บทที่ 5 EP 01 คนไม่มีสิทธิ์ [3]

“ฮิมาวาริ”

ชื่อของเธอฉันไม่เคยลืม และนอกจากชื่อของเธอแล้ว ฉันก็ไม่เคยลืมสิ่งที่เธอทำไว้!

ฉันจ้องมองผู้หญิงร้ายกาจคนนั้นด้วยความรู้สึกเดือดพล่านในอก สองมือของฉันกำหมัดแน่นจนสั่น

ระหว่างฉันกับเธอคนนั้นไม่มีคำพูดใดๆ มีเพียงสายตาที่เรามองกันเท่านั้นที่ยังคงบ่งบอกว่าเรามองอีกฝ่ายในฐานะศัตรู และมีเพียงคำตอบเดียวที่ฉันต้องการอยากจะรู้ที่สุดในตอนนี้ก็คือเธอมาทำอะไรที่นี่

“ฮานะ” ริโกะที่เดินผ่านมาเห็นเข้าพอดีร้องเรียก เธอรีบเดินเข้ามาหาฉันพร้อมกับจับมือของฉันเอาไว้ นั่นทำให้ฉันต้องหันไปยิ้มให้เธอแล้วทำเป็นไม่สนใจใครอีกคนที่กำลังแค่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเดินออกไปโดยไม่มีแม้แต่คำทักทายใดๆ ซึ่งฉันเองก็ไม่ได้อยากจะทักทายเธอหรอก แม้แต่หน้าก็ไม่ได้อยากจะมองด้วยซ้ำ

“ไปเถอะ”

“อืม” ฉันพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเดินตามริโกะออกมา พ้นมุมทางเดินมาได้ก็เห็นว่าคิราวะเองก็กำลังเดินมาทางนี้เหมือนกัน

ริโกะเดินมาส่งฉันที่หน้าห้องทำงานของโอยามะก่อนจะเดินแยกออกไปเพราะเธอคงมีงานต้องทำต่อ ส่วนคิราวะก็เหมือนแยกออกไปอีกทาง ภาพการเดินสวนกันไปกันมาที่นี่คงเป็นเรื่องปกติของทั้งคู่ เพราะมันคงเกิดขึ้นก่อนที่ฉันจะมีโอกาสได้ก้าวเท้าเข้ามาอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ

ริโกะเดินไปแล้ว ที่หน้าห้องตรงนี้เหลือเพียงฉันที่ยังคงลังเลอยู่นานกว่าจะกล้าตัดสินใจยกมือขึ้นเคาะประตูห้องทำงานของผู้ชายที่ฉันรัก ทั้งที่มันควรจะเนเรื่องปกติ แต่ไม่รู้ทำไมฉันถึงได้รู้สึกว่าในอกมันถึงได้ว้าวุ่นไปหมด

“เข้ามา”

เมื่อได้รับคำอนุญาต ฉันก็เปิดประตูแล้วเดินเข้ามาเงียบๆ ส่งยิ้มให้เจ้าของห้องตอนที่เราบังเอิญสบตากันแล้วเดินไปทิ้งตัวนั่งที่โซฟา ตอนนี้ฉันไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจเรื่องอื่นหรอก เพราะฉันสนใจแค่เรื่องของฮิมาวาริเท่านั้น ฉันไม่ได้กลัวที่จะถามเขาถึงเรื่องของเธอ เพราะฉันคิดว่าฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้ แต่แค่กำลังทบทวนให้แน่ใจว่าควรจะถามเขาด้วยคำถามหรือคำพูดแบบไหน ฉันถึงจะได้คำตอบที่เป็นความจริงต่างหาก

ฟุ่บ!

ฉันวางกระเป๋าเป้เอาไว้ข้างตัว ในหัวยังมีเพียงคำถามเดียวที่วนเวียนไปมาซ้ำๆ นั่นคือฮิมาวาริมาทำอะไรที่นี่ เธอมาทำไม มาทำอะไรในห้องทำงานของเขา!

“ทำข้อสอบไม่ได้รึไง ทำไมทำหน้าเครียดแบบนั้น” โอยามะที่เพิ่งจะลุกขึ้นจากเก้าอี้โต๊ะทำงานถามเสียงเรียบ เขากำลังเดินเข้ามาหาฉันซึ่งถ้าให้ฉันเดา ฉันว่าเขาน่าจะกำลังเดินเข้ามาจับผิดฉันมากกว่า แต่จะให้ฉันซ่อนความสับสนทั้งหมดนี้ได้ยังไงล่ะ ในเมื่อฉันเก็บความรู้สึกไม่เก่งเหมือนเขา

“ฮานะ”

“ไม่แน่ใจน่ะ เดี๋ยวฉันมานะ”

หมับ!

ยังไม่ทันที่ฉันจะก้าวเท้าออกมา โอยามะก็เข้ามาขวางฉันเอาไว้เต็มตัวพร้อมกับรั้งข้อมือฉันเอาไว้แล้วดึงฉันเข้าไปกอด

ไม่รู้สิ แต่ฉันรู้สึกได้ว่ามันแปลก ถึงปกติเราจะกอดกันทุกวัน แต่การกอดของเขาในวันนี้มันไม่เหมือนเดิม

“ฉันรู้นะว่าเธอคิดอะไร”

เขายังคงรู้เท่าทันความคิดของฉันเสมอ

“ฮิมาวาริเอารายงานผลกำไรของกระเรียนทองมาส่งน่ะ จริงๆ รายงานฉบับนี้คนของกระเรียนทองกรุ๊ปเอามาส่งให้แล้วเมื่ออาทิตย์ก่อน แต่ฉันตรวจสอบแล้วมันมีปัญหา ฉันก็เลยเรียกตัวเธอมาถาม” โอยามะอธิบายตั้งแต่ที่ฉันยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากถามอะไรออกไปเลยสักคำ เขากอดฉันเอาไว้หลวมๆ ยกมือขึ้นลูบหัวฉันเบาๆ คล้ายกับกำลังปลอบประโลมเด็กที่เสียขวัญ

“เมื่อกี้ตอนที่ฮิมาวาริเข้ามา ฉันให้โยชิเข้ามาอยู่ด้วยน่ะ ถ้าเธอไม่สบายใจ ฉันจะเรียกเขามาเป็นพยาน อนุญาตให้เธอถามรายละเอียดเขาได้ทุกคำถามที่เธอสงสัย”

ทำไมฉันถึงได้รู้สึกว่าตัวเองงี่เง่าแบบนี้กันนะ

“ฉันขอโทษ” ฉันรีบบอกพร้อมกับยกสองมือขึ้นกอดตอบโอยามะในทันที อยู่ๆ น้ำตาก็รื้นขึ้นมาซะอย่างนั้นทั้งที่มันไม่น่าจะเป็นเรื่องอะไรใหญ่โต

“ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจ ถ้ามันไม่จำเป็น ฉันจะไม่ให้ฮิมาวาริมาที่นี่อีก ฉันสัญญา”

คำสัญญาจากปากของโอยามะทำให้ฉันกอดเขาเอาไว้แน่นกว่าเดิม ซึ่งเขาก็ยังคอยลูบหัวฉันพร้อมกับโยกตัวไปมาตลอดเวลาจนกระทั่งฉันค่อยๆ สงบลงในอ้อมกอดที่อบอุ่น

“จะนั่งเล่นก่อนหรืออยากกลับแล้ว หิวมั้ย อยากกินอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า”

“ฉันยังไม่หิวหรอก แล้วนายล่ะ หิวรึเปล่า อยากกินอะไร เดี๋ยววันนี้ฉันทำให้กินนะ” ฉันเงยหน้าขึ้นไปอ้อนพลางส่งยิ้มให้โอยามะทั้งที่ยังคงต้องกะพริบตาปริบๆ เพื่อไล่หยดน้ำตาที่มันทำให้ฉันมองเห็นรอยยิ้มของเขาไม่ชัดเท่าไหร่นัก

“ฉันอยากกินเธอ”

ทุกทีสิน่า!

“งั้นเรากลับกันเถอะ”

“ง่ายงั้นเชียว” โอยามะถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

“ทำไม หรือว่านายยังมีงานต้องทำต่องั้นเหรอ”

“ไม่มีนี่ กลับเถอะ วันนี้อยากไปหาริวรึเปล่า ฉันจะพาไป” โอยามะบอกอย่างใจดี ซึ่งฉันก็รีบพยักหน้าโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด

“งั้นเดี๋ยวนายรอฉันแป๊บนึงนะ ฉันขอเอาสมุดไปคืนริโกะก่อน ไม่คิดว่านายกลับเร็วแถมยังจะพาไปหาริวด้วย ฉันก็เลยตั้งใจว่าจะคืนให้ริโกะขากลับ แต่เดี๋ยวนายจะให้โยชิไปส่งเราใช่มั้ย”

“อืม”

“โอเค งั้นเดี๋ยวฉันมา” ฉันส่งยิ้มให้โอยามะก่อนจะหันกลับไปเปิดกระเป๋าแล้วหยิบสมุดจดแลคเชอร์ออกมา ฉันตั้งใจจดมาให้ริโกะน่ะ ช่วงนี้ฉันเห็นว่าเธอเองก็ทำงานหนักจนไม่ค่อยมีเวลาได้อ่านหนังสือ ซึ่งถึงแม้ว่าเธอจะฉลาดและหัวไว แต่ฉันก็อดจะห่วงไม่ได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป