บทที่ 7 ผู้หญิงปริศนา

และหลังจากที่ภรรยาสาวได้ลูกแมวน้อยเป็นของขวัญวันแต่งงานเธอก็รบเร้าให้สามีพาออกมาซื้อของใช้สำหรับลูกแมว

“ให้องครักษ์ออกมาซื้อให้ก็ได้” เจ้าชายมาร์คัสบ่นภรรยาสาวที่กำลังเลือกที่นอนให้ลูกแมวอยู่ ตอนนี้ทั้งเขาและเธออยู่ในชุดไปรเวทเหมือนคนทั่วไป

“ไม่ได้เพคะ ของแบบนี้จะให้คนอื่นมาซื้อได้ยังไง ลูกหม่อมฉัน หม่อมฉันต้องเลือกของใช้เองสิเพคะ พระองค์ก็เลือกด้วย ช่วยกันๆ” เซเลน่าหันมายิ้มหวานให้ผู้เป็นสามี เล่นเอาคนที่แอบชอบเธอมานานนั้นชะงักค้างและตัวแข็งทื่อเมื่อโดนสัมผัสร่างกาย

“ให้เลือกอะไร?” เจ้าชายหนุ่มสามภรรยาสาวก่อนที่จะกวาดสายตาไปมองคอนโดแมวสองชั้นที่ด้านบนเป็นหลุมอวกาศ ด้านล่างเป็นที่นอนแมวสี่เหลี่ยม พร้อมเสาลับเล็บและลูกบอลห้อยต่องแต่งไว้สำหรับให้แมวเล่น

“เอาอันนี้ไปด้วยสิ” เจ้าชายมาร์คัสเดินไปชี้คอนโดแมวที่มองอยู่เมื่อครู่ ทำเอาผู้เป็นภรรยาส่ายหัวน้อยๆ

“จะเอากลับยังไงเพคะ เอารถเก๋งมานะเพคะจะยัดเข้าไปได้ยังไง” เจ้าหญิงเซเลน่าค้านสามี

“มันมีแบบเอาไปต่อเองด้วย นี่ไง” เจ้าชายมาร์คัสไม่ละความพยายามเดินไปชี้กล่องที่วางเรียงกันอยู่ด้านล่างให้ภรรยาดู

ส่วนเจ้าหญิงเซเลน่านั้นไม่อยากขัดผู้เป็นสามีเลยทำได้เพียงพยักหน้าน้อยๆเป็นการตกลง เธอได้แต่คิดในใจว่าเอาไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวเขาจะงอนเหมือนเรื่องเมื่อเช้าอีก

เธอเป็นคนอ้อนวอนให้เขาพาออกมาซื้อของด้วยตัวเอง แล้วยังบอกให้เขาช่วยเลือกของให้ลูกแมวตัวน้อยที่รออยู่อีกจะไม่ให้เอาของที่เขาเลือกมันก็คงจะไม่ได้ ถึงแม้บางอย่างมันจะมีมากกว่าหนึ่งชิ้นแล้วก็ตาม

หลังจากที่เดินเลือกกันมาเกือบชั่วโมงสองสามีภรรยาก็ได้ของสำหรับลูกแมวน้อยจนเต็มสองคันรถ

ทุกอย่างที่เลือกมานั้นถูกไตร่ตรองมาอย่างดีแล้วว่าจำเป็นต้องใช้ และได้ใช้

ทั้งสองคนยืนต่อคิวรอจ่ายเงินที่แคชเชียร์ แต่ระหว่างที่กำลังยืนรออยู่นั้นความโดดเด่นและออร่าของทั้งคู่ดันสะดุดตาประชาชนที่กำลังเลือกซื้อของสำหรับสัตว์เลี้ยงกันอยู่

เมื่อเห็นว่าเป็นที่สนใจเจ้าหญิงเซเลน่าจึงหยิบแว่นกันแดดออกมาจากกระเป๋าถือของตัวเอง

“ทำอะไร?” เจ้าชายหนุ่มถามภรรยาสาวที่กำลังจะใส่แว่นกันแดดเพื่อปิดบังหน้าตาของตัวเอง เมื่อครู่เธอมีความสุขกับการเลือกของใช้ของแมวมากไปหน่อยจนลืมไปเลยว่าทั้งเธอและเจ้าชายมาร์คัสเป็นคนของประชาชน เป็นผู้มีชื่อเสียงที่ใครๆต่างก็รู้จักเป็นอย่างดี

การแต่งงานใหญ่โตและเป็นข่าวดังไปถึงต่างประเทศย่อมทำให้เป็นจุดสนใจ

“พระองค์หยิบแว่นกันแดดมาหรือไม่เพคะ หยิบออกมาใส่เร็ว คนมองเรากันเต็มไปหมดแล้ว” หญิงสาวกระซิบบอกผู้เป็นสามี และด้วยความใกล้ชิดทำให้เขาสูดดมกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆของเธอเข้าจนเต็มปอด

“ไม่ต้องใส่หรอก ยิ่งใส่ยิ่งเด่น เราไม่ได้ทำเรื่องอะไรเสียหายสักหน่อย จะกลัวทำไม” เจ้าชายหนุ่มคุยกับภรรยาสาวด้วยท่าทางปกติ  ซึ่งคำพูดของเขาทำให้เธอฉุกคิดได้ว่าไม่จำเป็นต้องหลบๆซ่อนๆเพราะทั้งสองคนนั้นแต่งงานและเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมาย

ไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องอาย

และไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องปกปิด

ทั้งสองคนต่างทำตัวเป็นปกติ ยามที่มีประชาชนเข้ามาทักทายสองสามีภรรยาก็ทำแค่ยิ้มตอบแล้วโบกมือให้อย่างเป็นกันเอง

ทั้งสองคนไม่เคยถือตัวอยู่แล้ว แถมยังใช้ชีวิตเป็นปกติมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

ถึงจะมีเชื้อสายราชวงศ์แต่ก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่อยากมีเพื่อน อยากมีสังคม ถ้ายิ่งทำตัวเย่อหยิ่ง จะเป็นที่รักของคนอื่นได้ยังไง

“เจ้าชายมาร์คัส ในที่สุดพระองค์ก็มา....” ระหว่างที่กำลังเรียงของใส่รถก็มีหญิงสาวรูปร่างโดดเด่นคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายเจ้าชายมาร์คัสอย่างสนิทสนมพร้อมควงแขนเขาอย่างออกนอกหน้าโดยที่ไม่สนใจเจ้าหญิงเซเลน่าที่กำลังยื่นของส่งให้

“เวนดี้…” เจ้าชายหนุ่มเอ่ยชื่อหญิงสาวที่เคยรู้จักมักคุ้นกันช่วงเวลาหนึ่งก่อนที่จะค่อยๆแกะท่อนแขนของเธอออกเพราะตอนนี้สายตาของภรรยาที่มองมามันทำให้เขาเกรงใจอยู่หน่อยๆ

เจ้าหญิงเซเลน่ามองท่อนแขนสามีของตัวเองด้วยสายตาเรียบนิ่ง ไม่พูดไม่จาอะไร เอาแต่มองดูสามีตัวเองและผู้หญิงที่ไม่รู้จักกำลังพูดคุยกัน

“เห็นบอกว่าจะไปแต่งงาน นึกว่าจะพูดเล่น ที่ไหนได้....”

“เอ่อ...เวนดี้ โทษทีนะ พอดีตอนนี้เรากำลังยุ่ง แล้วนี่ก็....” เจ้าชายมาร์คัสแกะท่อนแขนของหญิงสาวมือปลาหมึกออกแล้วเดินไปยืนเคียงข้างผู้เป็นภรรยาที่ยังไม่พูดไม่จาอะไรสักคำ เอาแต่ยืนมองอยู่เงียบๆ

“เซเลน่าค่ะ เป็นชายาของเจ้าชายมาร์คัส^^” ไม่ต้องรอให้เจ้าชายหนุ่มตอบ ร่างระหงเอ่ยแนะนำตัวเองกับผู้หญิงที่ทำตัวสนิทสนมกับสามีของเธอด้วยรอยยิ้มจนเธอหน้าเจื่อนไป

เวนดี้มองร่างระหงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแล้วขยับถอยหลังออกห่างทั้งสองคนพร้อมโค้งคำนับอย่างเก้ๆกังๆ

ก่อนหน้านี้ที่เธอเดินมาทักทายจ้าชายหนุ่มเธอมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม และเธอเองก็ยังแอบหวังว่าคนที่เคยคุ้นเคยกันจะแวะมาหาเธอเหมือนเคย

เจ้าชายมาร์คัสเป็นหนุ่มเจ้าสำราญ มีผู้หญิงมากหน้าหลายตาพร้อมถวายตัวให้เขา เวนดี้เองก็เป็นหนึ่งในนั้น ก่อนหน้านี้เธอคิดว่าเธอเป็นหนึ่งในคนโปรดของเจ้าชายหนุ่ม เห็นทีหลังจากนี้เธอต้องคิดใหม่ เพราะสายตาที่เจ้าชายมาร์คัสมองผู้เป็นภรรยานั้นต่างจากที่มองเธอมาก

เธอไม่เคยเห็นเจ้าชายมาร์คัสมองใครด้วยสายตาแบบนี้มาก่อน แม้แต่ตัวเธอที่คลุกคลีอยู่กับเขามานานเขาก็ไม่เคยมองด้วยสายตาแบบนี้...

ถึงจะมีใจให้เขา แต่เขาไม่เคยมีใจให้เธอสักนิด ทำเรื่องอย่างว่าเสร็จแล้วก็จากไป มันเป็นแบบนี้มาตลอด2ปี4เดือน

และหลังจากที่รู้ว่าเขาจะแต่งงานเธอก็เอาแต่เก็บตัวและร้องไห้เสียใจ ก็เจ้าชายมาร์คัสทั้งหล่อทั้งใจดี แถมเรื่องบนเตียงนั้นก็ยังเร่าร้อนจนเธอลืมไม่ลง

“เอ่อ...ประทานโทษ ประธานอภัย เอ้ย ขอประทาน....” หญิงสาวพยายามเอ่ยขอโทษคนทั้งคู่ แต่ยิ่งพูดก็ยิ่งเหมือนจะยิ่งไปกันใหญ่

“ช่างเถอะเวนดี้ จะทำอะไรก็ไปทำเถอะ เราขอเวลาส่วนตัว” เจ้าชายมาร์คัสเอ่ยตัดบทกับหญิงสาว เล่นเอาดวงตาคู่สวยที่มองมาถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่  ริมฝีปากบางสั่นระริกเมื่อเห็นสายตาของเจ้าหนุ่มที่มองมา

“พี่มาร์คัส...ทำไมพูดแบบนั้นล่ะเพคะ น้องว่า...”

“ยังไม่ไปอีก” เจ้าชายมาร์คัสเอ่ยซ้ำเมื่อเห็นว่าเวนดี้ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่

“เพ...คะ...” เวนดี้ตอบรับแล้วจากไปทั้งน้ำตา

เธอไม่น่าคิดเข้าข้างตัวเองเลยว่าเจ้าชายหนุ่มนั้นก็แอบมีใจให้ตัวเอง ไม่น่าคิดไปไกลจนหลงตัวเองขนาดนี้ ยิ่งเห็นสายตาที่เขามองภรรยาของตัวเองแล้วเธอยิ่งเสียใจ

ไม่น่าเอาใจลงไปเล่นตั้งแต่แรก

รู้ตัวดีว่าเป็นได้แค่ของเล่นชั่วคราวแต่เธอก็ยัง....แอบหวังว่าเจ้าชายหนุ่มจะมีใจให้เธอ

“โอ๊ย!!!!”

เวนดี้ร้องลั่นเมื่อชนกับอกแกร่งของใครบางคนจนร่างของเธอเกือบไถลไปกับพื้น ดีที่มีท่อนแขนแกร่งคว้าเธอเอาไว้ได้ทัน

“เป็นอะไรรึเปล่าครับ” เธอมองหน้าชายหนุ่ม รู้สึกคุ้นเคยราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

ถึงคนผู้นี้จะไม่หล่อเท่าเจ้าชายมาร์คัส แต่รูปร่างและส่วนสูงถือว่าใกล้เคียง

“โอเวน รีบไปได้แล้ว เจ้าหญิงจะกลับวังแล้ว”

“อืม เดี๋ยวตามไป”

“รีบมาล่ะ เจ้าชายขับรถไว เดี๋ยวจะคลาดสายตา”

“เออ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป