บทที่ 2 แซนเดรีย
“ไม่ต้องเป็นห่วงครับท่านแม่ หากน้องดื้อ ลูกจะจัดการน้องด้วยวิธีของลูกอย่างแน่นอน ท่านแม่วางใจได้” เจ้าชายมาร์คัสพูดกับแม่ยายพลางลอบมองใบหน้าภรรยาสาวอย่างกรุ้มกริ่ม
“เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว ปล่อยให้ลูกเข้าหอไปชื่นชมกันตามประสาหนุ่มสาวเถอะ คนแก่อย่างเราไปดื่มน้ำชาก่อนเข้านอนกันดีกว่า” กษัตริย์ไมเนอร์ เคาน์เซอร์เอ่ยกับผู้เป็นภรรยา และกษัตริย์กับราชินีที่เพิ่งผูกสัมพันธ์กัน
“เอาล่ะๆ แม่ไม่กวนแล้ว แต่อย่าลืมทำตามที่แม่ขอไว้ล่ะ” มารดาของเจ้าชายมาร์คัสเอ่ยกับลูกชายและลูกสะใภ้ด้วยความปลื้มปริ่ม เล่นเอาเจ้าหญิงเซเลน่าใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาทันทีที่นึกถึงคำพูดของแม่สามี
‘ถึงไม่ได้รักกันแต่ต้องนอนเตียงเดียวกัน อยู่ด้วยกันไปเดี๋ยวก็รักกันเอง’
‘มีหลานให้แม่ไวๆ แม่แก่แล้ว กลัวจะตายก่อนได้เห็นหน้าหลาน’
นี่ไม่ใช่คำขอร้องแต่เป็นคำสั่ง ทั้งเจ้าชายมาร์คัสและเจ้าหญิงเซเลน่าต่างก็รู้ดี
ทั้งสองคนแต่งงานทางการเมืองก็จริง แต่เป็นการแต่งงานที่ดันเป็นคำมั่นสัญญาของทั้งสองราชวงศ์ที่มีกันมาตั้งแต่ก่อนที่ทั้งสองจะเกิด
รู้ว่าสักวันหนึ่งอาจจะหย่าร้างกัน แต่ถ้ามีวันนั้นจริงๆ ความสัมพันธ์ของทั้งสองตระกูลอาจเกิดเปลี่ยนแปลง
เดิมทีเจ้าหญิงเซเลน่าต้องอภิเษกกับเจ้าชายมาร์คอส องค์รัชทายาทลำดับที่1แห่งราชวงศ์เคาน์เซอร์ แต่เจ้าชายมาร์คอสนั้นมีคนรักที่คบหากันมานานหลายปีอย่างท่านหญิงบริสติน่า ธิดาแห่งดยุกบีเวอร์ ชนชั้นสูงที่มีชื่อเสียง เป็นตระกูลที่ให้กำเนิดราชินีของราชวงศ์สืบกันมาหลายสิบรุ่น
“วางใจได้ครับท่านแม่ ลูกและชายาจะไม่ทำให้ท่านแม่ผิดหวัง” เจ้าชายมาร์คัสตอบผู้เป็นแม่ออกไปแล้วเดินจูงมือภรรยาเข้ามาด้านในห้องพักส่วนพระองค์
“หวังว่าพวกเราจะไม่ทำเรื่องบ้าจี้อย่างที่ท่านแม่ของพระองค์ทรงขอนะเพคะ” เจ้าหญิงเซเลน่าพูดกับสามีพร้อมจัดการถอดเครื่องประดับออกจากศีรษะ
ชุดพิธีการราชวงศ์นั้นช่างเรื่องเยอะ ไม่ว่าจะออกงานอะไรต้องประโคมใส่เครื่องเพรชหรูตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
“อ๊ะ...” แต่ถอดไปถอดมาก็ร้องลั่นเมื่อส่วนปลายของมงกุฎนั้นเกี่ยวพันกับเส้นผมจนเป็นปม และเพราะเสียงร้องของภรรยาทำให้เจ้าชายมาร์คัสที่กำลังมุ่นหว่างคิ้วระหว่างที่ดูมือถือเงยหน้ามองเจ้าหญิงเซเลน่าทันควัน
ร่างสูงวางมือถือลงบนโต๊ะก่อนที่จะลุกจากเก้าอี้ไปช่วยภรรยาสาวถอดมงกุฎออก
เจ้าชายหนุ่มถอนหายใจแล้วมองเซเลน่าที่กำลังกระตุกมงกุฎล้ำค่าออกจากศีรษะของตัวเอง
“ถ้ามันถอดยากก็แค่เรียก” เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยพร้อมเดินมายังร่างระหงที่กำลังสาละวนอยู่กับการถอดเครื่องประดับของตัวเอง
“ไม่อยากรบกวนเวลาของพระองค์หรอกเพคะ” ภรรยาสาวตอบเจ้าชายมาร์คัส
“ถ้าเมียเรียกผัวก็พร้อมเดินมาหาอยู่แล้ว”
เจ้าหญิงเซเลน่าทำหน้าเหวอส่วนคนพูดนั้นเอาแต่ยิ้มกรุ้มกริ่มเนื่องจากสามารถแกล้งภรรยาได้สำเร็จก่อนที่จะช่วยเจ้าตัวถอดมงกุฎออก
“ซะ...ทรงพูดอะไรแบบนั้นเพคะ” เจ้าหญิงเซเลน่าเงยหน้าจนสบตาเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลเข้มของผู้เป็นสามี
“เราพูดไม่ถูกตรงไหน” เจ้าชายมาร์คัสว่าพร้อมใช้ปลายนิ้วเชยคางของภรรยาสาวขึ้นจนเห็นกรอบหน้าสวย
ผิวขาวเนียนละเอียด แม้จะถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์แต่ก็รู้เลยว่าผ่านการดูแลมาเป็นอย่างดี
“น่าเกลียดเพคะ เราไม่ใช่สามัญชนที่จะมาพูดอะไรแบบนี้สักหน่อย” เจ้าหญิงเซเลน่าเป็นฝ่ายหลบสายตาคมของสามีแล้วเบนหน้าไปยังมือถือของเจ้าชายมาร์คัสที่กำลังส่งเสียงแผดร้อง
“อยู่กันแค่สองคนไม่ต้องมากพิธี คำพูดทางการก็ไม่จำเป็น เอาแบบกันเองก็พอ” ร่างสูงพูดก่อนที่จะเดินไปหยิบมือถือของตัวเองที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะมากดรับสาย
“ฮัลโหลแซนเดรีย...”
จากนั้นก็เดินผ่านร่างบางไปคุยกับปลายสายยังนอกระเบียง
ใจหญิงสาวกระหน่ำเต้นเมื่อนึกถึงสายตาของสามีที่มองมาเมื่อครู่
กับโอเวนผู้เป็นองครักษ์ส่วนตัวที่เธอแอบรักมาเป็นสิบปี เธอยังไม่รู้สึกใจเต้นแบบนี้
แล้วความรู้สึกเมื่อครู่มันคืออะไร
เซเลน่าเก็บความสงสัยของตัวเองเอาไว้แล้วเดินไปจัดการอาบน้ำชำระร่างกาย และเนื่องจากเหนื่อยกับพิธีการมาทั้งวันเธอจึงหลับไปโดยที่ผู้เป็นสามียังคงคุยโทรศัพท์อยู่ด้านนอกแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
แต่ก่อนหน้าที่จะหลับเธอก็เอาแต่นึกถึงสายตาและท่าทางของเจ้าชายมาร์คัสที่แสดงออกเมื่อครู่
แซนเดรียเหรอ? รับสายแล้วเดินหน้าชื่นตาบานออกไปขนาดนั้นปลายสายคงมีความสำคัญกับสามีของเธอมากจริงๆ
หลังจากตื่นนอนเซเลน่าก็ไม่พบว่าสามีของเธอนอนอยู่ข้างๆ และแน่นอน เธอคิดว่าเขาไม่ได้เคร่งครัดกับขนบธรรมเนียมประเพณีที่ต้องนอนร่วมเตียงเดียวกันอย่างที่พระมารดาของเขาขอเป็นแน่
“พระชายา เชิญด้านนี้เพคะ” ทันทีที่เซเลน่าลืมตาตื่น ข้ารับใช้ส่วนพระองค์ของเจ้าชายมาร์คัสก็มายืนรอเธอเพื่ออำนวยความสะดวกให้
ถึงแม้ตอนอยู่ที่บ้านเกิดเซเลน่าจะมีสาวใช้มากมายเพื่อรออำนวยความสะดวกให้ตั้งแต่อาบน้ำไปจนถึงสวมใส่เสื้อผ้า แม้กระทั่งการแต่งหน้ายังมีช่างฝีมือดีคอนสแตนบายรออยู่เสมอ
แต่เซเลน่านั้นชอบจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง
และถึงเธอจะเป็นเจ้าหญิง แต่เธอไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวายตอนที่ใช้เวลาส่วนตัว
“เดี๋ยวเราจัดการด้วยตัวเอง พวกเจ้าไปทำอย่างอื่นเถอะ” หญิงสาวเอ่ยเสียงหวานแล้วพยักเพยิดหน้าให้สาวใช้กว่าสิบคนออกไปทำอย่างอื่น
“แต่เจ้าชายมาร์คัสทรงรับสั่งให้ดูแลพระชายาอย่างดีที่สุดเพคะ”
“แล้วตอนนี้คนสั่งพวกเจ้าไปไหนแล้วล่ะ” เซเลน่าเอ่ยถามสาวใช้นางหนึ่งที่แสดงสีหน้ามีพิรุธออกมา
ดูก็รู้ว่ากำลังปิดบังอะไรอยู่
“เจ้าชายทรงอยู่ที่ศาลากลางน้ำตรงสวนดอกไม้เพคะ เห็นว่ามีสหายมาเยี่ยม” เป็นสาวใช้อีกคนที่ตอบเซเลน่าออกมา
“สหายของสามีเรานี่ผู้ชายหรือผู้หญิง” เซเลน่าถามด้วยรอยยิ้มพร้อมจ้องตาสาวใช้ตรงหน้า ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับที่แสดงสีหน้ามีพิรุธออกมา
“คะ...คือ...”
“ปะ...เป็นผู้หญิงเพคะ” สาวใช้ตรงหน้าละล่ำละลักตอบชายาของเจ้านายตัวเองพร้อมก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาด้วย
“แล้วสหายของสามีเรา...ชื่อแซนเดรียรึเปล่า?”
