บทที่ 8 ใช้หนี้

ร้านเฮียกวงที่แม่ว่า อยู่ถัดจากตึกที่เธออยู่ไปนิด ร้านเธอเป็นตึกเก่า ส่วนร้านเฮียกวงเป็นตึกสูงสามชั้นครึ่งที่เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อห้าปีที่แล้ว เฮียกวงเปิดร้านโรงกลึงมีลูกน้องเกือบสิบคนทุกวันก็จะสั่งอาหารแม่เธอเลี้ยงลูกน้อง

กุลจิราหิ้วถุงกล่องข้าวเกือบสิบกล่องไปตามคำสั่งแม่ เพราะเคยมาส่งและรู้ว่าจะต้องส่งตรงไหน มาถึงอาคารสูงห้องริมเธอก็เดินตรงไปด้านข้างอาคารเพราะเฮียกวงแกเจาะประตูห้องครัวออกมาด้านนอก เพื่อสะดวกเวลาลูกน้องมานั่งกินข้าวจะได้เปิดประตูระบายอากาศ หรือเวลาที่ของต่างๆ มาส่งก็มักจะเข้ากันทางประตูนี้ เพื่อไม่ให้รบกวนหน้าร้านที่กำลังทำงานกัน

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้เธอวางถุงกล่องข้าวลงก่อนเพราะมันแผดเสียงจนน่ารำคาญ

"ฉันถึงแล้ว เธออยู่ตรงไหน"

"รอที่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวก็ได้ค่ะ หนูเอาข้าวมาส่งโรงกลึงแป๊บนึง" เพราะคำว่าโรงกลึงทำออสตินขมวดคิ้ว กวาดสายตาจากร้านก๋วยเตี๋ยวที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้า มองไปไกลอีกนิดจึงได้เห็นคนตัวเล็กยืนตากแดดคุยโทรศัพท์ ถุงกล่องข้าวถุงใหญ่วางอยู่กับพื้นหนึ่งถุง อีกมือก็ยังหิ้วไว้อีกถุง เมื่อเห็นแล้วเขาจึงได้กดวางสายแต่ไม่ได้จอดร้านก๋วยเตี๋ยวตามที่เธอบอก

กุลจิราหย่อนโทรศัพท์มือถือลงที่กระเป๋าผ้ากันเปื้อนแล้วเดินเลี้ยวมุมตึกข้างหน้า เพื่อที่จะเอาข้าวไปส่ง เธอเดินหายเข้าประตูนั้นไปแล้ว พอดีกับที่รถเขามาจอดตรงช่องว่างระหว่างตึกและคิดจะกลับรถตรงนี้เพื่อรอเธอออกมา

เขากลับรถเสร็จแล้ว ก็จอดเอาท้ายรถเข้าไปตรงช่องว่างนั้นเพราะกลัวรถที่ผ่านไปผ่านมาจะไม่สะดวก แหงนมองกระจกก็ยังไม่เห็นเธอออกมา

"หนูกุลเอามาส่งเองเลยหรือ"

"ค่ะ มาช่วยแม่วันนี้"

"เออ นั่งก่อนซิ เฮียมีเรื่องจะพูดกับเรานิดนึง" เธอวางถุงข้าวสองถุงใหญ่ที่โต๊ะยาว แล้วก็ยอมนั่งลงที่เก้าอี้พลาสติกตรงนั้น เพราะเฮียแกบอกมีเรื่องจะพูดด้วย นั่นก็ทำให้เธอเดาได้ทันที คงไม่พ้นเรื่องที่แม่เธอมากู้เงินเฮียไปแน่นอน

"ค่ะ มีอะไรหรือคะ"

"รู้ไหมแม่เราเอาเงินเฮียไปเท่าไรแล้ว"

"ไม่ทราบค่ะ"

"สามแสนแล้วนะ"

"สามแสน" เธอได้แต่อุทานเสียงสูง ตกใจกับตัวเลขไม่น้อย

"อือ ไอ้เงินนี่เฮียไม่ได้เร่งรัดอะไรหรอกนะ เอางี้ไหมกุลมาเป็นเมียเฮียไอ้หนี้สินเฮียจะยกหนี้ให้ แถมให้เงินแม่ไว้ทำทุนอีกด้วยนะ"

"เอ่อ..." เธอแทบจะพูดไม่ออก

"เฮียคุยเรื่องนี้กับแม่เราแล้ว แม่เขาก็เห็นดีด้วย อยากให้กุลแต่งงานกับเฮีย"

"เอ่อ...ขอโทษค่ะ หนูยังไม่คิดเรื่องนั้น เรื่องเงินที่แม่ยืมมาหนูจะรีบกลับไปคุยกับแม่ให้ค่ะ"

กุลจิราเห็นท่าทางกะลิ้มกะเหลี่ยของเฮียแล้วเธอก็รีบลุกขึ้น พูดจบก็คิดจะออกจากสถานการณ์น่าอึดอัดตรงนี้ทันที แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวขา แขนข้างหนึ่งก็ถูกเฮียกวงคว้าไว้ได้ รั้งให้ตัวเธอแนบชิดเข้าไปในอ้อมกอดของชายสูงวัยที่อายุน่าจะไล่เลี่ยกับแม่เธอเสียด้วยซ้ำ มืออวบของมันรั้งเอวเธอไว้แน่น

"คุยกับเฮียก่อนซิกุล มาอยู่กับเฮียกุลอยากได้อะไรเฮียจะให้หมดเลยทั้งรถทั้งบ้าน"

"หนูไม่อยากได้ ปล่อยนะ ไม่งั้นหนูจะร้องให้คนช่วยนะ"

"ไม่มีใครได้ยินหรอก ข้างนอกเสียงก็ดัง" เสียงกลึงเหล็กอยู่ด้านนอกแสบแก้วหูมาถึงตรงนี้จริงๆ ด้วย แต่เธอก็ไม่สนใจอะไรแล้วตอนนี้ได้แต่แหกปากลั่นออกมา ดิ้นอย่างแรงหวังจะให้ตัวเองหลุดจากอ้อมแขนสกปรกนี่

"ช่วยด้วย!!"

"ปล่อยนะ กูบอกให้ปล่อย ไอ้เหี้ยนี่"

กุลจิราถีบเข้าที่หน้าขาเฮียกวงไว้ได้ เกือบจะดิ้นหลุดอยู่แล้วเชียว แต่เพราะมือมันที่ยังกำแขนเธอไว้แน่น ทำให้ดิ้นจากมันไม่หลุด สุดท้ายเธอก็ถูกเหวี่ยงลงที่โต๊ะกินข้าวตัวยาว

เสียงร้องกรี๊ด ทั้งเสียงร้องขอความช่วยเหลือดูจะไม่มีใครได้ยิน เฮียกวงกำลังก้มใบหน้ายิ้มกริ่มน่าขยะแขยงลงมาเธอก็ยิ่งกรีดเสียงร้องลั่น พยายามถีบขาใส่แต่มันเข้ามาประชิดจนเธอขยับตัวไม่ได้

เธอหันหน้าหลบใบหน้าอ้วนเหนียงย้วยนั้นเมื่อเห็นว่ามันก้มจะถึงหน้าเธอแล้ว

พลั่ก!!!

เสียงฝ่าเท้าของออสตินกระทบเข้าที่ข้างตัวของเฮียกวงอย่างแรง จนร่างอวบอ้วนของมันลงไปกลิ้งอยู่ที่พื้น เขาจะเข้าไปกระทืบซ้ำแต่ถูกกุลจิรารั้งแขนเอาไว้

"พี่คะ อย่าค่ะ"

"น่ากระทืบมันให้จมตีน ไม่งั้นก็เรียกตำรวจมา"

"ถ้าพวกแกเรียกตำรวจมา งั้นก็จ่ายหนี้แม่แกมาซะตอนนี้"

"หนี้อะไร" ออสตินหันไปถามกุลจิรา

"เอ่อ..แม่เป็นหนี้เขาค่ะ"

"เท่าไร" คราวนี้ออสตินหันไปถามเฮียกวงที่ยังนั่งอยู่ที่พื้น

"สามแสน ดอกเบี้ยอีกแสนห้า ตั้งแต่แม่แกเอาเงินไปไม่เคยส่งดอกเลย"

"มึงเอาเลขบัญชีมา" ออสตินสั่งเฮียกวงเสียงเข้ม

"หน้าอย่างมึงมีจ่ายหรือ ไอ้เด็กเมื่อวานซืน" เฮียกวงลุกขึ้นมาได้ก็ได้ชี้หน้าออสตินด้วยท่าทางหยามไม่น้อย

"กูซื้อโรงกลึงมึงได้ไม่รู้กี่โรง ไอ้เลว มึงรีบบอกเบอร์บัญชีมา หรือมึงจะคุยกับทนายกู รับรองเรื่องมึงยาวแน่"

เฮียกวงยอมบอกเลขบัญชีธนาคารให้ เมื่อเห็นท่าทางจริงจังของไอ้หนุ่มลูกครึ่งตัวสูงตรงหน้า และเมื่อไอ้หนุ่มนั่นกดโอนเงินเสร็จข้อความแจ้งเงินเข้าก็ดังขึ้นทันที จำนวนเงินสี่แสนห้าหมื่นบาทโอนเข้าธนาคารมาอย่างรวดเร็ว จนเฮียกวงทำสีหน้าตกใจไม่น้อย

"ใช้หนี้เสร็จแล้ว ทีนี้กูเรียกตำรวจได้แล้วใช่ไหม"

"หนูกุล อย่าเรียกตำรวจเลยนะ ที่เฮียกล้าทำเพราะแม่หนูบอกยกลูกสาวให้แต่งงานกับเฮีย เฮียถึงกล้า"

"มึงไปคุยกับตำรวจเองแล้วกัน"

ออสตินโทรศัพท์หาใครบางคน สั่งให้ทนายมาที่นี่ แต่ตัวเขาได้พากุลจิราออกมาจากตรงนั้นแล้ว

พอขึ้นมาบนรถได้เธอก็ปล่อยโฮอย่างไม่อาย เนื้อตัวยังสั่นด้วยความกลัวไม่หาย จนออสตินต้องดึงเธอเข้ามากอด แล้วก็ลูบหลังให้เบาๆ

"ไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่ต้องกลัวนะ" เธอพยักหน้าอยู่ตรงไหล่แกร่ง น้ำตาเปียกเสื้อเขาจนรู้สึกได้

"แล้วเงินพี่ล่ะคะ"

"เรื่องนั้นช่างมันก่อน เอาความปลอดภัยของเธอก่อน ไม่เป็นอะไรใช่ไหม" เธอสั่นหน้าเป็นคำตอบ

"โอเคหรือยัง"

เขาปล่อยให้เธอนั่งอยู่อย่างนั้นอยู่ครู่หนึ่ง แอบมองที่กระจกมองหลังเห็นเฮียกวงเดินออกมาแอบดูตรงประตู เขาทันได้เห็นสีหน้าตกใจของมันด้วย มันคงรู้ว่าไอ้รถที่จอดอยู่ตรงนี้ราคาเท่าไร

เมื่อเห็นเธอหยุดร้องไห้ เสียงสะอื้นเริ่มเบาบางลงเขาจึงได้ออกรถแล้วก็ขับมาจอดที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเดาว่าคงจะเป็นร้านนี้ เพราะแถวนี้มีแค่ร้านนี้ร้านเดี๋ยว

ตอนที่เธอลงจากรถ แม่เธอค่อนข้างจะตกใจไม่น้อย ออสตินเดินตามลงไปก็ยกมือสวัสดี

"เกิดอะไรขึ้นยายกุล" เสียงแม่เพ็ญที่เอ่ยถามลูกสาวด้วยความเป็นห่วง แล้วก็มองหน้าชายหนุ่มลูกครึ่งด้วยท่าทางไม่ไว้ใจ

"ผมใช้หนี้เฮียกวงให้คุณป้าแล้วนะครับ สี่แสนห้า" แม่เพ็ญแทบจะอ้าปากค้างกับเรื่องที่ได้ยิน แต่พอเห็นรถคันหรูที่เขาขับมาก็ไม่นึกแปลกใจ แต่ยังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น กุลจิราได้แต่นั่งก้มหน้าอยู่ตรงโต๊ะด้านในสุดของร้าน

"ทำไม เกิดอะไรขึ้น"

"ไอ้เฮียนั่นมันจะข่มขืนลูกสาวป้า"

"ว่าไงนะ จริงหรือยายกุล"

"มันบอกว่าป้ายินดียกกุลให้เป็นเมียมัน มันถึงกล้าทำ" ออสตินยังคงพูดต่อ

"แม่ไม่ได้ให้เฮียกวงเขาทำแบบนั้นนะ บอกแค่ว่าถ้าจะตบแต่งก็ให้พูดกับยายกุลดู ถ้ายายกุลยอมแม่ก็ไม่ว่าอะไร"

"งั้นเดี๋ยวคุณป้าต้องไปคุยกับตำรวจ พร้อมเฮียกวงนั่นแหละครับ ผมให้ทนายจัดการเรื่องแล้ว"

"ว่าไงนะ"

"ครับ ให้ทนายจัดการ คงจะต้องแจ้งความ แล้วถ้าคุณป้าพูดอย่างที่เฮียกวงแอบอ้างน่าจะมีความผิดด้วยนะครับ"

"เอ่อ...แล้วยายกุลเป็นอะไรหรือเปล่าลูก" ผู้เป็นแม่หันมาถามลูกสาวเสียงอ่อน ใบหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด

"พี่เขามาช่วยทันค่ะ" ตอบแม่ได้เท่านั้นเธอก็ต้องสะอื้นขึ้นมาอีกรอบ

"ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วลูก ขวัญเอ๊ยขวัญมา ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องให้เรื่องถึงตำรวจกันดีกว่าไหมลูก เราจะเดือดร้อนกันนะ"

"เดือดร้อนเรื่องอะไรครับ หนี้ก็จ่ายแล้ว"

"เขามีอิทธิพลแถวนี้นะลูก" แม่เพ็ญหันไปตอบออสติน

"อ้อ งั้นเดี๋ยวผมจัดการเรื่องนั้นให้ คุณป้าไม่ต้องเป็นห่วง" แม่เพ็ญได้แต่อ้ำอึ้ง

"แล้วแม่จะโดนจับด้วยไหมคะ" กุลจิราเอ่ยถามออสตินขึ้นมา ดูเหมือนจะเป็นคำถามที่แม่เพ็ญก็อยากจะถามแต่ไม่กล้าเอ่ย

"ก็ต้องดูว่าใครผิด"

"เอ่อ.. งั้นให้จบแค่นี้เถอะค่ะ เรื่องเงินของพี่หนูจะรีบทำงานหาเงินมาใช้คืนให้นะคะ"

ออสตินรู้ว่าเธอสงสารแม่ กลัวแม่จะติดร่างแหไปด้วย เขาจึงได้ทำท่าคิด และเหมือนมันจะคิดอะไรบางอย่างออกมาได้

"งั้นเอาอย่างนี้ เงินสี่แสนห้าที่คุณป้าจะขายกุลให้ไอ้เฮียนั่น ผมจะรับไว้เอง"

ทั้งแม่เพ็ญและกุลจิราแทบจะมีสีหน้าไม่ต่างกัน ทั้งตกใจและยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องที่ออสตินพูดนัก เพราะมันยังไม่กระจ่าง

"ให้กุลจิรามาทำงานใช้หนี้"

"ยังไงคะ" สีหน้าเธอดีขึ้นนิด เพราะคิดไปถึงว่าเขาจะทำแบบเดียวกับเฮียกวงนั่นเสียอีก แต่ก็ยังไม่เข้าใจ

"มาเป็นเลขาให้ฉัน ช่วยทำรายงาน การบ้าน รวมถึงโปรเจกต์จบ และก็มีหน้าที่เป็นแม่บ้านด้วย โดยให้เธอย้ายมาอยู่ที่คอนโดฉันมันมีห้องว่างอยู่ ฉันจะให้เงินเดือนเธอสามหมื่นบาท หักหนี้เดือนละหนึ่งหมื่น เท่ากับรับเงินเดือนละสองหมื่นบาท แล้วงานพิเศษทุกอย่างลาออกให้หมด"

"ว่าอะไรนะคะ"

"รายละเอียดอาจจะมีเยอะกว่านี้ เดี๋ยวค่อยคุยกัน" เขาอธิบายหน้าตาเฉย ทั้งกุลจิราและแม่ได้แต่มองหน้ากัน

"ถ้าไม่อย่างนั้น พอทนายมาถึงผมจะให้จัดการเรื่องทั้งหมดนะ แล้วผมจะเงินคุณป้าไว้ทำทุนก้อนนึงด้วย จะได้ไม่ต้องไปรบกวนกุลอีก"

"เอาตามนั้นแม่ว่าก็ดีเหมือนกันนะ"

"แม่!!" กุลจิราได้แต่เรียกแม่เสียงหลง

"งั้นก็ตกลงตามนี้ ขอเลขบัญชีคุณป้าครับ"

"อ๋อ ค่ะๆ" แม่เพ็ญรีบเดินไปหน้าร้านหยิบคิวอาร์โคดมาให้ชายหนุ่

มทันที กุลจิราได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ และเงินจำนวนหนึ่งแสนบาทก็ถูกโอนเข้าบัญชีแม่เพ็ญ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป