บทที่ 6 EP 01 คนไม่มีสิทธิ์ [4]
ฉันเดินออกมาจากห้องทำงานของโอยามะแล้วเดินย้อนกลับทางเดิม ผ่านทางแยกที่จะไปที่ลิฟต์ส่วนตัวเพราะโต๊ะทำงานของริโกะอยู่หน้าแผนกโน้น
“เมื่อกี้ฮานะเจอรองประธานของกระเรียนกรุ๊ปเดินออกมาจากห้องทำงานของคุณโอยามะค่ะคุณคิราวะ”
ท่าทางริโกะคงจะกำลังรายงานเรื่องของฉันให้คิราวะรับรู้อยู่พอดี
“แล้วเธอได้ยินอะไรบ้างรึเปล่า”
“ริโกะคิดว่าไม่ค่ะ เหมือนฮานะกับรองประธานจะไม่ได้พูดกันเลยด้วยซ้ำค่ะ”
ใช่ ฉันไม่ได้พูดอะไรกับฮิมาวาริเลย และเธอเองก็ไม่ได้พูดกับฉันเหมือนกัน ซึ่งมันอาจเป็นเพราะว่าริโกะเดินเข้ามาซะก่อน แต่ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่ฉันจำได้ นั่นก็คือตอนก่อนที่ริโกะจะมา ฉันได้ยินรองประธานของกระเรียนทองกรุ๊ปพูดบางอย่างกับโอยามะ
‘หวังว่านายจะรักษาสัญญาก็แล้วกัน ฉันจะรอ’
สัญญาอะไร แล้วเธอรออะไร
“ถ้าอย่างนั้นคงไม่มีอะไร เอาเป็นว่าเธอคอยดูแลคุณฮานะดีๆ ก็แล้วกัน รองประธานไม่มีทางมาดีแน่”
“ค่ะคุณคิราวะ”
“แล้วก็ดูแลตัวเองด้วย มีอะไรให้รีบบอกฉันทันที ห้ามตัดสินใจหรือทำอะไรโดยไม่บอกฉันเด็ดขาด” น้ำเสียงของคิราวะเด็ดขาดเหมือนเวลาที่โอยามะออกคำสั่งไม่มีผิด
“ริโกะทราบค่ะ ว่าแต่แล้วเรื่องงานเลี้ยงที่กระเรียนทองกรุ๊ปล่ะคะ จะทำยังไง”
งานเลี้ยงที่กระเรียนทองกรุ๊ปเหรอ งานเลี้ยงอะไรกัน แล้วมันจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ฉันได้ยินฮิมาวาริโอยามะรึเปล่า
‘หวังว่าจะรักษาสัญญาก็แล้วกัน ฉันจะรอ’
ฉันว่าต้องใช่แน่ๆ แบบนี้ก็แปลว่าทั้งคู่จะต้องเจอกันอีกในงานเลี้ยงที่จะถูกจัดขึ้นที่กระเรียนทองกรุ๊ปสินะ เมื่อไหร่กัน
“เรื่องนั้นคงต้องรอให้คุณโอยามะเป็นคนตัดสินใจ”
“ค่ะ ถ้างั้นริโกะขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะคะ”
“อืม อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันข้างล่าง” คิราวะกำชับก่อนที่ฉันจะได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาเดินแยกออกไป ซึ่งฉันก็ทำได้เพียงแค่เก็บทุกคำถามเอาไว้ในใจแล้วรีบเดินต่อไปให้เป็นปกติที่สุด
ฉันแค่จะเอาสมุดแลคเชอร์มาให้ริโกะเท่านั้นเอง ท่องเอาไว้ว่าฉันแค่จะเดินเอาสมุดแลคเชอร์มาให้ริโกะ จากนั้นก็จะกลับไปหาโอยามะ เราจะไปหาริวด้วยกัน
“ริโกะ”
“อ้าว ฮานะ”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ริโกะตกใจมากกว่าปกติทั้งที่ฉันทักทายเธอด้วยเสียงที่ไม่ได้ดังไปกว่าปกติเลยสักนิด
“ฉันเอาสมุดแลคเชอร์มาให้น่ะ สองวิชาที่จะสอบวันมะรืนนี้ ช่วงนี้ฉันเห็นเธอยุ่งๆ คงไม่ค่อยมีเวลาสรุปเนื้อหาที่จะสอบเอง ฉันเลยทำสรุปมาให้” ฉันบอกยิ้มๆ พร้อมกับยื่นสมุดเล่มเล็กๆ ในมือให้ริโกะ
“ขอบใจนะ เธอนี่รู้ใจฉันจริงๆ”
“เปลี่ยนจากขอบใจเป็นสอบเสร็จแล้วเราแอบออกไปกินบะหมี่เย็นกันมั้ย”
“โอ๊ย เอกสารการเงินของแบล็กสิโนเมื่อเดือนที่แล้วอยู่ที่ไหนกันนะ” ริโกะทำทีเป็นร้องหารายงานก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของเธอในทันที ทิ้งฉันไว้กับความฝันว่าจะได้กินบะหมี่เย็นหน้าโรงเรียนต่อไปอย่างไร้จุดหมาย
“สวัสดีครับคุณฮานะ”
“มาหาริโกะเหรอคะ” ฉันแกล้งแซวหันกลับมาเจอโยชิที่เดินเข้ามาทักทายฉันด้วยรอยยิ้ม ในมือเขามีขนมเค้กกล่องเล็กๆ อยู่สองกล่องที่แยกถุงกัน
เอ...ของใครกันนะ จะมีของฉันบ้างรึเปล่า
“นี่ของคุณฮานะครับ ผมซื้อขนมเค้กมาฝาก”
ไม่น่าเชื่อว่าหนึ่งในสองนั้นจะเป็นของฉันจริงๆ ด้วย
“ฉันรู้นะว่านายเอาฉันมาบังหน้า” ฉันกระซิบบอกยิ้มๆ ก่อนจะรับถุงขนมเค้กมาจากโยชิ
ทำไมฉันจะไม่รู้ล่ะว่าคนที่เขาตั้งใจจะซื้อขนมมาฝากเป็นริโกะ ไม่ใช่ฉัน แต่ถ้าเขาจะถือมาฝากริโกะโต้งๆ คนเดียว มีหวังได้โดนคิราวะฆ่าทิ้งแน่ๆ เขาก็เลยต้องซื้อเผื่อแผ่มาให้ฉันด้วยยังไงล่ะ
“อย่าเอ็ดไปนะครับ ไม่งั้นผมแย่แน่”
“งั้นครั้งหน้าขอสอง”
“ได้ครับ ไม่มีปัญหา” โยชิรับปากแล้วยิ้มแห้งๆ กลบเกลื่อน ส่วนฉันก็ยิ้มกว้างรับขนมเค้กสองกล่องในอนาคต
“นี่ของเธอ ริโกะ”
“ขอบคุณค่ะคุณโยชิ ซื้อมาจากไหนคะเนี่ย น่ากินเชียว”
“ร้านเล็กๆ แถมมังกุน่ะ พอดีฉันขับรถผ่านแล้วเห็นมันน่ากินดีก็เลยซื้อมาฝากเธอกับคุณฮานะ”
ต้องมีชื่อฉันห้อยไว้ที่ท้ายประโยคแบบนี้ ไม่อย่างนั้นจะริโกะอาจจะตกที่นั่งลำบากได้
พวกเขารู้ทันกันอย่างไม่น่าเชื่อจริงๆ ฉันหมายถึงไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นพวกเดียวกันน่ะ ลึกๆ แล้วเหมือนเป็นศัตรูกันยังไงก็ไม่รู้เนอะ นี่ถ้าไม่นับรวมเรื่องงานแล้ววัดกันที่เรื่องหัวใจแล้วล่ะก็ น่ากลัวว่าอาจจะฆ่ากันตายได้จริงๆ
ฉันแอบยักคิ้วหลิ่วตาให้ริโกะอย่างรู้ทัน ทำทีเป็นมองเธอสลับกับโยชิแล้วลอยหน้าลอยตาใส่ แสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะเดินออกมาเมื่อหมดธุระของฉันแล้ว
หัวใจเต้นถี่ยิบ รุนแรง และรวดเร็ว ทำไมอยู่ๆ วันนี้ฉันถึงได้รู้สึกว่าทุกอย่างผิดปกติไปหมด ทั้งเรื่องการมาของฮิมาวาริ เรื่องที่ได้ยินริโกะกับคิราวะคุยกัน รวมไปถึงเรื่องของโยชิเมื่อครู่นี้ก็ด้วย
ถ้าโยชิซื้อขนมนี่มาจากมังกุ นั่นก็แปลว่าก่อนหน้านี้เขาไม่ได้อยู่ที่นี่ แล้วทำไมโอยามะถึงได้บอกว่าโยชิอยู่ด้วยตอนที่เขาคุยกับฮิมาวาริล่ะ โอยามะจะโกหกฉันงั้นเหรอ?
