บทที่ 6 คลุ้มคลั่ง

EP.6

เธอเขยิบออกห่างจากเขาเล็กน้อย ยิ้มอย่างเก้อเขินกับสายตาเจ้าเล่ห์ที่มองมา “แม่พี่จ้างหนูมาทำอะไรล่ะคะ”

ปึง!

“อคิน!”เสียงที่ดังขึ้นมาสร้างความตกใจให้เจอาร์อย่างมาก มันดังมาจากห้องเสื้อผ้าของลูกชาย นี่เขาเผลอปล่อยลูกไว้ตามลำพัง ไม่รู้ว่าจะซนขนาดไหน ก้อนเนื้อข้างซ้ายกระตุกวูบหากเด็กตัวเล็กๆถูกอะไรทับไป คนที่เขาจะโกรธไม่เว้นแม้หญิงสาวตรงหน้า เขารีบลุกขึ้นแล้ววิ่งไปยังห้องต้นเสียงอย่างรวดเร็ว

“อคิน!”เจอาร์เปิดประตูเข้ามาถึงกับกุมขมับ ลูกชายตัวดีไม่ได้เป็นอะไร แต่สภาพห้องกลับเต็มไปด้วยเสื้อผ้าและข้าวของกระจัดกระจายไปทั่วห้อง คนกระทำตกใจเล็กน้อยที่ได้ยินเสียงดุของผู้เป็นพ่อรีบวิ่งไปนั่งให้เรียบร้อยที่โซฟาไม่ได้มีความรู้สึกผิดตามประสาเด็กซน

“น้องเป็นอะไรเหรอคะ”เธอถือวิสาสะเดินตามมาดูด้วยความห่วงใย

“…”เขาไม่ได้ตอบคำถามอะไรเธอ จ้องหน้าลูกชายตัวดีจนเด็กน้อยสำนึกผิดและทำหน้าหงอย

“พี่คนหน้าแปลก~”อคินเหลือบมองเห็นณาลัลน์ที่ยืนข้างหลังเจอาร์ จึงทักทายกลบเกลื่อนความผิดตัวเอง

“พี่ชื่อณาลัลน์ เรียกสั้นๆว่าลัลน์จ้ะ”

“พี่มาจับเด็กดื้อไปขึ้นยถตู้เหรอครับ”

“เปล่า พี่มาดูแลเรา”

“งั้นพี่ลัลน์หน้าแปลกมาช่วยผมเก็บหน่อยครับ เดี๋ยวพ่อดุผม”เด็กน้อยแสร้งบีบน้ำตาเรียกร้องความสนใจ

“ได้…”

“ใครใช้ให้ยุ่ง”เจอาร์หันมามองณาลัลน์อย่างคาดโทษ แล้วจึงหันกลับไปมองลูกชายแบบเดียวกัน “ใครทำคนนั้นก็เก็บนะครับ”มาเฟียหนุ่มใช้น้ำเสียงนุ่มนวลผิดกับที่ว่าณาลัลน์

“ก็ผมหาเชื่อตัวโปรดไม่เจอ ผมอยากไปเที่ยวแล้ว”อคินค่อยๆลงจากโซฟา เดินเตาะแตะมากอดขาผู้เป็นพ่อแน่นอย่างออดอ้อน แหงนมองหน้าด้วยแววตาน่าสงสารเพื่อให้เจอาร์ใจอ่อนและไม่เอาความ

“คราวหลังต้องถามพ่อก่อน”

“ครับ”

“แต่เราต้องเก็บเอง”เด็กน้อยหุบยิ้มลงโดยอัตโนมัติและแสร้งทำหน้าหงอยต่อ

“หนูเก็บให้ก็ได้ค่ะ”ณาลัลน์แทรกขึ้นมา ไหนๆมาแล้วเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาก็จะเริ่มงานเลย ถึงแม้วันนี้จะไม่ใช่วันที่เขากำหนดแต่ก็อยากจะทำงานให้คุ้มค่ากับเงินที่ได้รับ

“ไม่รู้รึไงว่าฉันกำลังสอนลูกอยู่”

“หนูทราบค่ะ แต่จะสอนยังไงสุดท้ายผู้ใหญ่ก็ต้องเก็บอยู่ดี เด็กทำไม่ได้นี่คะ ให้หนูช่วยน้องเก็บไปด้วยก็ได้ค่ะ”

“ยุ่งไม่เข้าเรื่อง”เจอาร์ถอนหายใจเบาๆ เขาไม่ชอบที่เธอทำหน้าซื่อตาใสใส่แบบนั้นดูขัดหูขัดตาไปเสียหมด

ครืด~ ครืด~

เสียงโทรศัพท์แทรกเข้ามา เจอาร์รีบหยิบมันออกมาจากกระเป๋ากางเกง เบอร์ของนินิวโชว์หราที่หน้าจอ เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆก่อนจะกดรับสาย

“ว่าไง”

(มึงเก็บกระเป๋าให้ลูกเสร็จยัง)

เจอาร์มองไปยังกระเป๋าเดินทางของลูกชาย ก่อนหน้านั้นเขาจัดให้เกือบเสร็จ ถ้าจะขาดก็ขาดแค่เสื้อตัวโปรดของลูกซึ่งตอนนี้ห้องเละเทะไปหมดไม่รู้อยู่ส่วนไหน “จะเสร็จแล้ว”

(เออ งั้นมึงให้ไม้มาส่งลูกมึงที่บ้านเฮียเคนะ)

“แล้วกูล่ะ”

(ส่วนมึง กูได้รับบัญชาจากเฮียแพคมาว่าให้มึงอยู่ทำงานกับไอ้ตินไอ้ขุนไป ดังนั้นกูขอเลี้ยงลูกมึงเองในระหว่างที่ไปเที่ยว จบทริปนี้สัญญาจากใจว่าจะตั้งใจทำงาน ไม่โยนงานให้พวกมึงแล้ว)

“กูค้านได้ไหมล่ะ”

(ค้านได้แต่ไม่ให้ค้าน รีบพาลูกมาส่งนะ พลอยและสองแฝดสแตนบายรอแล้ว)

“เออ”

เจอาร์ตอบกลับแล้วกดวางสายทันที เขาเอาเรื่องที่คุยกับนินิวไปเล่าให้อคินฟัง เด็กน้อยทำหน้าหงอยแต่ก็ยังอยากไปเที่ยวอยู่ดีแม้เจอาร์จะไม่ได้ไป เพราะจะไม่ได้เจอกันหลายวัน

หลังจากอคินออกไปพร้อมกับไม้ บรรยากาศดูอึดอัดเมื่อเหลือเธอกับเขาสองต่อสอง นาฬิกาข้อมือของเธอบอกเวลาห้าโมงเย็น ทางที่ดีเธอไม่ควรอยู่ตรงนี้กับผู้ชายตามลำพัง จึงจะเดินออกไป แต่ก็ถูกเจอาร์จับข้อมือรั้งไม่ให้ไป

“ปากดีก็มาเก็บเอง”

หากเธอรู้ว่าอคินจะไม่อยู่ห้องเธอจะไม่อาสา แต่ได้พลั้งปากไปแล้วก็คงต้องทำตามที่พูด “ค่ะ”

“ตามมานี่” เธอเดินตามเขาเข้าไปในห้อง เขาบอกรายละเอียดคร่าวๆว่าของแต่ละอย่างควรเก็บตรงไหนก่อนที่เขาจะเดินออกไป เธอรีบทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย เก็บให้เสร็จก่อนที่มันจะมืด

“คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง” ปลอบใจตัวเองในตอนที่เก็บไปก็ระแวงเจอาร์ไป อีกทั้งยังต้องแข่งกับเวลาที่มันใกล้จะมืด นั่งแท็กซี่ตอนกลางคืนมีแต่อันตราย

“บ้านเธอเขาสอนพับผ้ากันแบบนั้นเหรอ” ณาลัลน์ไหวตัวด้วยความตกใจที่เจอาร์เข้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียงหลังจากที่เขาหายไปนานนับสิบนาที เธอหันกลับไปมองคนที่เดินเข้ามา เขามาพร้อมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

“หวังว่าฉันจะไม่ต้องสอนวิธีพับผ้านะ”

“ค่ะ”

“แล้วที่นี่มีกล้องวงจรปิดอย่าริอ่านขโมยของ”

ณาลัลน์เมินเฉยและไม่ตอบอะไรกลับ มองแผ่นหลังกว้างเดินออกไปนั่งดื่มคนเดียวนอกระเบียงคอนโดที่ต่อจากห้องนี้ นึกขึ้นได้ที่จารุณีบอกแต่เธอไม่รู้ว่าควรห้ามยังไง ห้ามไปเธอก็รู้ว่าจะโดนเขาว่า จึงทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายต่อ

ดูแล้วเขาไม่มีทีท่าว่าจะพิศวาสเธอสักนิดมีแต่จงใจจะกลั่นแกล้งเธอ มันพอคลายความหวาดระแวงได้บ้าง จึงกลับไปสาละวนกับผ้ากองเดิม

มาเฟียหนุ่มออกมารับลมยามเย็นนานเกินครึ่งชั่วโมง แสงไฟจากตึกข้างๆเริ่มเปิดสว่างจ้า มันทำให้บรรยากาศการดื่มเพียงลำพังของเขาได้ที่ เขาดับบุหรี่แล้วโยนมันทิ้งไป กระดกเหล้าลงคอไปอีกอึกใหญ่ สิ่งรอบข้างขับกล่อมให้ตาปรือไปโดยปริยาย เขาค่อยๆปิดเปลือกตาลงช้าๆเพื่อพักสายตาครู่หนึ่ง

จู่ๆภาพบางอย่างมันก็แล่นเข้ามาในหัวของเจอาร์ในตอนที่เขาหลับไปได้แค่ไม่กี่นาที

‘เจ เราท้อง’

‘จริงเหรอ เจโคตรดีใจเลย เรื่องจริงใช่ไหม ไปบอกแม่เจกัน แม่ต้องดีใจมากแน่ๆ’

‘เรากลัวแม่เจไม่ปลื้ม เราอยากเอาออก’

‘แม่ไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอก เด็กทั้งคนนะ’

‘คือเรายังไม่พร้อมอ่ะ เราอยากเอาออก เราไม่ได้เป็นอะไรกันนะเจ อย่าลืม’ ในเมื่อข้ออ้างนั่นไม่ผ่านจึงบอกความจริง

‘ก็เป็นเลยดิ นะๆ เจชอบกิ๊บนะ’

‘เราไม่พร้อมเป็นแม่คนและไม่พร้อมเป็นแฟนเจด้วย เรามีอะไรกับเจก็จริงแต่อย่างที่เคยบอกเราไม่ได้คุยกับเจแค่คนเดียวนะ จำข้อตกลงของเราไม่ได้รึไง’

“เฮือก!” เจอาร์สะดุ้งตื่นขึ้นมาเขารู้ว่ามันเป็นแค่ฝันร้ายแต่ความเคียดแค้นมันไม่จบแค่ในฝัน มันติดกลับมาสู่ความเป็นจริงที่เขานั่งอยู่ตรงนี้

แม้จะหมดความรู้สึกหลงใหลในตัวผู้หญิงคนนั้นไปแล้ว มีแต่ความเกลียดชังที่หลงเหลืออยู่ เรื่องเลวร้ายยังวนเวียนมาหลอกหลอน เผลอนึกถึงทีไรมันเจ็บปวดไม่ต่างจากวันแรกที่โดนทำร้ายจิตใจ หงุดหงิดตัวเองแทบทุกครั้งที่เผลอไปนึกถึงมันโดยไม่ได้ตั้งใจ อยากจะลบช่วงเวลานั้นออกจากสมองให้ได้

“กูเกลียดมึง!”

ปั่ก! เพล้ง! เดือดดาลแทบทุกครั้งที่มันฉายเขามา เขาลืมตัวเผลอต่อยโต๊ะกระจกตรงหน้าอย่างแรงเพื่อระบายความหงุดหงิด จินตนาการว่าโต๊ะกระจกเป็นบุคคลที่เกลียดชัง จนโต๊ะกระจกมันแตกบาดมือของเขาจนมีเลือดไหลออกมา

“พี่เจ! เป็นไรรึเปล่าคะ”ณาลัลน์วิ่งออกมาดูตามเสียงที่ได้ยิน เธอตกใจที่เห็นมือของเจอาร์มีเลือดไหลออกมา จึงรีบวิ่งเข้าไปคว้ามือของเขาเมื่อเห็นว่าเขาจะต่อยไปที่เดิมอีกรอบ

“พอค่ะ ไปทำแผลนะคะ”เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรแต่ก็อยากช่วย กลัวว่าเขาจะทำร้ายตัวเองอีก แต่ไม่รู้จะห้ามยังไงเลยถือวิสาสะโอบกอดร่างกำยำไว้โดยที่โอบรัดสองแขนของเขาไว้ด้วย บางทีคนที่ทำร้ายตัวเองอาจจะอยากได้ความใส่ใจจากคนรอบข้าง การกอดก็ถือเป็นวิธีการที่ดี

“ร่านดีเนอะ”เด็กสาวถึงกับชะงักไปเมื่อเธอโดนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย

“หนูไม่อยากให้พี่เจทำร้ายตัวเองค่ะ มีอะไรก็….”

“ออกไป! อย่ามายุ่ง!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป