บทที่ 7 ทำรายงาน

ผ่านไปเกือบครึ่งคืน รายงานที่เธอมีหน้าที่แค่พิมพ์ตามเอกสารข้อมูลที่ออสตินมีอยู่แล้ว

เจ้าของรายงานนั่งดื่มเบียร์พร้อมเปิดทีวีดูบอลคู่โปรด เธอนั่งอยู่ที่พื้นหน้าโซฟาตัวยาววางโน้ตบุ๊กไว้ที่โต๊ะตัวเตี้ยกลางโซฟา ส่วนเขาก็นั่งอยู่ข้างๆ

"หิวอีกหรือเปล่า"

ออสตินเอ่ยถามเมื่อเห็นเธอพิมพ์ไปหยิบขนมกินไป อาหารที่สั่งจากร้านอาหารในคอนโดถูกคนตัวเล็กจัดการจนเกือบหมด

"ไม่แล้วค่ะ อีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้ว" คำตอบของเธอทำให้เขาแหงนหน้ามองนาฬิกาจึงได้เห็นว่ามันเกือบจะตีหนึ่งแล้ว

"พอแค่นี้ก่อนก็ได้ พรุ่งนี้ค่อยทำต่อ"

"ไม่ได้หรอกค่ะ พรุ่งนี้หนูมีธุระ" ถ้าไม่ไปช่วยแม่มีหวังแม่ได้โทรตามจนนอนไม่ได้

"งั้นก็พอแค่นั้นแหละ เดี๋ยวที่เหลือฉันทำต่อเอง"

"ไม่ได้หรอกค่ะ งานยังไม่เสร็จรับเงินไม่ได้"

"ยังไงฉันก็ต้องจ่ายอยู่แล้วแหละน่า"

"ก็ต้องงานเสร็จก่อนค่ะ"

เขาจึงยอมให้เธอเร่งมือทำรายงานที่ว่าเหลืออีกนิดเดียว ไม่เอ่ยชวนเธอคุยอยู่หลายนาทีแต่แล้วก็อดใจเรื่องที่อยากรู้ไม่ได้

"ทำไมเธอได้ทุนที่นี่ล่ะ รู้ไหมตั้งแต่สร้างมหาวิทยาลัยมาไม่เคยมีใครได้ทุนเลยนะ"

"ไม่ทราบหรอกค่ะเรื่องนั้น ท่านประธานบริษัทหล่อเหล็กท่านให้ทุนหนูมา หนูไม่รู้ว่าท่านจ่ายเงินให้ยังไงหรอก"

"ตาแก่ธนกรน่ะนะ"

กุลจิราขมวดคิ้วหยุดมือที่กำลังพิมพ์หันไปมองหน้าคนเรียกคุณตาท่านประธานใจดีคนนั้นว่าตาแก่ ทำให้เธอนึกชื่อและนามสกุลบนนามบัตรท่านขึ้นมาได้

"พี่รู้จักหรือคะ"

"เธอไม่รู้จักฉันหรือ"

ออสตินนี้นิ้วเข้าหาตัวเอง กุลจิรายังไม่คลายปมที่หัวคิ้ว ทำไมเธอต้องรู้จักเขาด้วย รู้แค่ไอ้แก๊งยอดดอยไม่ธรรมดาแต่จะเป็นลูกเต้าเหล่าใครมหาเศรษฐีที่ไหนก็ไม่ได้สนใจอยากรู้ เพราะมันไม่เกี่ยวกับชีวิตเธอ

ออสตินโยนเสื้อชอปที่พาดอยู่บนโซฟาให้เธอ ตอนแรกกุลจิราก็ยังไม่เข้าใจ แต่พอเห็นป้ายชื่อที่หน้าอก อธิกร โชติเกียรติสกุล เหมือนเธอจะถึงบางอ้อ

"พี่เป็นลูกชายท่านประธานนั่นหรือคะ"

ออสตินก้มหน้าลงใช้สองมือเสยผมขึ้นอย่างไม่รู้จะพูดอย่างไร

"เธอจะบ้าหรือไง นั่นปู่ฉัน"

"อ้าว หรือคะ"

เมื่อความสงสัยได้กระจ่างแล้ว กุลจิราก็หันหน้ามาที่หน้าจอโน้ตบุ๊กต่อ รีบทำรายงานให้เสร็จ และหลังจากนั้นอีกเกือบครึ่งชั่วโมง เธอก็ผ่อนลมหายใจออกมาแรงๆ ยืดแขนบิดขี้เกียจไปข้างหน้า ออสตินชะโงกหน้ามามองที่หน้าจอพอดีกับที่เธอดันแขนยกขึ้นสูงไปด้านหลัง

นาฬิกาพลาสติกแข็งเรือนละห้าร้อยเก้าสิบเก้ากระแทกหน้าเขาอย่างจัง

"อุ๊ย เป็นอะไรไหมคะ"

"เจ็บน่ะซิ ถามได้" คนตอบยังลูบหน้าตัวเอง

"แล้วพี่ชะโงกหน้ามาทำไมล่ะ"

"แค่จะมาดูรายงาน"

"ก็ดูซิ" เธอจึงขยับตัวออกให้เขาดูให้ถนัด

"เลขบัญชี"

กุลจิราบอกหมายเลขพร้อมเพย์เบอร์โทรศัพท์ให้เพราะมันจำง่ายกว่า และไม่ถึงสองนาทีเสียงแจ้งเตือนยอดเงินเข้าก็ดังขึ้น

"หนูกลับเลยนะคะ"

"จะกลับยังไงดึกแล้ว"

"เดี๋ยวกลับแท็กซี่ก็ได้ค่ะ"

"งั้นเดี๋ยวฉันไปส่ง" เธอพยักหน้าตอบรับอย่างว่าง่าย ถือเป็นสวัสดิการแรงงานแล้วกัน

แค่เพียงเธอขึ้นมาบนรถ ยังไม่ทันที่เขาจะขยับรถออก เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นมา

"ว่าไงวะ"

"ไม่เห็นใคร อะไรของมึง เมาหรือน่ะ"

"มึงอยู่ไหน"

"เออรอที่นั่นแหละ เดี๋ยวกูไปรับ"

บทสนทนาสั้นๆ ที่เธอได้ยินไม่รู้ว่าใครอยู่ปลายสาย แค่สิบห้านาทีจากคอนโดหรูก็มาถึงห้องเช่าราคาถูกของเธอ เขาส่งเสร็จก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ขับรถออกไปเลย

สถานบันเทิงที่เคยมากันเมื่อวันนั้น วันที่บังเอิญเจอกุลจิราทำงานอยู่ที่นี่ ไอ้อาร์ตโทรไปเสียงงัวเงียเมื่อครู่จนเขาต้องตั้งใจฟังไหนจะเสียงเพลงที่ดังกว่าจะรู้เรื่อง

"ทำไมมาคนเดียววะ" ออสตินเอ่ยถามเพื่อนที่นั่งกระดกเหล้าอยู่ หลักฐานบนโต๊ะคงจะบอกได้ว่าไอ้อาร์ตเมาไม่น้อยเลยทีเดียว

"วันนี้กูไม่เห็นเขาเลยว่ะ"

"ใคร" ออสตินพอจะเข้าใจว่าเพื่อนหมายถึงใคร แต่อยากได้ยินจากปากมันด้วย จะใช่คนที่เขาคิดหรือเปล่า

"น้องกุลอ่ะ"

"มึงมาหาเขาทำไม"

"กูไม่ได้มาหาเขา กูแค่อยากมาดู"

"แล้วมันต่างกันตรงไหนวะ"

"กูยังรู้สึกผิดอยู่เลยว่ะ"

"ถ้ามึงรู้สึกผิด ก็ต้องไปจัดการกับน้องสาวมึง ไม่ใช่มาวุ่นวายกับเขา" อาร์ตพยักหน้าเห็นด้วย

เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าไอ้อาร์ตมันจะแค่รู้สึกผิดหรือมันสงสาร หรือเพราะมันจะเริ่มชอบยายนั่นเข้าแล้ว ไม่กล้าถามต่อจากนั้นเพราะกลัวความจริงจากปากคนเมา

ยอมรับว่าเขารู้สึกว่ายายนั่นไม่ได้ร้ายอย่างที่เห็น แต่เหมือนเธอสร้างเกาะขึ้นมาปกป้องตัวเอง เพราะตอนที่เขาพูดดีด้วย เธอก็พูดดีดูจริงใจเสียด้วยซ้ำ และเขายังเคยแหย่ให้เธอโมโห ผลที่ได้คือแม่ด่านิ่งๆ แต่โคตรจี๊ด

ออสตินนั่งดื่มเหล้าเป็นเพื่อนคนเมาอยู่พักใหญ่ ฟังมันพร่ำเรื่องที่ไปขอโทษเธอวันนั้นอยู่หลายรอบ และกว่าคนเมาจะยอมกลับก็ทำให้เขาต้องดื่มไปเสียหลายแก้ว แถมยังต้องหิ้วปีกมันกลับอีก รถมันเขาจึงทิ้งไว้ที่นี่ก่อนเช้าค่อยให้มันจัดการเอาเอง

ขับรถมาถึงหน้าคอนโดไอ้อาร์ต ออสตินก็โทรเรียกเบสที่พักอยู่คอนโดเดียวกับมันมาช่วยแบกขึ้นห้อง ถ้าเขาคนเดียวคงจะทุลักทุเลไม่น้อย เพราะส่วนสูงก็พอๆ กัน

"อ้าวไหนว่าจะทำรายงานไงวะ แอบไปแดกกันสองคนไม่ชวนกู" ก่อนจะช่วยหามคนเมาไอ้เบสก็ด่าซะก่อน

"แอบไปเหี้ยอะไร มันไปของมันคนเดียว เรียกกูไปรับ"

"เป็นไรวะ ปกติมันไม่เคยเมาอย่างนี้นิ ทำอย่างกับอกหัก"

"กูจะไปรู้มันหรือไง"

โยนคนเมาลงเตียงได้ เขาก็กลับห้องตัวเอง คอนโดของพวกเขาสี่คนอยู่ในซอยเดียวกัน ไอ้เบสกับไอ้อาร์ตจะอยู่ตึกเดียวกัน ส่วนเขาอยู่ตึกเดียวกับไอ้จีน

กว่าจะกลับมาถึงห้องก็เกือบจะตีสาม รายงานที่วางไว้เกลื่อนเพราะบอกให้กุลจิราทิ้งไว้แบบนั้น ไม่อยากให้เธอกลับดึกมาก ก่อนจะเข้าไปอาบน้ำเขาจึงไปจัดกระดาษที่กระจัดกระจายให้เรียบร้อย พอรวบรวมเสร็จเหมือนเอกสารสำคัญในรายงานจะไม่ผ่านตา เขาจึงค่อยๆ เปิดหามันอีกครั้ง แต่สิ่งที่เจอกลับไม่ใช่เอกสารของตัวเองแต่เป็นรายงานงบการเงินอะไรสักอย่างที่เขาก็ไม่เข้าใจ

ก่อนจะค่อยๆ นึกว่ากุลจิราจะหยิบติดมือไปหรือเปล่า เพราะก่อนที่จะทำรายงานเธอหยิบเอกสารของเธอขึ้นมาทำการบ้านด้วยเช่นกัน จึงได้ข้อสันนิษฐานว่าเธอน่าจะหยิบสลับกันตอนที่จับเอกสารยัดใส่ถุงผ้าของเธอนั่นแหละ

คนเอกสารหายดูจะไม่ทุกข์ไม่ร้อน รวบรวมเอกสารที่เหลือเข้าแฟ้มเรียบร้อยแล้วก็ได้แต่เดินผิวปากเข้าห้องนอนไป

ระหว่างทางที่เธออยู่บนรถประจำทาง เบอร์โทรศัพท์ไม่คุ้นที่โทรเข้ามา กดรับแล้วก็ต้องสงสัยว่าใคร

"เธออยู่ไหนน่ะ" แค่รับสายก็ต้องถึงกับขมวดคิ้ว

"ใครคะ"

"ฉันเอง" เธอยังไม่รู้ว่า ไอ้ฉันเอง เนี่ยคือใคร พยายามนึกเสียงอยู่นานจนคนปลายสายต้องบอกว่าใคร

"ออสติน"

"อ๋อ ค่ะ" นึกสงสัยเรื่องเบอร์โทรศัพท์ก่อนจะคิดได้ว่าบอกเบอร์เขาตอนโอนเงิน

"เอกสารเธอกับฉันสลับกัน จะเอาไปคืนให้ ตอนนี้อยู่ที่ห้องหรือเปล่า"

"ไม่ค่ะ หนูกำลังกลับบ้าน"

"ส่งโลเคชันมา เดี๋ยวฉันตามไป"

"ไว้ตอนเย็นหนูไปเอาก็ได้ค่ะ"

"จะมา 'เอา' เองหรือ" ฟังเขาเล่นลิ้นแล้วเธอก็ได้แต่กลอกตาอยู่คนเดียวบนรถเมล์

"ฉันจะไปต่างจังหวัด หรือจะให้ไปคืนวันจันทร์ จะทำการบ้านทันหรือเปล่าล่ะ" ฟังเหตุผลเขาแล้วเธอจึงยอมส่งโลเคชันให้ เพราะถ้าไม่ทำวันเสาร์อาทิตย์ วันจันทร์มีเรียนช่วงเช้าเธอตายแน่

"แต่เอกสารของพี่หนูไม่ได้เอามาด้วยนะ"

"อือ ไม่เป็นไร"

อาคารพาณิชย์สองชั้นครึ่งที่ด้านล่างเปิดเป็นร้านอาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว เห็นลูกค้าที่นั่งกินอยู่เต็มทุกโต๊ะ และยังจะมีคนที่ยืนรออยู่หน้าร้านอีก มันดูขัดกับการเงินที่แม่ต้องไปขอเธอบ่อยๆ

มาถึงร้านก็สวมผ้ากันเปื้อนรีบเข้าไปช่วยแม่ทันที จนเกือบสายๆ เธอถึงได้นั่งพักเมื่อลูกค้าดูจะเงียบในช่วงนี้

"พอได้แต่ช่วงเช้านั่นแหละ เดี๋ยวก็เงียบคน กินข้าวมาหรือยังล่ะ กินอะไรไหม"

"ก๋วยเตี๋ยวก็ได้แม่"

ครู่เดียวก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตกก็มาวางให้ตรงหน้าเธอ แม่นั่

งลงที่ฝั่งตรงข้าม

"กินเสร็จแล้ว เดี๋ยวแกเอาข้าวไปส่งที่ร้านเฮียกวงหน่อยนะ"

"ได้ค่ะ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป