บทที่ 6 ลูกคนแรก
เจ้าชายมาร์คัสเดินหน้าตึงถือกรงใส่ลูกแมวสีขาวตัวอ้วนขนปุกปุยเข้ามาในตำหนักส่วนตัว พอเข้ามาในเขตพื้นที่ส่วนตัวบรรดาข้ารับใช้ต่างก็มาต้อนรับผู้เป็นเจ้านาย
“เจ้าชาย ในพระหัตถ์นั่นอะไรเพคะ” ราเนีย หัวหน้าของข้ารับใช้และเป็นพี่เลี้ยงในวัยเยาว์ของเจ้าชายมาร์คัสเอ่ยถามทันทีที่เห็นเจ้านายของตัวเองถือกล่องใบใหญ่เข้ามาด้วยตัวคนเดียว ทั้งๆที่จะวานให้องครักษ์เอาเข้ามาให้ก็ได้
“ของพระชายา” หลังจากตอบก็กวาดสายตามองหาผู้เป็นภรรยาไปรอบๆบริเวณตำหนัก “เซเลน่าไปไหน?”
“พระชายาอยู่ในห้องบรรทมเพคะ” ราเนียตอบทันทีที่ถูกถาม
“ขอเวลาส่วนตัว มีอะไรก็ไปทำเถอะ” ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องส่วนตัวเจ้าชายมาร์คัสก็เอ่ยปากไล่ข้ารับใช้ที่เดินตามมาให้ไปทำอย่างอื่น
“เพคะ...” ทั้งราเนียและบรรดาสาวใช้กว่าสิบชีวิตถอนสายบัวทำความเคารพแล้วถอยหลังห่างจากประตู หลังจากที่ประตูห้องนอนส่วนตัวเจ้าชายมาร์คัสก็วางกล่องใบใหญ่ที่ถูกแง้มเอาไว้เล็กน้อยลงบนโต๊ะข้างระเบียง
“อะไรเพคะ?” เซเลน่าเอ่ยถามผู้เป็นสามีทันทีพร้อมปิดนิตยสารแฟชั่นในมือลง
“เปิดดูสิ” เจ้าชายหนุ่มเอ่ยกับภรรยาสาวเสียงแข็ง แน่นอนว่าเขายังน้อยใจเธออยู่หน่อยๆที่พูดเรื่องหย่าหลังจากที่เพิ่งแต่งงานกันไปได้เพียงแค่วันเดียว แต่จำเป็นต้องเอาของขวัญที่พี่ชายตัวเองตั้งใจเอามาฝากภรรยาเอามาให้ด้วยตัวเอง
ตอนแรกเขาปฏิเสธพี่ชายออกไปเสียงแข็ง เพราะเพิ่งงอนภรรยาออกมา และกำลังหาทางสงบสติอารมณ์ของตัวเอง
‘ท่านพี่ให้องครักษ์เอาไปให้เถอะ หม่อมฉันกำลังยุ่ง’
‘ได้ไงล่ะ ถ้าท่านแม่รู้พี่โดนบ่นยาวเลย’
พอพี่ชายเอาเรื่องพระมารดามาอ้างเจ้าชายมาร์คัสจำต้องยอมถือลูกแมวเอามาให้ผู้เป็นชายาด้วยตัวเอง
แม่ของเขาทั้งสองเคร่งครัดเรื่องหลังแต่งงานมาก จนถึงขั้นตั้งกฎหลังการแต่งงานขึ้นมา เจ้าชายมาร์คอสนั้นเคยทำตามอย่างเคร่งครัดแล้ว ไม่ได้ฝืนใจหรืออึดอัดใจแต่อย่างใดและออกจะชอบกฏข้อนี้ของท่านแม่มากเพราะทั้งเขาและพระชายาบริสติน่านั้นเป็นคนรักกันก่อนที่จะแต่งงานอยู่แล้ว การอยู่ด้วยกันในตำหนักโดยมีแค่ข้ารับใช้และองครักษ์ส่วนพระองค์จึงเป็นเรื่องที่เจ้าชายมาร์คอสเห็นด้วยกับแม่
ใครบ้างจะไม่อยากอยู่กับชายาของตัวเองแบบไม่มีใครรบกวนตลอดหนึ่งเดือน
“ได้ไงล่ะเพคะ เกิดพระองค์เอางูใส่มา มันก็ฉกหม่อมฉันพอดี…”
“คิดอะไรไม่เข้าท่า อันนี้ของพี่ชายเราให้น้องสะใภ้เป็นของขวัญหลังแต่งงาน ถ้าไม่อยากจะได้เอาไปคืน” เจ้าชายมาร์คัสเอ่ยกับภรรยาสาวก่อนที่จะยกกล่องขนาดใหญ่ขึ้นมาถือเอาไว้เช่นเดิม
“เดี๋ยวสิเพคะ...” เจ้าหญิงเซเลน่าลุกจากโซฟาแล้วเดินตรงมายังผู้เป็นสามี จากนั้นออกแรงกระตุกชายเสื้อเขาเบาๆเพื่อเป็นเชิงห้ามไม่ให้เอาของที่พี่เขยตั้งใจให้เอาไปคืน
“หม่อมฉันจะเปิดเพคะ” เสียงหวานเอ่ยบอกผู้เป็นสามี
“แค่นั้นก็สิ้นเรื่อง” เจ้าชายหนุ่มว่าพร้อมวางกล่องลงอย่างแผ่วเบาอีกครั้ง แต่สิ่งที่อยุ่ด้านในนั้นพยศขยับไปมาจนเกิดเสียงดังขลุกขลัก
“สิ่งใดอยู่ในนี้กันแน่เพคะ ทำไมดิ้นแรงเพียงนี้”
“เปิดดูเถอะ เดี๋ยวก็รู้” เสียงทุ้มบอกภรรยาก่อนที่จะจ้องหน้าเธอ ดูๆไปแล้วภรรยาของเขาและสิ่งที่อยู่ในกล่องนั้นเหมือนกันไม่มีผิด
หน้าตาพยศเหมือนกัน
หลังจากที่ผู้เป็นสามีว่าจบเจ้าหญิงเซเลน่าก็ค่อยๆแกะกล่องที่แง้มอยู่เล็กน้อยออกอย่างบรรจง เธอรู้ดีว่าถ้าเป็นของที่มาจากคนในราชวงศ์ย่อมเป็นสิ่งของที่มีคุณค่าทางจิตใจ
แต่เธอแค่สงสัย ว่าตัวอะไรกันแน่ที่อยู่ด้านใน
“งุ้ยยยย ไอ้ต้าววววว”
ทันทีที่เปิดกล่องออกเจ้าหญิงเซเลน่าอุทานออกมาอย่างเอ็นดูและจ้องตากับเจ้าลูกแมวอ้วนขนปุกปุยตัวสีขาว ผ่านกรงที่อยู่ด้านในอีกที
เจ้าชายมาร์คัสชะงักไปกับความอ่อนโยนและสดใสของเธอยามที่เจอลูกแมวเป็นครั้งแรก ก่อนที่จะเอ่ยถามภรรยาสาว
“ชอบไหม?”
“ชอบเพคะ ชอบมาก น้องน่ารักมากเพคะ...” เจ้าหญิงเซเลน่าตอบผู้เป็นสามีด้วยรอยยิ้มสดใสพร้อมอุ้มลูกแมวออกมาจากกรงก่อนที่จะชูไปทางคนตัวสูงที่ยืนมองอยู่
ก็นะ...เหมือนกันขนาดนี้ จะชอบก็ไม่แปลก
แต่ขออย่างเดียว อย่านิสัยเหมือนคนเลี้ยงก็แล้วกัน
“น้อง? น้องไหน?”
“น้องคนนี้ไงเพคะ น่ารักมาก จมูกสีชมพู ตาสีฟ้า ตัวก็อ้วน ตั้งชื่อว่าอะไรดีน้า...” เจ้าหญิงเซเลน่าว่าพร้อมเขี่ยจมูกลูกแมวน้อยเบาๆ
“เมี๊ยว...” ลูกแมวน้อยร้องราวกับขานตอบเจ้าของที่กำลังเห่อ
“พี่มาร์คัส ช่วยตั้งชื่อให้หน่อยสิเพคะ” หญิงสาวพูดกับสามีอย่างลืมตัวแล้วกดจมูกลงบนศีรษะลูกแมวไปด้วย
เธอชอบแมวมานานมากแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้เลี้ยงอย่างจริงๆจังๆสักที เคยจะเลี้ยงมาหลายครั้งหลายครา แต่ก็ล้มเลิกกลางคันไปทุกที
“พี่มาร์คัส...” เซเลน่ายื่นลูกแมวน้อยไปตรงหน้าสามีทันทีที่เห็นว่าเขายืนเหม่อ
“หะ...หื้ม?” เจ้าชายหนุ่มหลุดออกจากภวังค์แล้วกระพริบตาสองสามทีเพื่อตั้งสติ เมือ่กี้เขาคิดอะไรอยู่กันนะ ทำไมถึงเหม่อได้
“ช่วยตั้งชื่อให้ลูกหน่อยเพคะ” เจ้าหญิงเซเลน่าขอความเห็นจากสามี
“ลูก?”
“ก็ใช่น่ะสิเพคะ ลูกนี่ไง...” เมื่อเจ้าชายมาร์คัสทำหน้าสงสัยภรรยาสาวก็ยื่นลูกแมวมาตรงหน้าเขาอีกครั้ง
“แม่ชื่อเซเลน่า ลูกชื่อเซเลเน่ก็แล้วกัน” เจ้าชายหนุ่มออกความเห็น
“ไม่ได้เพคะ” ในที่สุดเจ้าชายมาร์คัสก็โดนภรรยาคัดค้าน
“ทำไม?” เขาถามเธอ
“ลูกเป็นผู้ชายเพคะ ชื่อเซเลเน่ไม่ได้”
“เรื่องมาก แค่แมวตัวเดียว จะชื่ออะไรก็ตั้งไปเถอะ” เจ้าชายหนุ่มเสนอ
“ไม่ได้เพคะ ลูกคนแรกต้องตั้งใจ เอาชื่ออะไรดีน้า แม่ขอคิดก่อน...”
“ชื่อสโนว์ดีมั้ยนะ แต่ก็สาวไปอีกแหละ”
เจ้าชายมาร์คัสมองภรรยาสาวที่เอาแต่ง่วนอยู่กับแมวเด็กแล้วส่ายหน้าน้อยๆ
ในใจได้แต่คิดว่าแต่งงานได้วันเดียวก็มีลูกซะแล้ว
แต่ไม่ใช่ลูกคนนะเพราะยังไม่ได้ทำ
ถ้าเขาได้ทำแล้วมีลูกเมื่อไหร่ เขาจะไม่ให้เธอเป็นคนตั้งชื่อลูกแน่ๆ
