บทที่ 2 Intro [2]

ในห้องประชุม

“ลุกขึ้นริโกะ”

“คือว่า...”

“ฉันสั่งให้ลุกขึ้น” โอยามะย้ำอีกครั้ง ก่อนจะโยนเอกสารในมือลงบนโต๊ะแล้วจ้องมองริโกะด้วยสายตาคมปลาบ ซึ่งถึงแม้ว่าเธอจะลุกขึ้นยืนตัวตรงดิก สองมือประสานกันเอาไว้ด้านหน้าในท่าทีสุภาพเรียบร้อยตามคำสั่งแล้ว แต่จนถึงตอนนี้เธอก็ยังเอาแต่ก้มหน้ามองปลายเท้าของตัวเองอยู่อย่างนั้นเพราะไม่กล้าที่จะเงยหน้ากลับขึ้นมาสบตากับโอยามะแม้แต่เพียงเสี้ยววินาที

“รู้ใช่มั้ยว่าต้องทำยังไง”

“ระ...ริโกะทราบค่ะ” ริโกะบอกตะกุกตะกัก

ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่สองคำสั้นๆ ที่พูดออกไป แต่เธอกลับไม่สามารถควบคุมเนื้อเสียงให้มันเป็นปกติได้เลย สองมือที่ประสานกันอยู่ด้านหน้ายังคงจับกันเอาไว้แน่น ฉายชัดได้ถึงความหวาดกลัวต่อสิ่งที่เธอบังเอิญรับรู้เข้าโดยไม่ควร แม้ว่าเธอจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม

“คัตซึมาแล้วครับ” คิราวะเดินกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับคัตซึที่มีสีหน้าไม่สู้ดีไม่ต่างกัน

“มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอครับคุณโอยามะ”

“เปิดระบบวงจรปิดรอบตึกให้ริโกะดู”

“ครับ” คัตซึรับคำโดยไม่เอ่ยปากถามอะไรต่อ เพราะไม่ว่าจะในเวลานี้หรือเมื่อไหร่ ความต้องการของคนตรงหน้าก็ต้องมาก่อนคำตอบอื่นใดเสมอ

คิราวะปิดประตูห้องประชุมลงพร้อมกับกดล็อก ในขณะที่คัตซึเดินปรี่ไปนั่งอยู่ด้านหลังคอมพิวเตอร์ที่ตั้งอยู่ด้านหลังห้องประชุม เขารีบจัดการเปิดระบบวงจรปิดทั้งหมดด้วยการเข้ารหัสส่วนตัว จากนั้นก็สั่งแสดงผลบนหน้าจอที่ทุกคนกำลังจ้องมองกันอยู่

ริโกะยังคงยืนตัวตรงดิกอยู่ที่เดิม เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สายตาของเธอจ้องมองไปที่ภาพของตัวเองบนหน้าจอ รวมไปถึงภาพของเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ที่อายุน่าจะประมาณหกถึงเจ็ดขวบที่โอยามะกำลังต้องการตัว!

“เด็กนั่นใช่มั้ยริโกะ”

“ชะ ใช่ค่ะ” เธอตอบตะกุกตะกัก และอดจะลอบมองไปที่คิราวะเพื่อขอความช่วยเหลือไม่ได้ หากแต่สิ่งที่คิราวะแสดงตอบกลับมาคือการส่ายหัวเพื่อปฏิเสธ นั่นหมายความว่าเธอไม่ควรพูดหรือทำอะไรนอกเหนือจากคำสั่ง ซึ่งในเวลานี้ก็คือการตอบคำถามของโอยามะอย่างตรงไปตรงมา แต่จนถึงตอนนี้โอยามะก็ยังคงจ้องมองไปที่ใบหน้าของเด็กผู้ชายคนนั้นอย่างไม่ละสายตา

“ที่จอด้านล่าง ขวามือของคุณโอยามะ จะเห็นว่าเด็กผู้ชายคนนั้นลงมาจากรถยนต์สีดำ ก่อนจะเดินมาเจอคุณริโกะที่หน้าตึกครับ ระยะเวลาห่างกันประมาณยี่สิบนาที”

"ทะเบียน"

“20-46 ครับ เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล” คัตซึรายงานพร้อมกับดึงภาพจากจอเล็กทางด้านขวามือขึ้นจอใหญ่อย่างรู้หน้าที่

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้งเมื่อทุกคนกำลังช่วยกันสังเกตภาพบนจอเพื่อมองหาเบาะแสหรือตัวคนบงการ หรือก็คือเจ้าของเอกสารที่ยังคงวางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าโอยามะ

“เช็คจากทะเบียนรถแล้วครับคุณโอยามะ เป็นรถของ...เอ่อ...กระเรียนทองกรุ๊ป”

คำตอบจากปากของคัตซึทำให้โอยามะกำหมัดแน่น แววตาคมปลาบวาววับขึ้นมาในฉับพลัน

“ริโกะ”

“คะคุณโอยามะ”

“ฉันอยากได้รายงานผลประกอบการของกระเรียนทองกรุ๊ป และรายงานความเคลื่อนไหวของฮิมาวาริในสามเดือนที่ผ่านมา”

“ได้ค่ะ ริโกะจะรีบจัดการให้ค่ะ” ริโกะรับคำสั่งทันที

สิ่งที่โอยามะต้องการไม่ยากเกินกว่าที่เธอจะทำได้ เพราะบ่อยครั้งที่เธอต้องทำรายงานความเคลื่อนไหวขอบุคคลที่โอยามะต้องการจับตาดู แต่นั่นก็หมายถึงว่าใครคนนั้นคือคนที่กล้าลองดีกับโอยามะซึ่งมักจะมีจุดจบไม่ดีนัก

“คัตซึ”

“ครับคุณโอยามะ”

“นายช่วยริโกะหาข้อมูลเพิ่มเติม รายงานฉันทันทีที่คิดว่ามีเรื่องไม่ชอบมาพากล ระหว่างนี้เฝ้าระวังทั้งแบล็กทาวน์และแบล็กวิลล์”

“ครับคุณโอยามะ”

“ส่วนคิราวะไปเตรียมรถ ฉันจะไปกะเรียนทองกรุ๊ป”

“ครับคุณโอยามะ” คิราวะรับคำสั่งอย่างแข็งขัน แม้ภายนอกโอยามะจะยังดูนิ่งเฉยแต่คิราวะกลับสัมผัสได้ถึงความมาคุในอกของเจ้านายคนนี้ได้เป็นอย่างดี

ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่เห็นว่าเอกสารที่ริโกะได้รับมาคืออะไร และภายนอกโอยามะจะยังดูเหมือนปกติ แต่ในดวงตาคู่นั้นกลับวาววับอย่างเห็นได้ชัด นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าเขาจะต้องเตรียมตัวเพื่อรับงานหนักอีกครั้ง

ฟุ่บ!

โอยามะลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกับยืดตัวเต็มความสูง ทุกคนรีบถอยห่างจากเขาเพื่อเว้นระยะห่างให้เขาได้เดินนำออกไป หากแต่เจ้าของร่างสูงกลับยังคงยืนนิ่งไม่ขยับ

โอยามะเอื้อมมือกลับไปหยิบเอกสารบนโต๊ะนั่นมาถือเอาไว้อีกครั้ง ก่อนที่เขาจะกวาดสายตามองไปที่ทั้งสามคนนิ่งๆ แต่สื่อความหมายว่าต้องการจะย้ำเตือน

“ฉันอยากให้ทุกคนเก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ ห้ามให้คนอื่นรู้เด็ดขาด โดยเฉพาะ...ฮานะ”

น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่กลับแฝงเอาไว้ด้วยความเด็ดขาดทำให้ริโกะถึงกับลอบกลืนน้ำลาย เพราะถ้าพูดกันตามตรง ตอนนี้เธอเป็นเพียงคนเดียวที่รู้ว่าเอกสารในมือของโอยามะคืออะไร

“ครับ/ค่ะ”

“ถ้ามีอะไรผิดพลาด ฉันจะให้ทุกคนรับผิดชอบร่วมกัน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป