บทที่ 11 #11ทวงคืนรัก
#ทวงคืน(รัก)เมียเก่า(11)
หลายวันต่อมา…..
ร่างแบบบางของกันตาเดินนวยนาดอยู่ในบ้านตนเองอย่างสบายอารมณ์ในมือมีขนมที่เธอโปรดปราณ กันตาเดินกินขนมตรงเข้ามาทิ้งตัวนั่งลงข้างบิดาที่กำลังนั่งดูข่าวการเมืองอยู่
“ทำอะไรอยู่คะสุดหล่อ” กันตากระเซ้าเย้าแหย่คนเป็นพ่ออย่างไม่จริงจังมากนักนำศีรษะซบแขนแข็งแรงสายตาจดจ่อยังทีวีตรงหน้าฟังเสียงนักข่าวสาวที่กำลังรายงานข่าวการเมืองอยู่
“ดูข่าวไงคะสุดสวย” คนเป็นพ่อตอบกลับลูกสาวพลางลูบศีรษะทุยเล็กของลูกสาวด้วยความเอ็นดูแม้นว่าตอนนี้กันตาจะอายุยี่สิบสี่ปีแล้วก็ตาม แต่กันตาก็ยังคงเป็นเด็กน้อยในสายตาของพ่อกับแม่เธออยู่ดี
ด้วยความที่กันตาเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวไม่มีพี่มีน้อง ครอบครัวจึงเลี้ยงดูเธอมาแบบประคบประหงมอย่างดี ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม ในวันที่ลูกสาวอกหักร้องไห้ปานจะขาดใจมาซบอก หัวใจของคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็อดรู้สึกปวดหนึบเจ็บปวดตามลูกสาวไม่ได้ รู้สึกเกลียดคนที่ทำลูกสาวต้องร้องไห้เป็นอย่างมากจนไม่อยากมองหน้าคนคนนั้นอีก
ก่อนคบกันก็สัญญาอย่างดิบดีว่าจะไม่มีวันทำให้กันตาเสียใจ แต่เหตุไฉนลูกสาวของเขาถึงได้วิ่งร้องไห้กลับมาซบอกในสภาพที่ดูไม่ได้ ร้องไห้ปานจะขาดใจตาย หัวใจแหลกสลายแทบไม่มีชิ้นดี ภาพความเจ็บปวดของลูกสาววันนั้นยังติดตา ใบหน้าสวยที่เปื้ยนเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาเขาไม่มีวันลืมได้
หลังจากที่ส่งตัวลูกสาวหนีไปพักใจถึงต่างประเทศ ‘เดชคุณ’ พ่อของกันตาก็ตามไปเอาเรื่องพีรภัทรถึงที่ แต่ไม่ทันได้ลงมือกระทำเดชคุณก็ดันไปได้ยินบทสนทนาระหว่างพีรภัทรกับผองเพื่อนเข้าเสียก่อน เขาจึงได้รู้เหตุผลว่าทำไมพีรภัทรถึงเลือกจะผลักไสกันตาออกจากชีวิต
วันนั้นจึงไม่มีการลงมือใด ๆ เกิดขึ้น จากความโกรธเกลียดที่มีก็แปรเปลี่ยนเป็นความเวทนาอดีตแฟนของลูกสาวแทน
“ว่าแต่คุณแม่ไปไหนเหรอคะ” กันตาถามพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ บ้านเพื่อมองหาคนเป็นแม่ที่ตั้งแต่ตื่นนอนมาเธอยังไม่เจอหน้าคนเป็นแม่เลย
“ไปดูเพชรกับเพื่อน ๆ น่ะ”
“คุณพ่อตามใจคุณแม่จังเลยนะคะ”
“ก็พ่อรักของพ่อ แม่น่ะคือลมหายใจของพ่อเลยนะ” กันตาระบายยิ้มมองบิดาที่กำลังพูดถึงมารดาด้วยใบหน้าเปื้ยนยิ้ม แววตาของพ่อเป็นประกายยามพูดถึงคุณนาย ‘ชมพู’ มารดาของหญิงสาว
จู่ ๆ กันตาก็นึกอิจฉาคนเป็นแม่จังที่ได้ผู้ชายดี ๆ อย่างพ่อไปครอบครอง
“ถ้าหนูมีแฟนหนูอยากเจอผู้ชายแบบพ่อจังเลยค่ะ ทั้งอบอุ่น ทั้งใจดี อีกทั้งยังรักและมั่นคงกับคุณแม่มาก” น้ำเสียงของกันตายามพูดประโยคนี้ออกมาสั่นไหวอย่างหนักจนคนฟังยังสัมผัสได้
ครั้งหนึ่งเธอก็เคยสัมผัสความรู้สึกของคนที่ถูกรัก…และครั้งหนึ่งกันตาก็เคยสัมผัสความรู้สึกของคนที่โดนทอดทิ้ง
งานแต่งงานที่กำลังถูกจัดขึ้นพังลงไม่เป็นท่า อนาคตที่วาดฝันด้วยกันมาพังทลายลงไม่มีชิ้นดี
เพราะเคยถูกทิ้งมาแล้วครั้งหนึ่ง กันตาจึงเข็ดขยาดกับความรักจนไม่กล้าเปิดใจรับใครเข้ามาอีก เธอกลัวว่าเธอจะผิดหวัง กลัวว่าเธอจะถูกทิ้งอย่างใจร้ายเหมือนครั้งที่ผ่านมา
เธอไม่กล้าพาหัวใจแสนเปราะบางดวงนี้ผูกติดไว้กับใครอีกแล้ว…..
“สักวันลูกจะเจอคนที่เหมาะสม” เดชคุณลูบศีรษะลูกสาวอย่างปลอบประโลมด้วยเข้าใจความรู้สึกลูกสาวดีว่าเธอยังคงบอบช้ำอย่างหนักหน่วงจากรักที่ผ่านมา
รอยยิ้มที่ลูกสาวส่งมา เสียงหัวเราะขบขัน ใครจะรู้ว่าภายในใจดวงนั้นยังบอบช้ำอยู่มากแค่ไหน
ตกเย็นกันตาหอบดวงใจอันเหี่ยวเฉามาเดินเที่ยวเล่นอยู่ห้างสรรพสินค้า เธอรู้สึกเหงาหงอยมากที่สุดไม่รู้จะคุยกับใครในแต่ละวัน เพื่อนสนิทคนหนึ่งก็มีครอบครัวจะไปกวนมากก็เกรงใจ เพื่อนสนิทอีกคนก็อยู่ไกลจะโทรคุยมากก็ไม่ได้เพราะอีกคนก็วุ่นกับการเลี้ยงลูกคนเดียวเหมือนกัน
เพราะไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน เพราะไม่รู้ว่าจะคุยกับใคร กันตาจึงพาตัวเองมาเดินโง่ ๆ อยู่ที่ห้าง เดินอยู่ในสถานที่ ที่มีผู้คนเดินพลุกพล่านหวังคล้ายความเหงาในใจ
กันตาเดินมาจนถึงหน้าโรงหนังเธอหยุดยืนดูว่ามีหนังเรื่องอะไรน่าสนใจบ้างก่อนจะเดินเข้าไปทำการซื้อตั๋วและซื้อป็อปคอร์นกับน้ำระหว่างรอดูรอบหนัง
ถึงเวลากันตาเดินมานั่งยังที่นั่งของตัวเอง ที่นั่งแถวของกันตาว่างเปล่าไร้ผู้คน อีกทั้งในโรงหนังมีคนเข้ามาดูไม่ถึงห้าคนด้วยซ้ำ หนังที่กันตาดูเป็นหนังรักดราม่ามีฉากที่นางเอกถูกพระเอกทอดทิ้ง
‘เราเลิกกันเถอะ ฉันเบื่อเธอเต็มทนแล้ว’
ประโยคบอกเลิกของพระเอกในหนังทำเอากันตาที่ตั้งใจดูอยู่ชะงักกึกหัวใจดวงน้อยของเธอชาวาบ ความรู้สึกบางอย่างตีตื้นขึ้นมาเมื่อประโยคบอกเลิกของพระเอกในหนังมันดันคล้ายคลึงกับประโยคของใครบางคนที่เคยพูดกับเธอ
ความรู้สึกชาวาบแล่นพล่านไปถึงขั้วหัวใจ
‘เราเลิกกันเถอะ ฉันเบื่อเธอเต็มทนแล้ว’
ประโยคบอกเลิกของเขาวันนั้นดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาทอีกครั้ง กันตาหลับตาลงพยายามตั้งสติของตัวเองให้มั่นพยายามไม่นึกถึงประโยคเจ็บปวดของเขาคนนั้น บอกตัวเองย้ำ ๆ ว่าเขาไม่มีอิทธิพลต่อหัวใจของเธออีกแล้ว
‘ช่วยเก็บข้าวของ ของเธอออกไปให้พ้นจากห้องของฉันอย่ากลับมาให้ฉันเห็นหน้าเธออีก’
หนังยังดำเนินต่อไปด้วยประโยคใจร้ายของพระเอกที่พูดทำร้ายจิตใจนางเอกอย่างไร้เยื้อใยประโยคแล้วประโยคเล่า
‘ฉันหมดรักเธอแล้ว ฉันไม่ได้รักเธอแล้ว’
ทุกประโยคที่พระเอกเอื้อนเอ่ยออกมากับภาพร้องไห้ของนางเอกมันหวนให้กันตานึกถึงตัวเองเมื่อตอนนั้น ในขณะที่เขาตัดเยื้อใยต่อกัน เธอในตอนนั้นก็กำลังร้องไห้แทบขาดใจเหมือนนางเอกในตอนนี้
ทุกความเจ็บปวดที่กันตาได้รับในวันนั้นหวนกลับมาทำร้ายเธออีกครั้ง
ขณะที่กันตาพยายามตั้งสติตัวเองอย่างหนักอยู่นั้นจู่ ๆ ก็มีมือปริศนาดึงมือเธอเข้าไปกอบกุมไว้แน่น
“หนู” น้ำเสียงคุ้นเค้นเอ่ยเรียกเธออย่างห่วงใย “เฮียขอโทษนะ” ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาคนนั้นนั่งอยู่ข้างกายกัน เขาที่เป็นเจ้าของประโยคแสนเจ็บปวดพวกนั้น “ขอโทษที่เฮียบอกเลิกหนู ขอโทษที่ทำให้อนาคตของเราพังลง เฮียขอโทษ”
