บทที่ 1 รอวันหย่า

เซเลน่า อนาสตาเซีย คูเปอร์ เจ้าหญิงแห่งประเทศที่รุ่งเรืองด้านการค้าและขุดเจาะอัญมณีส่งออกทั่วโลกอย่างเจมาแลนด์ กำลังจะเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับเจ้าชายรัชทายาทลำดับที่สองแห่งซิลเวอร์แลนด์ ประเทศมหาอำนาจที่รวยและรุ่งเรืองเป็นอันดับต้นๆของโลก ใครก็อยากคบค้าและผูกสัมพันธ์ด้วย  

เจ้าชายมาร์คัส เคาน์เซอร์ ท่านจะยอมรับเจ้าหญิงเซเลน่า อนาสตาเซีย คูเปอร์เป็นภรรยาหรือไม่”

“ข้าพเจ้าจะยอมรับเจ้าหญิงเซเลน่า อนาสตาเซีย คูเปอร์เป็นภรรยา สัญญาว่าจะรัก ทะนุถนอมดูแลและปกป้องเจ้าหญิงเซเลน่า อนาสตาเซีย คูเปอร์ ไม่ว่าจะยามสุขหรือยามทุกข์ ยามเจ็บป่วยหรือสุขภาพดี จะรักและให้เกียรติท่านตลอดชีวิตของข้าพเจ้า”

“หึ...” เจ้าหญิงเซเลน่าแค่นเสียงในลำคอให้ได้ยินแค่สองคน สายตาสวยหวานจับจ้องอยู่ที่เจ้าชายมาร์คัสผู้เป็นเจ้าบ่าวไม่วางตา

จะรักและให้เกียรติเหรอ? แค่มองหน้าเธอเขายังไม่อยากมองเลย ก่อนที่จะเข้าพิธีก็เห็นเพิ่งเดินจากห้องด้วยสภาพเสื้อผ้าหลุดรุ่ยดูไม่ได้

รู้อยู่หรอกว่าไม่ได้รักกัน รู้อยู่เต็มอกว่ายังไงก็ไม่มีทางรักกันได้ แต่เขาก็ควรให้เกียรติเธอมากกว่านี้ ไม่ใช่ก่อนเข้าพิธียังไปหาเศษหาเลยกับสาวๆในสังกัดของตัวเอง

ใช้ได้ที่ไหน...

ก่อนที่จะเดินทางมาที่นี่เซเลน่าได้ยินข่าวคราวเรื่องความเจ้าสำราญของเจ้าชายมาร์คัสอยู่พอสมควร แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่คิดว่าเขาจะเจ้าสำราญถึงขั้นลากผู้หญิงเข้าไปกินในห้องสามวันสามคืนโดยที่ไม่โผล่หน้ามาให้ว่าที่เจ้าสาวเห็นแม้แต่น้อย

เจ้าหญิงเซเลน่าและราชินีแห่งซิลเวอร์แลนด์นั้นวุ่นเตรียมงานกับข้ารับใช้ ส่วนว่าที่เจ้าบ่าว ต่อให้ผู้เป็นแม่จะให้คนไปตามก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะโผล่มา

ต่อให้ไม่อยากแต่งงานกันแต่ก็ควรให้เกียรติกันมากกว่านี้ด้วยซ้ำ ไม่ใช่เอาศักดิ์ศรีของเจ้าหญิงแคว้นต่างแดนอย่างเธอมาเหยียบย่ำเล่น

ถึงเธอจะไม่ใช่เจ้าหญิงเจ้าประเทศที่เป็นมหาอำนาจและร่ำรวยติดอันดับต้นๆของโลกอย่างเขา แต่อย่างน้อยเธอก็เป็นถึงเจ้าหญิง ไม่ใช่ผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่เขาคว้ามานอนด้วยไม่ซ้ำหน้า

“พิธีศักดิ์สิทธิ์ อย่าทำเป็นเล่น” เจ้าชายมาร์คัสพูดกับเธอหลังจากที่ได้ยินหญิงสาวผู้เป็นว่าที่ภรรยาแค่นเสียงอย่างไม่ชอบใจ ดวงตาคมกวาดมองกรอบหน้าของหญิงสาวแล้วชะงักงัน

พอได้มองหน้าว่าที่ภรรยาชัดๆก้อนเนื้อในอกชายหนุ่มก็สั่นไหว

10ปีที่แล้วเธอสวยสะดุดตายังไง ปัจจุบันเธอก็ยังสวยสะดุดตาและโดดเด่นไร้ที่ติไม่มีเปลี่ยน

จะเปลี่ยนไปก็แค่โตขึ้น สวยสะพรั่งขึ้น ไม่เหมือนเด็กน้อยขี้แงถักเปียสองข้างเหมือนเมื่อ10ปีก่อนอีกแล้ว 

“หม่อมฉันไม่ได้ทำเป็นเล่นเพคะ แค่คิดว่าพิธีนี้มันไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่ต้น” ดวงตาสวยอันมีเอกลักษณ์ช้อนมองว่าที่สามีก่อนที่จะพูดให้ได้ยินกันแค่สองคน

หลังจากที่เจ้าชายมาร์คัสพูดจบเสียงดนตรีก็บรรเลงอย่างไหลลื่น บรรยากาศรอบๆโถงพิธีการนั้นเต็มไปด้วยความชื่นมื่น แขกบ้านแขกเมือง กษัตริย์จากต่างแดนต่างมาร่วมแสดงความยินดีระหว่างสองประเทศเกือบๆห้าร้อยชีวิต

“เจ้าคิดว่าการแต่งงานกับเราเป็นแค่เรื่องล้อเล่นงั้นหรือ” เจ้าชายหนุ่มเอ่ยกระซิบข้างใบหูหญิงสาวผู้เป็นว่าที่ภรรยา ท่าทางที่แสดงออกนั้นต่างพาให้ผู้คนในโถงราชพิธีต่างคิดไปต่างๆนาๆว่าเจ้าบ่าวกำลังจุมพิตแก้มเจ้าสาวอย่างหวานชื่น แต่แท้ที่จริงทั้งสองคนนั้นแทบจะทึ้งศีรษะกันทางสายตาอยู่แล้ว

“เพคะ” หญิงสาวเขย่งกระซิบข้างใบหูว่าที่สามีเช่นกัน เล่นเอาผู้คนต่างปรบมือแสดงความยินดีกันอย่างถ้วนหน้า

“เหตุใดจึงคิดเช่นนั้น” ร่างกำยำกระซิบถามอีกคราพร้อมสวมแหวนให้กับว่าที่ภรรยา

หลังจากที่สวมแหวนเสร็จเธอจะเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามครรลองครองธรรมของเขาทันที และหลังจากที่เธอสวมแหวนให้เขาเสร็จ เขาก็จะเป็นสามีของเธอเช่นกัน

ไม่ใช่ว่าที่สามีและภรรยาเหมือนก่อนหน้านี้

“เพราะอีกไม่นานพวกเราก็ต้องแยกทางกันอยู่แล้วนี่เพคะ นี่เป็นเพียงการแต่งงานการเมืองพระองค์ก็รู้” หญิงสาวเอ่ยหลังจากที่สวมแหวนให้เจ้าชายมาร์คัสไปพลาง หลังสวมแหวนเสร็จทั้งคู่ต้องจูบกันตามประเพณี เจ้าชายมาร์คัสไม่รอช้าล็อกใบหน้าหญิงสาวพร้อมเชิดขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะประทับจูบลงบนริมฝีปากอวบอิ่มของภรรยาอย่างแผ่วเบาครู่หนึ่งแล้วผละออก

“คงนับวันรอหย่าเลยสิท่า” เจ้าชายมาร์คัสเอ่ยถามทันทีที่ถอนจูบออก

“แน่นอนอยู่แล้วเพคะ” เซเลน่าตอบพร้อมเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อยและประทับจูบลงบนริมฝีปากของสามีเช่นกัน

“อยากหย่ากับเราเพื่อที่จะได้กลับไปครองรักกับองครักษ์ส่วนพระองค์สินะ...” เซเลน่าชะงักทันทีที่สามีหมาดๆล่วงรู้เรื่องของเธอกับองครักษ์ส่วนตัว

“แต่ยังไงก็ช่วยอยู่เล่นกับเราก่อนจะหย่าแล้วกัน องครักษ์ของเจ้าหญิงคงไม่โกรธ”

“…”

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการ บิดาและมารดาของทั้งเจ้าชายมาร์คัสและเจ้าหญิงเซเลน่าต่างก็มารอส่งทั้งสองเข้าหอตามขนบธรรมเนียม

“ขอให้ลูกทั้งสองมีแต่ความสุข หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกันนะ” ราชินีมารีญามารดาของเจ้าชายมาร์คัสเอ่ยอวยพรลูกชายและลูกสะใภ้ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

วันนี้คนที่มีความสุขมากที่สุดคงเป็นเป็นใครไปไม่ได้นอกจากราชินีมารีญาแห่งซิลเวอร์แลนด์ และราชินีซาเรียจากเจมาแลนด์

ทั้งสองคนต่างเป็นสหายที่รักและผูกพันกันมาก สนิทกันมาตั้งแต่เด็กจนกระทั่งมีบุตรและธิดาก็ยังรักและมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นเป็นอย่างมากและยังให้สัตย์สัญญาว่าจะให้ลูกทั้งสองราชวงศ์แต่งงานกันเพื่อรักษาสายเลือดบริสุทธิ์เอาไว้

ถือเป็นเรื่องธรรมดาของชาวชนชั้นสูงที่ไม่อยากให้ลูกแต่งงานกับคนต่างชนชั้น

“แม่ฝากน้องด้วยนะเจ้าชายมาร์คัส หากน้องดื้อ แม่อนุญาตให้เจ้าชายจัดการตามวิธีของตัวเองได้เลย” ราชินีซาเรียเอ่ยกับลูกเขยด้วยรอยยิ้มเช่นกัน เธอนั้นรู้ดีว่าธิดาของตนเองนั้นเป็นคนหัวรั้น แถมยังไม่ค่อยยอมใคร กลัวจะสร้างความลำบากใจให้คนเป็นสามีมากกว่าสร้างรอยยิ้ม

“ท่านแม่...”

บทถัดไป