บทที่ 4 พี่มาร์คัส
หลังจากแซนเดรียกลับไปเจ้าชายมาร์คัสก็เดินนำภรรยาสาวกลับเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบึ้งตึง ระหว่างทางเขาไม่พูดไม่จากับเจ้าหญิงเซเลน่าแม้แต่คำเดียวจนบรรดาสาวใช้ต่างทำสีหน้าเลิกลั่กเพราะความบึ้งตึงของเจ้านาย
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากพูดกับเธอ แต่กลัวพูดอะไรออกไปแล้วโดนจับได้ เมื่อคืนกว่าเขาจะนอนข้างๆเธอได้ต้องทำใจตั้งนาน เขาเคยผ่านการมีแฟนก็จริง ผ่านประสบการณ์กับหญิงสาวมาก็มาก แต่กับผู้หญิงที่เขาแอบรักมานาน พอได้มาอยู่ใกล้ๆกันมันทำให้เจ้าชายมาร์คัสทำตัวไม่ถูก
ก่อนหน้านี้เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้หญิงที่ตัวเองต้องแต่งงานด้วยเป็นใคร แค่คิดว่าอาจจะเป็นหญิงสาวจากชนชั้นสูงตระกูลใดตระกูลหนึ่ง หรือไม่ก็เจ้าหญิงต่างเมือง
รู้อีกทีก็ก่อนตอนเข้าพิธีอภิเษก แม่เขาไม่เคยบอกเรื่องนี้ แค่บอกว่าต้องแต่งงาน และเขาเองก็ไม่เคยถามผู้เป็นแม่ แค่รู้ว่าต้องแต่งกันตามสัญญา ทดลองอยู่ด้วยกัน และถ้ามันไปกันไม่รอดจริงๆ ก็แค่แยกทางกัน
คืนก่อนวันอภิเษกเขายังหาเศษหาเลยกับนางแบบสาวชื่อดังที่เรียกมาปรนนิบัติอยู่เลย พอรู้ว่าคนที่ตัวเองต้องแต่งงานด้วยนั้นเป็นใครเจ้าชายมาร์คัสกลับรู้สึกผิดที่ก่อนหน้านี้เขามีความสุขอยู่กับคนอื่นจนลืมสนใจคู่หมั้นของตัวเอง
ก่อนหน้านี้ที่เขาทำเป็นปากเก่งตอนอยู่ด้วยกันเพราะพยายามเก็บอาการอยู่ แต่หลังจากที่แซนเดรียเผลอหลุดปากเขายังไม่รู้เลยว่าจะเริ่มต้นพูดกับเธอยังไง เพราะก่อนหน้าที่จะแต่งงานเขายังไม่รู้เลยว่าต้องแต่งกับเธอ แต่แซนเดรียดันหลุดปากพูดถึงตอนที่นัดเจอกัน
เขาพูดให้เพื่อนฟังจริง และปรึกษาเพื่อนทุกครั้งที่มีโอกาสจนแซนเดรียนั้นถึงกับเสิร์ชหาข้อมูลหญิงสาวที่เพื่อนตกหลุมรักอย่างบ้าคลั่งในอินเตอร์เน็ต
“ไม่ยักรู้เลยนะเพคะว่าพระองค์จะเคยพูดเรื่องหม่อมฉันให้พี่แซนเดรียฟัง” ร่างกำยำชะงักฝีเท้าทันทีที่ภรรยาสาวเอ่ยถามหลังจากที่เดินเข้ามาในห้องพักส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว
เขาลอบกลืนน้ำลายลงคอก่อนที่จะเดินไปนั่งลงบนโซฟาปลายเตียงเพื่อหลีกเลี่ยงคำถามของภรรยาสาวขี้สงสัย
“ไม่เรียกพี่มาร์คัสแล้ว?” เจ้าชายหนุ่มเอ่ยถามภรรยาที่ก่อนหน้านี้ดูก็รู้ว่าตั้งใจไปแสดงตัวว่าเป็นภรรยาของเขาเต็มที่
ไม่ใช่ไม่ชอบที่เธอทำแบบนี้
เขาชอบมาก ยิ่งเธอแสดงออกแบบนี้เขายิ่งได้ใจ
“อยู่ด้วยกันสองต่อสองพวกเราไม่จำเป็นต้องแสดงละครนี่เพคะ” เซเลน่าเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย เธอรู้สึกอายขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อนึกถึงตอนที่รู้ว่าผู้หญิงที่มาหาสามีของตัวเองเป็นใคร
แต่พอได้เจอกันเข้าจริงๆ เธอกลับรู้สึกถูกชะตากับแซนเดรียเป็นอย่างมาก พอเจอแล้วก็อยากเจออีก
ขนาดสนทนากันไม่เท่าไหร่ยังรู้สึกว่าคุยกันถูกคอ
“ต้องแสดงบทผัวเมียรักใคร่ทั้งต่อหน้าและลับหลังคนอื่นสิ ไม่งั้นเดี๋ยวตอนที่ต้องแสดงจริงๆจะไม่สมบทบาท”
เจ้าชายมาร์คัสอาศัยจังหวะที่เซเลน่าหันหลังให้เดินเข้าไปกอดเอวและเคยคางบนไหล่มน ร่างระหงชะงักและตัวแข็งทื่อเมื่อโดนกอดแบบไม่ทันตั้งตัว
“ทะ...ทำอะไรเพคะ?” เสียงหวานเอ่ยถามพร้อมหดคอหลบผู้เป็นสามีที่กดจมูกลงบนต้นคอของเธออย่างแผ่วเบา
ลมหายใจกรุ่นร้อนทำเอาขนอ่อนบนร่างเธอพากันลุกชูชันขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“กำลังแสดงบทผัวเมียรักใคร่ไง…” เจ้าชายมาร์คัสพูดเสียงกระเส่าพร้อมซุกปลายจมูกโด่งลงบนต้นคอของภรรยาสาว ยิ่งได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวเธอแล้วยิ่งทำให้บางอย่างในร่างกายของเขาตื่นตัว
“หม่อมฉันบอกแล้วนี่เพคะว่าพระองค์ไม่ต้อง...อ๊ะ!!!” เมื่อได้ยินสรรพนามที่ไม่เข้าหู เจ้าชายหนุ่มจึงขบกัดที่ต้นคอของภรรยาสาวอย่างมันเขี้ยวหนึ่งที ก่อนที่จะพันธนาการเธอด้วยแรงที่มากกว่า
“เรียกพี่มาร์คัสก่อนและจะยอมปล่อย” เจ้าชายเจ้าเล่ห์หาเรื่องรังแกภรรยา
“มะ...ไม่เอาเพคะ หม่อมฉัน....” เซเลน่าพยายามหลบเลี่ยงสัมผัสของสามี ไม่ว่าเขาจะสัมผัสตรงไหนเธอก็ซ่านสยิว
“เรียกพี่มาร์คัสแล้วแทนตัวเองว่าน้องสิ แล้วจะยอมปล่อย...” เสียงทุ้มกระซิบข้างใบหูหญิงสาวจนก้อนเนื้อในอกสั่นสะท้าน
ไม่ไหวจริงๆ แบบนี้อันตรายต่อหัวใจดวงน้อยๆของเธอมาก
รู้อยู่ว่าแต่งงานกันทางการเมือง และรู้ดีอยู่เต็มอกว่าเรื่องแบบนี้มันอาจเกิดขึ้นได้
ชายหญิงอยู่ร่วมห้องกันแถมยังเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย เรื่องแบบนี้มันไม่ผิดด้วยซ้ำ อยู่ที่ว่าจะเกิดขึ้นตอนไหนเท่านั้นเอง
แต่ถ้าไม่มีไปจนถึงวันที่ต้องแยกทางกันมันก็ดีไป
แต่ถ้ามี เธอก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้ขนาดนั้น
เป็นธรรมชาติของมนุษย์น่ะ
“พะ...พี่มาร์คัส...” เจ้าหญิงเซเลน่าเอ่ยเรียกสามีด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกระซิบ ยิ่งเห็นท่าทีที่ประหม่าของเธอเจ้าชายมาร์คัสยิ่งอยากแกล้ง
ในเมื่อได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันแล้ว เขาจะไม่ปล่อยให้มันเสียเวลาเปล่า เมื่อก่อนไม่กล้าเพราะไม่มีโอกาสใกล้ชิดกัน แต่ตอนนี้เป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เขาจะทำทุกอย่างที่อยากทำ
ถ้าเธอไม่เต็มใจ
เขาจะเป็นคนหยุดมันด้วยตัวเอง
ถ้ามัวแต่ไม่กล้า แล้วเขาจะมีโอกาสบอกความในใจของตัวเองได้ยังไง
“อะไรนะ...ไม่ได้ยินเลย” เจ้าชายหนุ่มคลายกอดออกแล้วจับร่างบางพลิกตัวให้หันกลับมาเผชิญหน้ากัน ก่อนหน้านี้สายตาของเธอไม่มีเขาก็ไม่เป็นไร
แต่หลังจากนี้ สายตาคู่นี้ของเธอ จะต้องมีเอาไว้มองเขาผู้เป็นสามี
แค่ คน เดียว
“พี่...มาร์คัส...”
“อื้อออ!!!!”
ริมฝีปากของเจ้าหญิงเซเลาน่าถูกบดขยี้ด้วยริมฝีปากร้อนของผู้เป็นสามีอย่างอ่อนโยนและลึกซึ้งในคราวเดียว
เจ้าชายหนุ่มละเลียดชิมกลีบปากหวานอย่างละเมียดละไม ไล้เลียและบดคลึงด้วยความรู้สึกดีที่มีต่อเธออยู่แน่นอก
และเมื่อถูกจูบโดยไม่ทันได้ตั้งตัว เจ้าหญิงเซเลน่าก็มีท่าทีต่อต้าน แต่ต่อต้านได้ไม่เท่าไหร่ก็ยอมจำนนแต่โดยดีเมื่อสัมผัสที่สามีของตัวเองมอบให้นั้นมีแต่ความอ่อนโยนจนเธอเคลิบเคลิ้ม
รู้ตัวอีกทีร่างก็โดนดันให้นอนลงบนฟูกเตียงโดยมีร่างกำยำคร่อมทับร่างของเธอไว้อีกที
“พระองค์ทรงทำอะไรเพคะ...” และเมื่อสติกลับมาหญิงสาวจึงเอ่ยถามผู้เป็นสามีออกไปด้วยน้ำเสียงละล่ำละลัก
“คนเป็นสามีภรรยาเขาทำอะไรกัน” ดวงตาคมจ้องเข้มไปยังหญิงสาวร่างบาง
ไม่คิดมาก่อนว่าเขากับเธอจะมีวันนี้ และไม่คิดมาก่อนว่าตัวเองจะกล้าทำเรื่องแบบนี้ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้แค่จะเข้าไปจีบเธอยังไม่กล้าทำด้วยซ้ำ
“ทำเลยเหรอเพคะ...” ถึงเธอจะทำใจมาแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเกิดเร็วขนาดนี้
เพิ่งแต่งงานกันได้แค่วันเดียว ร่วมหอกันได้ไม่เต็มคืนด้วยซ้ำ
“อยากให้ทำไหมล่ะ?” เจ้าชายหนุ่มเอ่ยถามราวโยนหินถามทาง
“...”
