าเธอจะพูดอะไรออกไปคำพูดของเธอก็ไม่เคยมีค่าและเขาก็ไม่คิดจะฟัง
“ดี” ชายหนุ่มเค้นเสียงออกมาอย่างพึงพอใจ “ครั้งนี้ฉันจะปล่อยผ่าน แต่ถ้ามีครั้งต่อไปเธอเจ็บตัวแน่มัสยา” เพราะนี่ถือว่าเป็นความผิดครั้งแรกของเธอ เขาจะปล่อยผ่านไปแต่ถ้ามีครั้งต่อไปเมื่อไหร่รับรองว่าเขาจัดการเธอหนักแน่ แต่ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องทำคือจัดการคนระยำอย่างไอ้วายุมัน คงต้องไปสั่งสอนมันสักหน่อยว่าอย่าริอาจมายุ่งกับผู้หญิงที่มีเจ้าของ ยิ่งผู้หญิงคนนั้นเป็นผู้หญิงของเขารับรองว่ามันไม่ตายดีแน่ “นอนซะ ฉันมีธุระต้องไปจัดการ” มือหนาลูบไล้ใบหน้าหญิงสาวเบา ๆ การกระทำของเขาเปลี่ยนไปจนมัสยาตั้งรับไม่ทัน
ฟอด
แถมก่อนจะออกไปราชันย์ยังก้มลงมาหอมแก้มกัน แต่ทว่าสัมผัสของเขาก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลย มัสยารู้ดีว่าธุระที่ราชันย์กล่าวถึงคืออะไร เขาก็คงไปจัดการวายุข้อหาที่กล้ามายุ่งกับเธอ แม้รู้ว่าเขาจะไปไหนแต่คราวนี้มัสยาก็ไม่คิดห้าม และลับหลังที่ราชันย์เดินออกไปจนลับสายตามัสยาก็ปล่อยโฮออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ความรู้สึกมากมายประเดประดังเข้ามา ความกลัวที่มีต่อราชันย์ยังไม่จางหาย เขาไม่เคยแสดงท่าทีแบบนี้กับมัสยามาก่อน ต่อให้เราจะโกรธกันแค่ไหนหรือเธอทำให้เขาไม่พอใจยังไงเขาก็ไม่เคยกระทำกับเธอถึงเพียงนี้ ถึงตอนนี้มัสยาก็ประจักษ์แล้วว่าผู้ชายที่ชื่อว่า ‘วายุ’ คือบุคคลต้องห้ามที่เธอไม่ควรเข้าใกล้ถ้าไม่อยากเจอเหตุการณ์เหมือนอย่างวันนี้อีก
****
คลับหรูใจกลางเมือง
คลับหรูใจกลางเมืองคือที่ที่ราชันย์เลือกจะมาหลังจากที่เคลียร์กับมัสยาจบ แท้จริงแล้วเขาไม่อยากกระทำรุนแรงกับเธอเลยสักนิดแต่เพราะความโกรธที่ยากจะควบคุมเลยทำให้เขายับยั้งอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่ เผลอทำรุนแรงกับมัสยาจนได้ ราชันย์โกรธจนหน้ามืดตามัวเพียงแค่เห็นว่ามัสยานั่งคุยอยู่กับไอ้วายุ ศัตรูหมายเลขหนึ่งที่เขาโคตรจะเกลียดมันเลย
“ว้าว ไม่คิดเลยว่าจะเจอเพื่อนรักที่นี่ ไม่ทราบว่าที่เพื่อนหอบสังขารมาถึงที่นี่มีอะไรให้เพื่อนวายุคนนี้รับใช้เหรอครับ” ทันทีที่เจอหน้ากัน วายุก็แสยะยิ้มร้ายออกมาพลางเอ่ยทักทายราชันย์อย่างกวนบาทา วายุไม่ได้ดูตกใจต่อการปรากฏตัวของราชันย์เพราะเขารู้ว่ายังไงวันนี้มันก็ต้องมาหาเขาแน่นอน ในตอนที่นั่งคุยกันกับมัสยาวายุเห็นแล้วว่ามีคนของราชันย์ตามเธอมาและนั่นแหละคือสิ่งที่วายุต้องการมาก ๆ ต้องการให้หมาของมันกลับไปรายงานเจ้านายและพามันมาหาเขา
“กูไม่มีเพื่อนอย่างมึง” ราชันย์เค้นเสียงตอบอย่างสะกดกลั้นอารมณ์พลางเหยียดยิ้มเย้ยหยันออกมา แค่รู้จักกันในวัยเด็กและเล่นด้วยกันบ่อย ๆ เขาไม่นับคนอย่างมันเป็นเพื่อนหรอก
“ว้า พูดแบบนี้ก็เสียใจแย่” วายุแสร้งตีหน้าเศร้าในขณะที่มุมปากของวายุกำลังเหยียดยิ้ม และในขณะเดียวกันราชันย์ก็กำลังพยายามอย่างหนักเพื่องข่มอารมณ์ของตัวเองไม่ให้ระเบิดออกมา เกร็งเท้าเอาไว้ไม่ให้มันกระตุกไปโดนหน้าคนบางคนเข้า ปากแบบนี้ สันดานแบบนี้ ไม่น่าโตมาได้ถึงนี้เพียงเลย
“มึงต้องการอะไร” การกระทำเหมือนเด็กของวายุ ราชันย์เลือกที่จะไม่สนใจ เพราะเขามีเรื่องอื่นที่น่าสนใจมากกว่า
“พูดอะไรกูไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย” วายุไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ ไม่นึกสนใจคำพูดของราชันย์สักนิด
หมับ
ราชันย์ตรงเข้ามากระชากคอเสื้อวายุไว้ “เลิกยุ่งกับมัสยา” เค้นเสียงลอดไรฟันบอกคนตรงหน้า “อย่ายุ่งกับเธอ”
“แล้วทำไมกูจะยุ่งกับเธอไม่ได้” วายุเลิกคิ้วถามอย่างลอยหน้าลอยตาไม่เกรงกลัวหมัดที่พร้อมปะทะหน้าเขาเลยสักนิด
ทำไมเขาถึงยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ หรือว่าเพราะเธอมีความสำคัญกับมันมากมาย แน่นอนสิมัสยาต้องสำคัญสำหรับคนอย่างราชันย์อยู่แล้ว จะไม่สำคัญได้อย่างไรเมื่อเธอคนนั้นเป็นคนที่มันแอบรักมาตั้งหลายปีและอยากได้มาครอบครองจนตัวสั่นถึงขนาดใช้วิธีชั่ว ๆ ที่ตัวมันถนัดทำให้เธอตรงอยู่ใต้อาณัติของมัน
“ไอ้วายุ”
“ทำไมครับเพื่อนรัก มึงจะหัวร้อนทำไมไอ้ราชันย์ ที่หัวร้อนขนาดนี้เพราะมัสยาสำคัญ หรือเพราะกลัวว่าเธอจะตายด้วยน้ำมือกู” สายตาคมกริบของทั้งคู่ฟาดฟันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร แววตาที่พร้อมจะแผดเผาให้อีกฝ่ายตรงหน้ามอดไหม้กลายเป็นผงธุลี
ความแค้นที่สุ่มอยู่ในอก วายุรอวันที่จะได้เอาคืนอยู่ทุกวัน เขานั่งนับวันรอ นอนคอยวันที่เขาจะได้เห็นครอบครัวของราชันย์ย่อยยับลงไปต่อหน้าต่อตา เขาเกลียดครอบครัวของมันเข้าไส้ เกลียดยิ่งกว่าสิ่งใดบนโลกใบนี้ ครอบครัวที่ต่อหน้าทำเหมือนเป็นคนดี แต่ลับหลังช่างอัปรีย์จนหาคำใดมาเปรียบไม่ได้ พ่อของราชันย์ที่พร้อมจะเหยียบหัวทุกคนเพื่อให้ตัวเองได้ขึ้นเป็นใหญ่ และตัวมันเองก็คงไม่ต่างไปจากพ่อของมัน
แต่น่าเสียดายที่ราชันย์ผู้ทรงกล้าดันมีจุดอ่อนเป็นผู้หญิง มันช่างน่าขันเสียจริง น่าขันจนเขาอดหัวเราะออกมาไม่ได้
“มึงคิดว่ามึงทำได้อย่างนั้นเหรอ” ราชันย์เหยียดยิ้มออกมา เขาไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายมัสยาได้หรอกตราบใดที่เขายังมีลมหายใจอยู่ “ระวังจะพลาดท่าแล้วตายแบบ……มึง” มีคำพูดหนึ่งที่ราชันย์เอ่ยออกมาไม่ออกเสียง แต่สามารถทำให้วายุโกรธจนตัวสั่น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นอยากจะฉีกเนื้อราชันย์ออกมาเป็นชิ้น ๆ
สักวัน สักวันเขาจะเอาคืนมันอย่างสาสม…..
