บทที่ 9 ลบรอย

กุลจิรากำลังกลับจากร้านก๋วยเตี๋ยวของแม่แค่เธอขึ้นมาบนรถคันหรูอีกครั้ง มือที่กำลังเสียบล็อกเข็มขัดนิรภัยแทบจะค้างอยู่ตรงนั้น

"ข้อตกลงอีกเรื่อง เธอต้องเป็นของฉัน"

"ว่าอะไรนะคะ"

เธอแทบจะกลั้นใจถามประโยคนั้นออกมา มือที่เสียบล็อกเข็มขัดดังแกร็กออกจะสั่นๆ เธอเข้าใจไม่ผิดใช่ไหม เขาหมายถึงตัวเธอใช่หรือเปล่า

"เธอต้องเป็นของฉัน"

ออสตินเอ่ยย้ำอีกครั้ง ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าหวานไร้วี่แววพูดเล่น ยอมรับว่าเขาหล่อมากแต่เธอก็ไม่เคยรู้สึกประหม่ากับเขาเลยสักครั้ง แต่ในระยะประชิดที่ดวงตาคมจ้องมองลึกในดวงตาคู่งาม กลับทำเธอเสียอาการขึ้นมาง่ายๆ

"เอ่อ..."

"เดี๋ยวไปเก็บเสื้อผ้าที่ห้องเธอ แล้วก็ย้ายไปห้องฉันวันนี้เลย"

กุลจิรายังไม่ทันได้เอ่ยประท้วง หรือแม้จะหาข้ออ้างถ่วงเวลาสักนิด ยอมรับว่าเขาช่วยเธอเยอะมากจริงๆ แม้แต่เรื่องที่ถูกลวนลามแต่ขอเวลาเธอตั้งตัวสักนิดไม่ได้หรือไง นี่กลับถูกเขารวบรัดให้ไปเก็บเสื้อผ้าอีกต่างหาก หรือว่าวันนี้เธอจะต้องเป็นของเขาจริงๆ หรือ

บรรยากาศในรถจึงดูไม่เป็นธรรมชาติขึ้นมาเสียดื้อๆ คิดถึงเรื่องที่เขาพูดเมื่อครู่ก็ทำเธอกลัวขึ้นมา

"ฉันไม่จับเธอปล้ำวันนี้หรอกน่ะ ไม่ต้องนั่งเกร็งซะขนาดนั้น"

"หนูก็ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นสักหน่อยนี่คะ"

"หน้าเธอมันฟ้อง"

กุลจิราจึงรีบหันหน้าหนีมองไปข้างๆ หน้าเห่อร้อนขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล

จนรถคันหรูมาจอดที่หน้าอะพาร์ตเมนต์ ครั้งนี้เขาเดินตามขึ้นไปด้วย

"โห ระบบความปลอดภัยอะไรก็ไม่มีเลยหรือเนี่ย" เขาบ่นเมื่อเดินตามเธอเข้ามาในตึกที่ไม่มีแม้แต่คีย์การ์ดเปิดประตูด้านล่าง

"ก็ค่าห้องแค่นี้เองนี่คะ"

เธอเปิดประตูเข้ามาในห้อง ออสตินจึงได้เดินตามเข้ามาใบหน้าเขาขมวดมุ่นมองห้องเล็กของเธอที่มันเล็กกว่าห้องน้ำที่คอนโดของเขาเสียอีก แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร มองดูเธอเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางรวมถึงอุปกรณ์การเรียน ส่วนตัวเองเดินไปนั่งที่เตียงไม้สามฟุตครึ่ง

เสียงดังเอี๊ยดอ๊าดของเตียงไม้ราคาถูก เรียกสายตากุลจิราให้หันไปมอง เห็นเขากำลังขย่มตัวเบาๆ อยู่ตรงนั้น

"นี่ถ้าเรามีอะไรกันบนเตียงนี้ ฉันว่ามันต้องหักแน่นอน"

กุลจิราหน้าร้อนผ่าว ไม่รู้ว่ามันจะขึ้นสีหรือเปล่า นึกอยากจะด่าเขาเสียเหลือเกินแต่ในชั่วโมงนี้ตอนนี้กลับนึกคำด่าไม่ออกสักคำ ได้แต่กัดริมฝีปากตัวเองเอาไว้แน่น แล้วก็เป็นเขาที่หัวเราะออกมาเบาๆ เธอจึงได้แต่เร่งมือเก็บของให้เรียบร้อย

"เสร็จแล้วค่ะ"

กลับมาที่คอนโดหรูอีกครั้งก็เกือบจะเย็น ออสตินจึงไล่ให้เธอเข้าไปอาบน้ำอาบท่าเสียก่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน

ห้องนอนเล็กอีกห้องที่เขายกให้ ขนาดเขาเรียกว่าห้องนอนเล็กมันยังกว้างขนาดที่เตียงใหญ่อยู่ในนั้นยังเหลือพื้นที่อีกมากมาย แถมยังมีห้องน้ำส่วนตัวอีกด้วย หลังจากอาบน้ำเสร็จเธอก็จัดเสื้อผ้าที่ยัดๆ ใส่กระเป๋ามาแขวนในตู้เรียบร้อย นึกเรื่องเอกสารที่สลับกันได้ก็ตอนที่กำลังหยิบเอกสารรวมถึงหนังสือเรียนต่างๆ ออกมา และมันก็มีเอกสารของเขาติดอยู่ในนั้นจริงๆ ด้วย จนเผลอคิดว่าถ้าไม่ใช่เพราะเอกสารฉบับนี้วันนี้เขาคงจะไม่ได้ไปหาเธอที่ร้านและช่วยเหลือจากไอ้เฮียนั่นได้แน่นอน นึกถึงหน้าอ้วนๆ พุงพลุ้ยที่เธอแนบชิดเมื่อกลางวันก็เผลอยกมือตัวเองขึ้นปัดตัวเองหวังให้ร่องรอยที่ยังตกค้างในความรู้สึกน่าขยะแขยงนั้นหลุดพ้นออกไป ก่อนจะพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้เมื่อนึกถึงเรื่องนั้นก็ทำเธอจะร้องไห้เสียอีกครั้ง

กุลจิราถือเอกสารของเขาออกมาจากห้องนอน ก็เห็นเจ้าของห้องนั่งเช็ดผมที่ยังหมาดอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ เธอวางเอกสารลงตรงหน้าเขา

"ขอบคุณนะคะ สำหรับทุกเรื่องของวันนี้"

"อือ" ออสตินทำเสียงในลำคอเบาๆ มือก็ยังเช็ดผมอยู่

"ไม่ต้องคิดมากหรอกน่ะ มานั่งนี่ซิ" เพราะเธอยังยืนอยู่เขาจึงรั้งแขนให้เธอมานั่งที่โซฟาใกล้เขา และก็ยังจับมือเธอไว้อย่างนั้น

"คงตกใจเรื่องวันนี้มากเลยซิ" เธอพยักหน้าตอบ ทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้

"ไอ้เฮียนั่นมันทำอะไรเธอบ้าง"

"ไม่ทันได้ทำอะไรค่ะ" เธอหมายถึงว่ายังไม่ได้ถูกมันข่มขืน

"มันกอดเธอหรือเปล่า"

"ค่ะ"

เธอพยักหน้าตอบพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ ยังไม่ทันที่น้ำตาจะไหล อยู่ๆ เธอก็ถูกเขารวบตัวไปกอดเอาไว้ อ้อมกอดที่เธอรู้สึกปลอดภัยไม่ต่างจากตอนที่ถูกเขากอดอยู่บนรถ ฝ่ามือใหญ่ก็ยังลูบหลังเธอเบาๆ เหมือนตอนนั้น มันรู้สึกอบอุ่นและดีไม่น้อยเลยทีเดียว น้ำตาที่กำลังจะไหลก็หยุดลงอย่างง่ายดาย

ครู่เดียวเขาก็ดันตัวเธอออก แต่วงแขนเขายังอยู่ที่เอวบางไม่ยอมห่าง ใบหน้าหล่อจึงอยู่แทบจะแนบชิดกับเธอ

"ไม่ต้องกลัว วันนี้ไม่ทำอะไรหรอก แต่วันหลังทำแน่" ดวงตาคมเข้มกับรอยยกยิ้มมุมปาก ทำเธอขืนตัวออกห่างทันที แต่กลับถูกเขารั้งให้แนบชิดกว่าเดิม

"ไอ้เฮียนั่นมันกอดอย่างเดียวหรือ"

"ใช่ค่ะ" เธอแทบจะกระซิบเสียงตอบ เพราะใบหน้าเขาคลอเคลียอยู่ใกล้มากเกินไป

"มันทำอะไรอีก ได้จับอะไรหรือเปล่า"

กุลจิราส่ายหน้าพรืด แต่ก็ต้องสะดุ้งตัวตกใจเมื่อผิวลื่นตรงเอวของเธอสัมผัสได้ถึงฝ่ามือใหญ่ที่เขาล้วงเข้ามาด้านในเสื้อยืดตัวโคร่ง

"มันได้ลูบเธอแบบนี้หรือเปล่า"

เสียงแหบพร่าที่เอ่ยถาม พร้อมฝ่ามือที่ลูบสูงขึ้นอยู่บนแผ่นหลังอีกนิดเดียวมันคงถึงขอบเสื้อชั้นในแล้ว เธอรีบส่ายหน้าทันที พอสบตาคมอีกครั้งก็ต้องรีบหลบสายตา

ทุกรอยสัมผัสที่มือใหญ่ลูบผ่านมันชวนให้ร้อนวูบวาบไปทั้งตัว ทั้งที่ห้องนี้เปิดเครื่องปรับอากาศเอาไว้จนเย็นฉ่ำ

"ฉันจะลบรอยมันให้"

กุลจิรายกมือขึ้นดันหน้าอกเขาทันทีอย่างคนไม่รู้ตัว เมื่อฝ่ามือหนาเลื่อนลูบมาจนถึงหน้าท้องแบนราบ

"พี่ออสติน" น้ำเสียงเบาหวิวที่เอ่ยออกมาไม่รู้ว่าเขาจะได้ยินหรือเปล่า ขนาดตัวเองยังแทบจะหาเสียงไม่เจอ

"เธอจะได้ไม่ต้องจำภาพของไอ้เหี้ยนั่น"

ฝ่ามือเล็กที่วางพาดไว้บนหน้าอกเขาทั้งสองข้าง เผลอขยุ้มเสื้อยืดของเขาไว้แน่นเมื่อใบหน้าหล่อเหลาคลอเคลียอยู่ข้างแก้ม

"มันจูบเธอหรือเปล่า" เขากระซิบถามอยู่ชิดริมฝีปาก

"เปล่า...."

คำตอบที่ตอบยังไม่ทันจบประโยค เธอก็ถูกเขาประกบริมฝีปากลงมาเบาๆ สัมผัสริมฝีปากของเขาที่ขยับหยอกเย้าชวนให้เธอเคลิบเคลิ้ม

"ฉันจะลบรอยมันให้ ทุกที่ที่มันสัมผัส"

เขากระซิบบอกเบาๆ อยู่ชิดริมฝีปาก ก่อนจะจูบเธออย่างอ่อนโยนอีกครั้ง จูบอันแสนวาบหวาม จูบที่ทำเธอลืมสัมผัสกักขฬะของไอ้เฮียนั้นไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งที่เมื่อครู่ในห้องเธอยังรู้สึกขยะแขยงมันอยู่เลย แต่ตอนนี้ทุกสัมผัสที่ฝ่ามืออุ่นลากผ่าน ณ ตอนนี้มันชวนให้เธอลืมเรื่องเมื่อกลางวันจนสิ้นหรือแทบจะลืมทุกอย่างไปชั่วขณะ สมองที่ขาวโพลนอย่างคนนึกอะไรไม่ออก ท้องน้อยวูบวาบปวดหน่วงเบาๆ คล้ายคนจะเป็นประจำเดือนเสียอย่างนั้น

ตอนที่เขาคลายจูบออก เธอจึงได้รู้ว่ามันไม่ใช่อาการของคนจะมีประจำเดือน แต่มันคงเป็นอาการของหญิงสาวที่ตกอยู่ในห้วงแห่งความเสียวซ่าน รู้สึกตัวตอนนี้จึงสัมผัสได้ถึงความฉ่ำแฉะน่าอายอยู่ที่จุดบอบบางกลางกายสาว

เธอหอบหายใจอย่างคนหมดแรงจูบเมื่อครู่แทบจะทำเธอขาดอากาศ

พอเขาแนบชิดริมฝีปากมาอีกครั้ง เธอก็เกร็งตัวขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ มือที่ขยุ้มเสื้อไว้จนแน่น ปลายนิ้วเท้าก็จิกอยู่ในสลิปเปอร์คู่บาง

"อ้าปากขึ้นหน่อย"

เขาเอ่ยกระซิบเบาๆ ก่อนจะจุมพิตเธอลงมาอีกครั้ง แม้จะเกร็งไปทั้งตัวแต่ก็เผลอทำตามคำสั่งแสนหวานนั้นอย่างว่าง่าย

เพียงแต่จูบครั้งนี้มันไม่เหมือนเมื่อครู่อีกต่อไป ที่เขาบอกให้อ้าปากก็เพราะต้องการสอดลิ้นเข้ามา อาการเกร็งในทีแรกค่อยๆ คลายออก ทุกครั้งที่ลิ้นตวัดพันเกี่ยวอยู่ด้านในเธอก็ต้องส่งเสียงครางในลำคอออกมาเบาๆ มือที่ขยุ้มเสื้อเขาไว้ถูกปล่อยออกตอนไหนแม้แต่ตัวเองก็ยังไม่รู้ตัว รู้แต่ว่าตอนนี้มันคล้องคอเขาไว้ แถมมือหนึ่งยังสอดนิ้วเข้าไปใต้เรือนผมสีบอร์นเทาที่ยังชื้นอยู่

"พี่ออสติน"

แค่เพียงเขาปล่อยจูบออกเธอก็เรียกเขาเสียงกระเส่าขึ้นมาทันที ปรือตามองคนตรงหน้าด้วยความเขินอาย

"ตอนนี้จำสัมผัสไอ้เหี้ยนั่นได้ไหม"

เธอส่ายหน้าเป็นคำตอบ ตอนนี้สมองเธอว่างเปล่าจนเกินกว่าจะจำไอ้เฮียนั่นได้ เพราะสัมผัสอันแสนวาบหวามของเขา มันชวนให้เธอเสียวไปทั้งท้องน้อย เลือดในกายมันคงสูบฉีดจนความดันโลหิตเธอน่าจะเกินมาตรฐาน

กุลจิราถูกเขารั้งตัวให้ขึ้นมานั่งบนตัก ยิ่งทุกสัมผัสแนบแน่นไปกับร่างกายเขา ขาแกร่งที่เกร็งรับน้ำหนักเธอไว้สัมผัสได้ถึงมัดกล้ามของคนที่ออกกำลังกายมาอย่างดี และเหมือนสะโพกเธอจะสัมผัสได้กับอะไรบางอย่างที่มันชวนให้เธอหน้าแดงขึ้น

"ฉันลบรอยให้หมดแล้ว ต่อไปก็ไม่ต้องไปคิดถึงมันอีก คิดแค่ฉันก็พอ" สองแขนแกร่งยังกอดเอวเธอไว้แน่น รั้งให้ร่างอรชรแนบชิด

"อุ๊ย!"

เสียงร้องตกใจเมื่อสัมผัสได้ถึงตะขอเสื้อชั้นในว่ามันไม่ได้ติดกัน พลางรีบเอื้อมแขนสอดเข้าไปในเสื้อหวังจะติดมัน แต่เขากลับถลกเสื้อยืดของเธอขึ้นแล้วก็จัดการติดให้อย่างเรียบร้อย

"ขอโทษที ลืมตัวไปหน่อย"

"ปล่อยหนูลงได้แล้ว"

เธอรีบขยับตัวเองจะลงจากตักเขา เมื่อเขาติดตะขอให้เรียบร้อย การนั่งอยู่แบบนี้มันค่อนข้างมีความเสี่ยงไม่น้อย

กลัวเขาจะเปลี่ยนใจที่บอกว่าวันนี้ไม่ทำอะไร ก็ยังทำเธอเสียอาการไปหมด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป