บทที่ 7 Episode7
เมื่อปฏิเสธราชันย์ไม่ได้ มัสยาจำใจปาดน้ำตาออกจากใบหน้าแล้วเดินออกมาจากห้องทำงานของราชันย์เดินตรงมาที่ห้องนอนเพื่อจะอาบน้ำแล้วแต่งตัวใหม่เพื่อที่จะได้ออกไปนอกบ้านกับเขา ตามที่เขาต้องการ
ภายในรถคันหรูมีแต่ความเงียบงันเมื่อมัสยาไม่คิดปริปากพูดกับราชันย์สักคำ แถมเธอยังเขยิบหนีเขาไปนั่งชิดติดประตูเอาแต่มองสองข้างทางอยู่อย่างนั้น
“เฮ้อ” ราชันย์ที่มองหญิงสาวอยู่ตลอดเวลาก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่ายกับท่าทีของหญิงสาว
ราชันย์รู้ว่ามัสยากำลังเสียใจเรื่องของครอบครัว และรวมถึงเรื่องของเขาด้วย แต่เรื่องของเขาขอให้เธอละไว้ในฐานที่เข้าใจก็แล้วกัน เพราะต่อให้เขารัก…เขาก็ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเธออยู่แล้ว
เขายังไม่พร้อมหยุด….แต่ใช่ว่าในอนาคตเขาจะหยุดที่เธอไม่ได้
ในอนาคตที่ไม่ใช่พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้น่ะนะ
นั่งรถกันมาสักพักใหญ่ก็ถึงที่หมายที่ราชันย์ได้นัดกับเพื่อน ๆ ของเขาไว้ ราชันย์ให้ลูกน้องพามัสยาไปรอเขาที่ห้องรับรองแขก ส่วนตัวเขาแยกไปประชุมกับเพื่อนของเขาอีกห้องหนึ่ง ซึ่งการประชุมในวันนี้เป็นความลับห้ามให้คนนอกเข้ารับฟัง แม้แต่ตัวของมัสยาที่เป็นถึงภรรยาของราชันย์ก็ไม่มีสิทธิ์เข้าฟัง
หญิงสาวนั่งนิ่งรอชายหนุ่มอยู่ในห้องโดยไม่คิดพูดอะไรสักคำ เอาแต่นั่งนิ่งมองเหม่อไปด้านหน้าพร้อมกับคิดเรื่องราวมากมายที่ประเดประดังเข้ามา มัสยาอยากเจอพ่อกับแม่ของเธอมาก เธออยากถามท่านทั้งสองว่าทำแบบนั้นกับเธอได้อย่างไร ไม่คิดจะเห็นใจหรือสงสารลูกสาวคนนี้บ้างเลยเหรอ
เธอมีคำถามมากมายที่อยากจะถามท่าน แต่ต่อให้มัสยาอยากถามพ่อกับแม่เธอมากแค่ไหน เธอก็ทำได้เพียงแค่คิดและเก็บงำคำถามนี้ไว้ เพราะตั้งแต่วันที่เธอย้ายเข้ามาอยู่กับราชันย์ มัสยาก็ไม่เคยเจอพ่อกับแม่ของเธออีกเลย ท่านทั้งสองหายสาบสูญไปจากเธอตั้งแต่ตอนนั้น
มัสยาเหมือนคนที่อยู่บนโลกนี้ตามลำพัง ต่อให้รอบตัวของเธอจะรายล้อมไปด้วยบริวาร หรือต่อให้เธอจะมีราชันย์แต่ถึงกระนั้นมัสยาก็ยังคงรู้สึกอ้างว้างอยู่ดี
“มัสยา” เสียงเรียกชื่อเธอดังขึ้นมาจากทางด้านหลังพร้อมฝีเท้าหนัก ๆ ของคนจำนวนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอทำให้มัสยาที่กำลังนั่งเหม่อหันไปมอง เธอฉีกยิ้มบาง ๆ ให้กับเพื่อน ๆ ของราชันย์ทั้งสี่คนที่เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า
พาทิศ มาวิน คีริน พารัน
เธอต่างรู้จักพวกเขาทั้งสี่คนดีและค่อนข้างจะสนิทกัน อย่างที่บอกว่าเธอรู้จักกับราชันย์มาก่อน ก่อนที่จะมาอยู่กับเขาด้วยซ้ำ เนื่องจากเขาเป็นรุ่นพี่ที่มหา’ลัยของเธอ
“หน้าดูซีด ๆ นะเป็นอะไรหรือเปล่า หรือว่าไอ้ราชันย์มันรังแกเธออีกแล้ว” พารันพูดพลางโน้มหน้าลงมาจ้องหน้าเธออย่างพินิจพิจารณาราวกับว่ากำลังมองสำรวจกัน
“มัสรู้สึกปวดหัวนิดหน่อยน่ะค่ะ” หญิงสาวตอบพร้อมยิ้มบาง ๆ ส่งไปให้พารัน ก่อนที่เรียวคิ้วงามจะขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความสงสัยเมื่อไม่เห็นราชันย์เดินออกมาพร้อมกับคนอื่น ๆ “ราชันย์ล่ะคะ” มัสยาจึงเอ่ยถามออกมา
“เอ่อ…” ทุกคนมีท่าทีอึกอัก มองหน้ากันด้วยแววตาเลิ่กลั่ก ท่าทีของทุกคนยิ่งทำให้มัสยาสงสัยหนักขึ้นไปอีก
“ยังประชุมไม่เสร็จเหรอคะ หรือวันนี้มีแก๊งอื่นเข้ามาประชุมด้วย” มัสยาถามพลางมองหน้าทุกคนอย่างต้องการคำตอบแต่เอ๊ะ? ที่นี่คือที่ประชุมลับของห้าคนนี้ไม่มีทางที่แก๊งอื่นจะเข้ามาได้แล้วราชันย์หายไปไหน ทำไมไม่ออกมาพร้อมกันกับเพื่อน ๆ ของเขา
แต่แล้วความสงสัยของมัสยาก็คลายลงเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นราชันย์กำลังเดินตรงมาทางนี้ แถมข้างกายของเขาก็ยังมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินขนาบข้างไม่ห่าง อีกทั้งเสื้อผ้าของคนทั้งสองก็หลุดลุ่ยไม่เป็นทรง เหมือนรีบพากันออกมามากจนลืมจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางยังไงอย่างงั้นเลย
และทันทีที่ราชันย์เดินมาถึงเขาก็รีบเดินเข้ามาโอบไหล่บางของมัสยาไว้ กลิ่นน้ำหอมไม่คุ้นเคยที่ติดตัวราชันย์มาพาให้มัสยารู้สึกคลื่นไส้อยากอาเจียนออกมาให้รู้แล้วรู้รอดไป
เธอรู้สึกเหม็นทั้งกลิ่นน้ำหอม
เหม็นทั้งกลิ่นคาวของพวกติดสัตว์!
