บทที่ 10 Be mine วิศวะเถื่อน(กลัว ผัว ค่ะ)

            “คุณใบบัวเอายังไงดีคะ เราจะไปหาเด็กใหม่เข้าช่องจากที่ไหน” แก้วใส เลขาคนสนิทเอ่ยถามรองประธานบริษัทที่กำลังนั่งหน้าครุ่นคิดและหนักใจอยู่ที่เก้าอี้ทำงาน

“เฮ้อ!!” เสียงพ่นลมหายใจของใบบัวดังขึ้น เมื่อได้ยินประโยคคำถามจากเลขาคนสนิท การหาเด็กใหม่มาปั้นเป็นนักแสดงเรื่องที่เธอคิดมาตลอดหลายวัน

“แล้วไอดอลที่เราทาบทามล่ะ” ใบบัวเงยหน้าขึ้นมาสบตาเลขาคนสนิท ได้แต่ภาวนาในใจขอให้คำตอบที่เธอได้รับเป็นข่าวดี

“ตอนนี้ยังไม่ตอบตกลงค่ะ” ใบหน้าหนักใจของแก้วใสเอ่ยตอบเจ้านายสาว เธอทราบดีว่า เจ้านายสาวเป็นคนจริงจังกับเรื่องงานเสมอ

ถึงแม้ว่าเจ้านายสาวของเธอจะมีอายุที่ยังน้อย แต่ฝีมือของเธอเก่งกาจ และเป็นมืออาชีพพอตัวจึงสามารถลบคำสบประมาทจากบอร์ดบริหารได้ไม่ยาก

“ให้เหตุผลว่าไง”

“ติดเรียนค่ะ” ปกติจะเป็นหน้าที่ของแมวมองมากกว่าจะถึงมือของผู้บริหาร แต่เด็กหนุ่มคนนี้เป็นไอดอลที่ดังในโลกโซเชียลมาก และฐานะทางบ้านก็ดีพอสมควร จึงเป็นเรื่องยากที่จะโน้มน้าวให้มาร่วมงานด้วย

“เรียนมหา’ลัยอะไร” คิ้วเรียวสวยขมวดกันเป็นปมด้วยความสงสัย เธอแทบอยากกรี๊ดออกมาเมื่อได้ยินคำตอบ

“มหา’ลัย K ค่ะ”

“อืม”

“คุณใบบัวจะล้มเลิกเด็กคนนี้เหรอคะ บริษัทอื่นก็อยากได้ตัวเด็กหนุ่มคนนี้มากเลยนะคะ”

“บัวบอกเหรอ? ว่า จะล้มเลิก”

“อ้าว!!” หัวคิ้วเลขาคนสนิทขมวดกันเป็นปม เธอคิดว่า เจ้านายสาวจะล้มเลิกความคิดกับไอดอลหนุ่มคนนี้ไปเสียแล้ว

“เด็กคนนี้บัวจะเป็นคนไปโน้มน้าวด้วยตัวเอง” แววตามุ่งมั่นเปล่งประกายออกจากดวงตาคู่สวย เรียกความฮึกเหิมให้กับเลขาคนสนิทไม่น้อยที่เห็นความแน่วแน่จากเจ้านายสาว

“จริงเหรอคะ”

“จริงสิ!!” น้ำเสียงหนักแน่นเอ่ยบอกกับเลขาคนสนิท ก่อนที่ใบบัวจะสะบัดมือเบา ๆ เป็นเชิงให้เลขาคนสนิทออกจากห้องทำงานไปก่อน

“ว่าไงชะนี” ใบบัวตัดสินใจต่อสายหาติวเตอร์เพื่อนรักของตัวเองทันที และไม่นานเพื่อนรักของเธอก็กดรับสายด้วยคำพูดที่กวนประสาท

“มีเรื่องจะถาม”

“จะถามเรื่องผัวเด็กเหรอ”

“จะถามหาเด็กหนุ่มคนหนึ่ง”

“ใคร?” ติวเตอร์ถามกลับเสียงเข้ม แปลกใจไม่น้อยเมื่อเพื่อนรักถามหาเด็กคนหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่ใช่ผัวเด็กของตัวเอง

“จองอิน คณะบริหารภาคอินเตอร์”

“ใบบัว!!” เสียงอุทานเสียงชื่อของบัวดังขึ้น ติวเตอร์แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลยสักนิด

“โอ๊ย!! จะตะโกนทำไม แสบแก้วหูหมด” เพียงแค่ได้ยินเสียงตะคอกดังของติวเตอร์ ใบบัวดึงมือถือออกจากหูแทบไม่ทัน

“นี่แกจะนอกใจน้องเสือ มางาบน้องจองอินเหรอ” น้ำเสียงตกใจของติวเตอร์เอ่ยถามใบบัวด้วยความอยากรู้ เพราะดีกรีของหนุ่มน้อยที่ใบบัวกำลังเอ่ยถามไม่ธรรมดา

“แสดงว่าแกรู้จัก”

“ไม่รู้จัก” ติวเตอร์รีบปฏิเสธทันที เธอไม่อยากให้เพื่อนรักมีปัญหากับผัวเด็กของตัวเอง เนื่องจากใบบัวเป็นผู้หญิงประเภทชอบปั่นประสาทผัวเป็นที่หนึ่ง

“อย่าตอแหลเตอร์”

“นี่แกจะนอกใจน้องเสือจริง ๆ เหรอวะ” เสียงทุ้มสลดลง เพียงแค่เพื่อนรักไม่ยอมบอกเหตุผลที่กำลังเอ่ยถามผู้ชายอีกคน

“เฮ้อ!! ฉันพูดตอนไหนว่า ฉันจะนอกใจไอ้โหดนั่น” ใบบัวถึงกับพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ มือเล็กเสยผมยาวสลวยขึ้นด้วยความหงุดหงิดใจ

“ร้อยวันพันปีแกไม่เคยถามหาผู้ชาย ขนาดผัวตัวเอง แกยังไม่ถามถึงเลย ฉันก็ต้องคิดสิ!!”

“แกคิดว่า ถ้าฉันมีกิ๊ก ไอ้เสือโหดจะปล่อยให้ฉันมีชีวิตอยู่ต่อมั้ย” ถึงแม้ว่าเสือจะอายุห่างจากเธอสามปี แต่ความเป็นผู้ใหญ่และความโหดของเขาไม่เด็กเหมือนอายุเลยสักนิด ลองถ้าเธอแอบมีกิ๊กมีหวังได้ตายก่อนเมอร์ลินโตแน่

“น้องเสือไม่ได้โหดขนาดนั้น” คำพูดของติวเตอร์ทำให้ใบบัวถึงกับเบะปากด้วยความหมั่นไส้ ไม่รู้ว่าติวเตอร์จะเข้าข้างเสืออะไรขนาดนั้น

“อย่าให้ฉันพูดเลย ทั้งโหด เถื่อน กวนตีน หน้ามึน หน้าด้าน  บอกอะไรไม่เคยจะฟัง แบบนี้แกยังจะบอกว่าน้องเสือไม่โหด น้องเสือเป็นคนดีอยู่มั้ย”

“มาเป็นชุดเลย ฉันไม่ใช่ผัวแกค่ะ”

“สรุปแกรู้จักเด็กที่ชื่อจองอินมั้ย” กว่าจะได้คำตอบจากติวเตอร์เล่นเอาใบบัวเหนื่อยใจไม่น้อย

“รู้จักสิ จองอิน เด็กปีหนึ่ง คณะบริหารธุรกิจภาคอินเตอร์ ฮอตจะตาย แถมยังเป็นเน็ตไอดอลด้วย” เพียงแค่พูดถึงเด็กหนุ่มจองอิน น้ำเสียงของติวเตอร์ก็เปลี่ยนเป็นดี๊ด๊าทันที

“นิสัย?”

“สุภาพ อ่อนโยน พูดเพราะ หล่อสไตล์เกาหลี และที่สำคัญหล่อมาก” ประโยคสาธยายลากยาวจนใบบัวถึงกับย้ำคำพูดของเพื่อนรักที่ดูจะเกินจริงไปรึเปล่า?

“ขนาดนั้นเลย”

“อืม ว่าแต่แกถามทำไม แกยังไม่ได้บอกฉันเลยนะ”

“ฉันอยากทาบทามมาเป็นเด็กในสังกัดของช่อง แต่ถูกเด็กปฏิเสธ” ใบบัวรีบตอบคำถามของติวเตอร์ทันที เพียงเพราะเธอไม่อยากถูกซักไซ้เหมือนก่อนหน้านี้

“อ๋อ แล้วแกจะทำยังไงต่อไป”

“ฉันจะไปโน้มน้าวด้วยตัวเอง ก็เลยจะโทร. มาบอกเจ้าที่ของมหา’ลัยอย่างแกก่อน” ตามมารยาทเธอจึงต้องบอกให้ติวเตอร์ได้รับทราบก่อน เพราะอย่างน้อยเพื่อนรักของเธอก็บริหารงานอยู่ที่มหา’ลัยแห่งนี้

“จริงดิ!! งั้นฉันจะช่วยอีกแรงก็ได้”

“เรื่องผู้ชายไว้ใจเตอร์” คำพูดกระแนะกระแหนไม่ได้ทำให้ติวเตอร์สลดเลยสักนิด แถมยังตอบรับคำชมจากใบบัวเป็นอย่างดี

“ขอบคุณที่ชม”

“แล้วแบบนี้แกต้องบอกผัวก่อนมั้ยบัว”

“เรื่องงาน ทำไมต้องบอก” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันอีกครั้ง เธอจำเป็นต้องบอกเสือด้วยเหรอ? ในเมื่อเธอเคยบอกกับเขาเอาไว้แล้ว ว่าเรื่องงาน ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ

“ผัวจะไม่หึงใช่มั้ย” ติวเตอร์เอ่ยถามใบบัวด้วยความสงสัย กลัวว่าเพื่อนจะมีเรื่องทะเลาะกับผัวเด็กที่ขี้หึงอย่างเสือ

“จะหึงอะไร? อีกอย่างฉันไม่ได้กลัวเสือขนาดนั้นค่ะ” ใบบัวตอบกลับเสียงแข็ง ทำไมเธอต้องกลัวเสือด้วย ในเมื่อเธอเองก็อายุมากกว่าเขาตั้งหลายปี

อีกอย่างนี่ก็เป็นเพียงแค่เรื่องงาน คงไม่มีปัญหาอะไร อีกอย่างเธอไปทาบทามไม่ได้ไปจีบเด็กหนุ่มคนนั้นสักหน่อย

“ฉันก็นึกว่าแกกลัว (ผัว)” น้ำเสียงเจ้าเล่ห์ของติวเตอร์สร้างความหมั่นไส้ให้กับใบบัวไม่น้อยเมื่อเพื่อนพยายามต้อนเธอให้จนมุม

“คนอย่างใบบัวไม่มีคำว่า (กลัว) ผัว ค่ะ!!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป