บทที่ 9 คำพูดหลอนหู

หลังจากที่ในรถคุยกันไม่รู้เรื่องและยิ่งคุยก็ยิ่งทะเลาะกันสองสามีภรรยาต่างก็เงียบและบึ้งตึงใส่กัน ทั้งสองคนถึงพระราชวังเกือบๆสองชั่วโมงแล้วแต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะคุยกัน

เจ้าหญิงเซเลน่าวุ่นอยู่กับการจัดโซนพื้นที่สำหรับแมว วางที่นอนที่ซื้อมาห้าอันไว้ตามพื้น และก่อนหน้านี้ก็ยังให้สาวใช้ด้านนอกและองครักษ์ช่วยกันยกโต๊ะและตู้หลังเล็กๆเข้ามาตกแต่งเพิ่มเติม ส่วนผู้เป็นสามีนั้นก็เอาแต่ง่วนต่อคอนโดแมวที่เจ้าตัวเป็นคนเลือกเองถึงสามหลัง

เขานั่งต่อและรื้อออกมาตั้งนานแต่ยังไม่สำเร็จสักอัน จนผู้เป็นภรรยาเห็นแล้วรำคาญใจ

              “อันนี้ไม่ถูกเพคะ พระองค์ต้องใส่แบบนี้” เจ้าหญิงเซเลน่าบอกผู้เป็นสามีแล้วจับหลุมอวกาศสำหรับให้แมวนอนหงายขึ้น

              ก่อนหน้านี้เธอเห็นสามีจับมันคว่ำลงแล้วไขน็อตลงไป พอไม่ได้ดังที่หวังก็ถอดออกแล้วทำเสียงฟึดฟัดอยู่คนเดียว

              เธอไม่อยากยุ่งด้วยสักนิดแต่เห็นเขาทำแล้วมันขัดลูกกะตา

              และถึงเธอจำไม่ถนัดด้านนี้ แต่จะลองช่วยเขาดูวิธีประกอบคอนโดแมวดูสักตั้ง

              “ไม่ใช่อันนี้เพคะ อันนี้ต่างหาก” เจ้าหญิงเซเลน่าดูวิธีการประกอบคอนโดแมวแบบที่ซื้อมาจากในอินเทอร์เน็ต เหตุเพราะเธออ่านวิธีประกอบที่กล่องสินค้าแล้วงงเลยหาตัวช่วยทางลัดแทน

              “ถึงว่าสิ ทำไมใส่ไม่เข้า” เจ้าชายมาร์คัสวางกระดานมิอัดลงกับพื้นแล้วยื่นมือไปหยิบสิ่งที่ภรรยาสาวส่งให้

              “แค่ไขน็อตสองอันนี้ก็เสร็จแล้วเพคะ” หญิงสาวพูดพร้อมยื่นหน้าไปมองคอนโดแมวหลังแรกที่เธอและสามีช่วยกันทำอย่างสุดความสามารถ

              ถึงจะมีสาวใช้ด้านนอกมาแนะให้องครักษ์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานช่างช่วย ทั้งสองสามีภรรยาก็ไม่ยอมรับควมช่วยเหลือแล้วไล่ทั้งสาวใช้และองครักษ์ที่พร้อมใจช่วยเหลือออกไปทำงานอย่างอื่นแทน      

              “ว้าว อันนี้สวยเลยเพคะ ดูแข็งแรงมากด้วย” หลังจากที่ช่วยกันประกอบจนเสร็จสมบูรณ์ทั้งเจ้าชายมาร์คัสและเจ้าหญิงเซเลน่าต่างก็มองผลงานที่ช่วยกันทำอย่างภาคภูมิใจพร้อมตีมือกันอย่างลืมตัว

              “ใช่ไหมล่ะ บอกแล้วว่าได้ใช้แน่นอน”

              “จะต่ออีกอันเลยไหมเพคะ” เจ้าหญิงเซเลน่าถามผู้เป็นสามีแล้วกอดอกมองเขาด้วยสายตาหยอกเย้า

              เจ้าชายมาร์คัสส่ายหัวทันทีที่ภรรยาสาวเสนอ ขนาดคอนโดแมวแค่อันเดียวเขายังใช้เวลาต่อตั้งหลายชั่วโมงจนปวดเมื่อยไปทั้งตัว

              ส่วนเจ้าแมวน้อยตัวดีไม่สนใจอะไรทั้งนั้น พอแม่ให้อาหารเสร็จก็ไปนอนโชว์พุงป่องๆไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรทั้งนั้น

              “พระองค์ไปอาบน้ำเถอะเพคะ ทางนี้หม่อมฉันจัดการเอง” เมื่อเห็นสามีบิดขี้เกียจแล้วยกมือบีบท่อนแขนของตัวเองเซเลน่าจึงเอ่ยบอกให้เขาไปอาบน้ำอาบท่าเพราะวันนี้เธอลากเขาออกไปตะลอนๆทั้งวัน แถมพอกลับมาเขายังมาช่วยทำงานที่ตัวเองไม่ถนัดอย่างตั้งอกตั้งใจ

              จริงๆเขาจะไม่ทำก็ได้ เธอเห็นความตั้งใจของเขาเลยยอมอ่อนข้อให้นิดหนึ่ง

              “ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราช่วยเก็บตรงนี้ก่อน” เจ้าชายมาร์คัสตอบภรรยาสาวแล้วหันไปเก็บกล่องกระดาษใส่ถุงใบใหญ่เพื่อที่จะนำไปทิ้ง

              ทั้งๆที่มีข้ารับใช้มากมายให้เรียกใช้ แต่เจ้าชายผู้สูงศักดิ์นั้นกลับยอมทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำ เขาไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงต้องทำแบบนี้ แต่แค่เห็นสีหน้าของเซเลน่าที่มีความสุขกับการจัดห้องให้แมวเขาก็พลอยมีความสุขไปกับเธอด้วย

              “เรื่องนั้นหม่อมฉันขอโทษด้วยที่พูดแรงๆใส่ เห็นแก่ความตั้งใจที่พระองค์ยอมช่วยจัดห้องให้ชูการ์ ไว้เรามาสงบศึกกันก่อนแล้วกันเพคะ หมดเรื่องนี้เมื่อไหร่ค่อยตีกันใหม่”

              พูดจบเซเลน่าก็หันหลังให้ผู้เป็นสามี ส่วนเจ้าชายมาร์คัสนั้นก็เอาแต่มองแผ่นหลังบอบบางของภรรยาที่เดินไปหอมแมวน้อยที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่อย่างมันเขี้ยว

              “เรื่องเวนดี้และผู้หญิงคนอื่นกับเรามันตั้งแต่ก่อนที่เราจะเจอกับเจ้าหญิง แต่หลังจากนี้สัญญาว่ามันจะไม่มีอีก” เจ้าชายมาร์คัสเดินไปด้านหลังผู้เป็นภรรยาแล้วค้อมตัวลงไปกระซิบข้างใบหูเธอด้วยเสียงแผ่วเบา เล่นเอาร่างระหงถึงกับชะงักค้างและตัวแข็งทื่อ

              เขาไม่ได้แก้ตัว และไม่คิดจะทำมัน เรื่องที่เกิดไปแล้วกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้

              แต่หลังจากนี้เขาไม่คิดจะทำมันอีกแล้ว

              ไม่ได้กลัวเมีย

              แค่ไม่อยากให้ราชวงศ์เสื่อมเสีย

              มันก็เท่านั้น

ค่ำวันเดียวกัน

              หลังจากที่อาบน้ำและกินข้าวกับภรรยาโดยที่ไม่ลับฝีปากกัน เจ้าชายมาร์คัสก็มานั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงรอภรรยาสาวอาบน้ำอีกรอบเพราะโดนลูกแมวน้อยฉี่ใส่ เขารอเข้านอนพร้อมเธอ

              เมื่อคืนนี้เขาคุยโทรศัพท์กับแซนเดรียอยู่เกือบชั่วโมงกลับมาอีกทีเธอก็หลับไปแล้ว เพื่อนสนิทผู้หญิงเพียงคนเดียวของเขาโทรมาถามไถ่สารทุกขฺสุกดิบหลังจากแต่งงานว่าเป็นยังไงบ้าง เพราะเธอเห็นในข่าวว่าเพื่อนสนิทกำลังแต่งงานกับผู้หญิงที่แอบชอบมาเป็นสิบปี

              หลังจากที่เจ้าชายมาร์คัสรับสายแซนเดรียก็เอ่ยแซวเพื่อนจนเขายิ้มไม่หุบ แถมยังเอาแต่เป่าหูให้เขาชวนภรรยาสาวหมาดๆเข้าหอกันตั้งแต่คืนแรกซะให้สมกับที่แอบชอบมานาน

              เจ้าชายมาร์คัสได้แต่คิดในใจ

              บ้าบอ

              ใครมันจะทำแบบนั้น

              ครืด...

              แต่พอเห็นภรรยาสาวเดินออกมาจากห้องแต่งตัวด้วยชุดนอนกระโปรงแขนยาวสีชมพูอ่อนเขากลับนึกถึงแต่คำพูดของเพื่อนตัวเองที่กรอกหูมาตั้งแต่เมื่อคืน

              ‘ไหนๆก็แต่งงานกันแล้วก็จับปล้ำไปเลย’

              ‘กับผู้หญิงคนอื่นทำได้โดยที่ไม่ต้องสอน แต่กับภรรยาตัวเองไม่กล้าทำเนี่ยนะมาร์คัส’

              ‘นายห้ามทำเสียชื่อเด็ดขาดรู้ไหม’

              ‘ฉันไม่มีเพื่อนขี้ป๊อด’

              เมื่อนึกถึงคำพูดของแซนเดรียเจ้าชายมาร์คัสก็เอาแต่ส่ายหัวน้อยๆเพื่อไล่ความคิดชั่วร้ายออกไป

              เขาเป็นผู้ชาย เวลาที่อยู่กับผู้หญิงสองต่อสองมันก็ต้องมีอารมณ์เรื่องอย่างว่าอยู่แล้ว ตัวเธอหอมทั้งๆที่อยู่ห่างตั้งเกือบสามเมตร แล้วไหนจะชุดนอนที่ค่อนข้างบอบบางนั่นอีกล่ะ

              ใครไม่คิดเลยเถิดก็บ้าแล้ว

              และนอกจากคำพูดของเพื่อนยังมีคำพูดของแม่เขาที่โผล่เข้ามาในโสตประสาทอีก

              ‘มีหลานให้แม่ซะ แล้วแม่จะไม่เจ้ากี้เจ้าการกับลูกอีก’

บทก่อนหน้า
บทถัดไป