บทที่ 3 ขอโทษ

คนที่ผลักเธอเข้ามาในรถไม่ได้สนใจว่าเธอจะเซจนไปกระแทกใครอีกคนที่นั่งอยู่เบาะด้านหลัง พอขยับตัวในท่าที่ถนัดจึงได้สำรวจคนทั้งสี่ก็ตอนนี้ เพราะเมื่อครู่ที่ถูกจู่โจมอยู่หน้าตึกก็มัวแต่ตกใจกลัวจนแทบจะไม่ได้สนใจใบหน้าหล่อๆ ของสองคนที่ยืนอยู่ด้านนอก

คนที่เธอเผชิญหน้าด้วยพี่ชายยายอรปรียานั่นว่าหล่อจัดแล้วก็ยังไม่เท่าไอ้คนที่ลากเธอเข้ามาในรถ หรืออาจจะหล่อคนละแบบ ไอ้เถื่อนที่ลากเธอเข้ามาออกจะหล่อแบบหนุ่มลูกครึ่งแต่ใบหน้านั้นก็คล้ายจะมีเชื้อสายไทยเยอะกว่าสักหน่อย อีกคนที่เธอกระแทกเข้าใส่เมื่อครู่หล่อแบบไทยๆ ดูผิวจะเข้มกว่าทุกคน และอีกคนที่นั่งอยู่เบาะด้านหน้าหันมามองเธอด้วยความสนใจไม่น้อยนายคนนั้นใส่แว่นหน้าออกจะตี๋ๆ และคนที่ถูกเรียกว่าอาร์ตพี่ชายอรปรียาก็เดินตามขึ้นรถมาประจำตำแหน่งคนขับ

"พวกพี่จะพาหนูไปไหนคะ"

"ไปขอโทษคนที่เธอสาดน้ำซุปใส่เขานั่นไง" ไอ้หนุ่มลูกครึ่งเป็นคนตอบ

"อรปรียาเป็นคนมาหาเรื่องหนูก่อนนะ และหนูก็ยังโดนน้ำซุปลวกมือด้วยเหมือนกัน" เธอชูมือที่ยังแดงอยู่ให้ดู

รอยจ้ำสีแดงตัดกับผิวขาวผ่องที่หลังมือ ออกจะพองนิดๆ โชคดีที่เธอยังเหลือหลักฐานอยู่ ไอ้หนุ่มลูกครึ่งจับข้อมือเธออย่างแรงเอาเข้าไปดูใกล้ๆ

"ไม่ใช่ตอนที่เธอสาดไปแล้วโดนตัวเองหรอกนะ"

"พี่จะลองไหมละคะ หนูจะสาดให้ดูอีกรอบ ว่ามันจะโดนมือตัวเองไหม ถ้าไม่ใช่เพราะยายอรปรียานั่นเดินมาชน แล้วกระชากมือหนูก่อน มันก็คงไม่ลวกหนูหรอก แล้วตอนที่มันลวกหนู มันร้อนกว่าตอนที่ลวกยายนั่นแน่" เธออธิบายเสียยืดยาว ไม่รู้ว่าคนพวกนี้จะฟังเหตุผลของเธอหรือไม่

"เดี๋ยวไปถึงก็รู้"

"ไปไหนคะ"

ไม่มีใครตอบคำถามเธอบรรยากาศมาคุในรถ ชวนให้ทุกคนเงียบปาก แม้จะกลัวอยู่ไม่น้อยแต่ก็ทำใจดีสู้เสือเพราะคงหนีไปทางไหนไม่ได้ จนรถมาจอดที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัย

พวกเขาพาเธอเดินมาที่ซุ้มไม้ข้างอาคารที่คนไม่ค่อยพลุกพล่านดูเหมาะแก่การเจรจาเป็นอย่างดี และเธอก็เห็นอรปรียากับเพื่อนอีกสองคนนั่งอยู่ที่ซุ้มตรงนั้น

"ขอโทษน้องสาวฉันซะ แล้วเธอก็กลับไปได้" พี่ชายยายนั่นเอ่ยเสียงเข้มตอนที่พาเธอเดินมาถึง

"พี่อาร์ตแค่นี้เองหรือคะ อรแสบไปทั้งหน้าอก"

"แล้วเธอจะทำอะไรอีก"

"สาดมันกลับบ้าง"

"แต่เธอไปกระชากเขาก่อนนะ"

"เอ่อ...แต่มันทำอรเจ็บกว่านะคะ"

"ให้เขาขอโทษที่ทำเกินกว่าเหตุ นอกนั้นให้แล้วกันไป จบแค่นี้"

"แล้วถ้าหนูไม่ขอโทษล่ะ" เมื่อเห็นพี่น้องเถียงกับเสร็จเธอจึงได้เอ่ยแทรกขึ้นมาบ้าง

"มันจะมีผลกับทุนการศึกษาของเธอนะ ถ้าเรื่องถึงอธิการ" หนุ่มตี๋เอ่ยบอกพร้อมกับมือที่ดันแว่นขึ้น

ยอมรับว่าตอนนี้เธอลังเลไม่น้อย เรื่องที่จะไม่ได้รับทุนมาถึงตอนนี้เธอไม่กลัวหรอกถ้าจะถูกยกเลิก แต่มันต้องไม่ใช่เหตุผลน่ารังเกียจจากคนพวกนี้ที่พยายามกลั่นแกล้ง ใบหน้าของท่านประธานใจดีผุดขึ้นมาในความคิดเธอทันที ท่านคงจะเสียใจไม่น้อยที่ทุนการศึกษาสี่ปีเกือบหนึ่งล้านบาทจะต้องสูญเปล่าไปอย่างนี้

"ถ้าหนูขอโทษจะจบแค่นี้ใช่ไหม" เธอเค้นเสียงถาม

"ใช่ จบแค่นี้"

"และหวังว่าน้องพี่จะไม่มายุ่งกับหนูอีก เพราะหนูไม่เคยไปยุ่งกับอรปรียา"

"แน่นอน น้องฉันจะไม่ไปยุ่งกับเธออีก"

"ก็ได้ค่ะ" เธอนิ่งเงียบไปครู่กลืนก้อนแข็งๆ ที่จุกอยู่ในลำคอลงไปอย่างยากเย็นก่อนที่จะเอ่ย

"ฉันขอโทษที่สาดน้ำซุปใส่เธอ อรปรียา"

พูดจบเธอเห็นทุกคนยังเงียบไม่เอ่ยอะไรออกมา จึงได้หมุนตัวจะกลับอย่างที่เขาบอกว่าจบแค่นี้ให้กลับได้ แต่แค่เท้าเธอก้าวออกมาได้เพียงหนึ่งก้าว แขนข้างที่เจ็บก็ถูกกระชากอย่างแรงรอยแดงที่หลังมือเสียดสีไปกับมือคนจับอย่างช่วยไม่ได้ เพราะมัวแต่สนใจแผลที่มือจึงไม่ทันได้ตั้งตัว รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ฝ่ามือของอรปรียากระทบข้างแก้มอย่างจัง เสียงดังก้องแก้วหู ใบหน้าชาวาบก่อนจะเจ็บ เหมือนรู้สึกมีของเหลวบางอย่างไหลอยู่ที่มุมปากทำให้เธอยกมือขึ้นปาดหงายฝ่ามือมาดูถึงได้เห็นเลือดสีแดงสดไหลออกมา

ทุกคนยังยืนตะลึง แขนที่อรปรียาจับไว้ก็ยังไม่ยอมปล่อย ใบหน้าโกรธแค้นของยายนั่นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสะใจ เธอจ้องมองดวงตาคู่นั้นแน่นิ่ง

"ยายอร" พี่ชายยายนั่นตวาดน้องสาวตัวเองเสียงดัง รั้งแขนให้ยายนั่นปล่อยแขนเธอ

"ถือว่าหายกัน" อรปรียาเอ่ยพลางยกยิ้มมุมปากนิดๆ

เธอเงยหน้ามองทุกคนที่อยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย เลือดที่ซึมออกมาที่มุมปากถูกมือเช็ดออกอีกครั้ง ก่อนจะหันหลังออกมาจากซุ้มไม้ตรงนั้น

"เดี๋ยวฉันจะพากลับไปส่งที่คณะเธอ"

พี่ชายยายนั่นเดินตามเธอมา เอ่ยเสียงเข้ม เมื่อเห็นเธอไม่หยุดเขาก็รั้งแขนเธอไว้ เธอหยุดเดินบิดแขนตัวเองออกจากมือเขา เลี่ยงตัวหลบออกมานิดเพื่อบ้วนเลือดที่กบปากอยู่จนพูดไม่ถนัด

เลือดที่บ้วนออกมาจากปากยังมีแดงสด และตอนนี้เธอก็รับรู้ว่ามันเกิดแผลที่กระพุ้งแก้มมุมปากด้านใน ทุกครั้งที่เอาลิ้นไปดุนมันก็จะยิ่งรู้สึกเจ็บแสบไม่น้อย

"ไม่เป็นไร ขอบคุณค่ะ" เธอเอ่ยตอบตอนที่บ้วนเลือดในปากออกแล้ว มองใบหน้าพี่ชายยายนั่นเหมือนจะเห็นวี่แววรู้สึกผิดแต่เธอไม่คิดจะสนใจ และก็รีบสาวเท้าเดินต่อไปให้พ้นจากที่ตรงนี้ แม้คณะวิศวกรรมศาสตร์จะห่างจากประตูรั้วมหาวิทยาลัยกว่าหนึ่งกิโลเมตรก็ตาม เพราะตึกคณะนี้อยู่ในสุด

เดินพ้นทางเลี้ยวหน้าคณะออกมาถึงถนน พอดีกับรถบิ๊กไบก์คันใหญ่คุ้นตาที่วิ่งสวนมาแล้วก็เลี้ยวมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ

"มาทำอะไรที่นี่ครับ"

น้ำเสียงคุ้นหูของพี่ซีเอ่ยทักตอนที่เขาถอดหมวกกันน็อกใบใหญ่ออก แต่พอเห็นใบหน้าแดงเถือกของเธอทั้งรอยเลือดที่มุมปากดูเขาจะตกใจไม่น้อย

"เป็นอะไรน่ะกุล หน้าไปโดนอะไรมา แล้วกำลังจะไปไหน" พี่ซีรีบจอดรถวางหมวกกันน็อกไว้ที่รถแล้วก็รีบเดินมาดูหน้าเธอใกล้ๆ

"เอ่อ ไม่มีอะไรค่ะ" เธอได้แต่ก้มหน้าก้มตาตอบ พี่ซียังถือวิสาสะรั้งปลายคางเธอเชิดขึ้นเพื่อสำรวจใบหน้าสวยๆ ที่มีรอยฝ่ามือครบทั้งห้านิ้วนั่น อย่างไม่ต้องบอกว่าไปโดนอะไรมา

"ใครทำน่ะ"

เธอไม่ตอบเขาจึงได้มองสำรวจไปทั่วทั้งบริเวณนั้น และสายตาที่หยุดมองตรงที่เธอเดินออกมาเมื่อครู่ ทำให้เธอรีบหันกลับไปมองตามสายตาพี่ซีทันที

"คนพวกนั้นหรือ"

"มะ...ไม่ใช่..หรอกค่ะ"

"กุลโกหกพี่ไม่เนียนนะ"

"น้องไอ้อาร์ตใช่ไหมคนตบ พี่ได้ยินเรื่องที่โรงอาหารเมื่อกลางวันแล้ว" ข่าวในโรงอาหารของคณะบัญชีดูจะดังมาไกลถึงคณะวิศวะ เพราะขนาดพี่ซียังรู้เรื่อง เธอจึงได้แต่เงียบ

พี่ซีรั้งแขนเธอจะให้เดินตามเขาไปด้วย เมื่อเธอเห็นว่าเขาจะไปทางไหนจึงไม่ยอมเดินตาม

"ทำไมล่ะ จะปล่อยให้พวกหมาหมู่มันรุมกุลแบบนั้นหรือ พี่จะไปเอาเรื่องพวกมันให้"

"ไม่เป็นไรค่ะพี่ซี ให้มันจบแค่นี้เถอะ กุลไม่อยากมีปัญหาเรื่องทุน" คำว่าทุนทำให้ซียอมหยุด เขายังไม่ยอมปล่อยมือ แต่เปลี่ยนทิศทางจากที่จะพาเธอเดินไปทางคนกลุ่มนั้นที่ยังนั่งกันอยู่ เปลี่ยนเป็นเดินมาที่รถบิ๊กไบก์คันใหญ่แทน สำรวจกระโปรงพลีทคลุมเข่าแล้วก็ส่งหมวกกันน็อกให้

"กระโปรงแบบนี้น่าจะนั่งได้ พี่จะขี่ช้าๆ"

สวมหมวกกันน็อกเสร็จเธอค่อยๆ ปีนขึ้นรถคันสูงรวบกระโปรงอย่างเรียบร้อยหวังไม่ให้มันปลิวเวลาที่รถวิ่ง เมื่อนั่งเรียบร้อยพี่ซีก็ค่อยๆ ออกรถไปขี่ไม่เร็วอย่างที่เขาว่า

เธอมั่นใจว่าคนกลุ่มนั้นคงจะเห็น และอรปรียาก็คงจะเห็นเช่นเดียวกัน เธอรู้ว่ายายนั่นแอบชอบพี่ซี และก็รู้ว่าพี่ซีไม่ได้ชอบ เหมือนกับว่าพี่ชายยายนั่นกับกลุ่มพี่ซีจะไม่ค่อยกินเส้นกันสักเท่าไร ทั้งที่เรียนอยู่ปีสี่ด้วยกัน

ตลอดมาเธอไม่เคยคิดว่าที่อรปรียาจะเกลียดเธอเพราะพี่ซีหรือเปล่า ทั้งที่เพื่อนในกลุ่มจะเคยตั้งข้อสันนิษฐานกันแบบนั้น เพราะเธอคิดว่าพี่ซีกับเธอไม่ได้ชอบกันและเขาก็ไม่เคยจีบเธอ แม้จะรู้จักกันมาตั้งแต่ตอนเธออยู่ปีหนึ่ง ตอนนั้นพี่ซีอยู่ปีสาม เพราะอุบัติเหตุที่สนามฟุตบอลทำให้เธอได้รู้จักรุ่นพี่ต่างคณะเป็นคนแรก เพราะลูกฟุตบอลที่พี่เขาเตะมาใส่หัวเธอในวันนั้น ทำให้เวลาที่เจอกันในมหาวิทยาลัยก็จะทักทายกันบ้างแค่นั้นเอง

หลังจากที่เธอเดินออกไปจากซุ้มไม้แหล่งรวมตัวประจำข้างตึกคณะ และทุกคนที่อยู่ตรงนี้ก็ได้ภาพที่กุลจิราซ้อนรถไอ้ซีกลับไป

"กูนึกว่ามันจะมาเอาเรื่องมึงซะแล้วไอ้อาร์ต" จีนหนุ่มหน้าตี๋สวมแว่นเอ่ยขึ้นหลังจากที่รถบิ๊กไบก์คันใหญ่แล่นออกไปแล้ว

"ก็ลองให้มันมา" แต่กลับเป็นออสติน ไอ้หนุ่มลูกเสี้ยวอิตาลีที่เอ่ยตอบ ส่วนไอ้อาร์ตยังมองหน้าน้องสาวมันเขม็ง จีนที่คิดจะพูดต่อจึงได้หยุดรอดูไอ้อาร์ตจะทำอย่างไรกับน้องมัน

"อรปรียา ครั้งนี้เธอผิดที่ไปหาเรื่องเขาก่อน และเธอไม่ควรไปตบหน้าเขาแบบนั้นด้วย รู้ไหมเขาจะมองพวกพี่ยังไง"

"ไม่เห็นต้องแคร์นี่คะ เด็กทุนแต่ทำตัวไม่น่าจะได้ทุนสักนิด ปู่พี่ตินให้ทุนคนแบบนี้ได้ยังไง มหาวิทยาลัยหรูๆ เสียชื่อหมดนึกว่ามูลนิธิ ยายนั่นก็ไม่เคยนึกเจียมตัว"

"อรปรียา อย่าล้ำเส้น กลับไปได้แล้ว" อาร์ตเอ่ยเตือนน้องสาวตั

วเองเสียงเข้ม และเมื่อพี่ชายไล่กลับเธอกับเพื่อนจึงได้กลับออกไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป