บทที่ 8 EP 01 คนไม่มีสิทธิ์ [6]
“ฮานะ”
เป็นอีกครั้งที่โอยามะต้องเรียกสติฉันด้วยเสียงทุ้มๆ ของเขา
“ฉันรู้สึกเหมือนจะปวดหัวน่ะ วันนี้ยังไม่ไปหาริวได้มั้ย ฉันอยากกลับไปนอนพัก”
ความสับสนทำให้ฉันหวาดกลัวไปหมด คำตอบของโยชิทำให้ฉันมีคำถามที่ต้องถามตัวเองเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคำถาม นั่นคือถ้าฉันรู้ว่าเขาโกหก แล้วฉันจะทำยังไง ฉันมีสิทธิ์อะไรไปต่อว่าเขางั้นเหรอ มีสิทธิ์ไปทู่ซี้เอาความจริงจากปากเขารึเปล่า ฉันไม่กล้าพอจะถามเขาด้วยซ้ำว่าตกลงแล้วความจริงมันคืออะไรกันแน่
“ฮานะ”
“อ่อ โยชิซื้อมาฝากน่ะ” ฉันรีบบอกเมื่อสายตาของโอยามะกำลังมองมาที่ถุงของฝากจากโยชิ
“คือว่า...”
“อะไร มีอะไรงั้นเหรอ” ฉันถามเบาๆ เมื่อท่าทีของโอยามะดูแปลกไปทันทีที่ฉันพูดถึงโยชิขึ้นมา
“ไม่มีอะไร เรากลับกันเถอะ”
นี่สินะเขาถึงได้บอกว่าถ้าคนเราโกหกครั้งแรกได้ มันก็จะมีครั้งต่อไป และเราก็ต้องโกหกต่อไปเรื่อยๆ เพื่อกลบและซ่อนคำโกหกครั้งแรกนั้นเอาไว้
เขาไม่กล้าบอกว่ามีหรอก เพราะนั่นเท่ากับเขายอมรับว่าเขาโกหก
“อยากแวะหาหมอก่อนรึเปล่า”
คำถามแสดงความห่วงใยจากปากของโอยามะเคยทำให้ฉันรู้สึกดีใจที่มีเขาคอยใส่ใจและเป็นห่วง แต่ตอนนี้มันกลับทำให้ความรู้สึกตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวกลับไปกินยาแล้วนอนพักก็คงหาย” ฉันบอกยิ้มๆ
“แน่ใจนะ”
“อืม สงสัยจะเครียดเรื่องสอบมากไปหน่อยน่ะ”
“ถ้างั้นคืนนี้ก็พักซะบ้างล่ะ ฉันเห็นเธออ่านเอาเป็นเอาตาย จริงๆ ถ้าเธอตั้งใจเรียนตั้งแต่แรก เธอก็ไม่จำเป็นต้องโหมอ่านหนังสือขนาดนี้หรอก”
ได้ทีเขาก็รีบบ่น
“เอาไว้เทอมหน้าฉันจะตั้งใจเรียนให้มากๆ ก็แล้วกันนะ เรียนจบแล้วจะได้มาช่วยงานนายไง”
“บอกแล้วไงว่าให้เลี้ยงลูกอยู่บ้าน ฉันอยากให้เธอเป็นแม่บ้านมากกว่า”
“ทำไมล่ะ นายไม่เชื่อเหรอว่าฉันทำได้” ฉันแสร้งถามระหว่างที่เรากำลังลงลิฟต์ไปด้วยกัน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่ฉันกับโอยามะคุยกันเรื่องนี้ แต่สุดท้ายงานประจำหลังเรียนจบของฉันก็คือการเป็นแม่บ้าน อยู่บ้านเลี้ยงลูกทุกทีเลย
“ไม่ใช่ไม่เชื่อ แต่เธอก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร” โอยามะบอกด้วยน้ำเสียงอบอุ่น แต่แฝงเอาไว้ด้วยความจริงจัง เขาจับมือฉันเอาไว้ตลอดเวลาเหมือนทุกครั้งเวลาที่เราไปไหนมาไหนด้วยกัน
“ฉันเข้าใจแล้ว”
ในขณะที่เขาหนักแน่น ฉันกลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังเป้นผู้หญิงที่ไม่เอาไหนเอาซะเลย แต่พูดไปเหตุผลของฉันก็ไม่เคยชนะเหตุผลของเขาหรอก เพราะฉะนั้นอย่าพูดดีกว่า ฉันไม่อยากมีเรื่องให้ต้องคิดมากกว่านี้อีกแล้ว
ความจริงแล้วฉันก็แค่อยากช่วยแบ่งเบาภาระของเขาบ้าง แต่สิ่งที่รู้สึกเสมอคือยิ่งอยากแบ่งเบา ก็เหมือนยิ่งเป็นการเพิ่มภาระให้เขา หน้าที่ของฉันคือการยืนมองเขาจากทางด้านหลัง ไม่มีทางได้ยืนอยู่ข้างๆ เขาได้เลย ทุกอย่างที่เห็น...มันแค่ภาพลวง
“โอยามะ”
“ว่าไง”
“สอบเสร็จแล้วฉันขอกลับไปที่บ้านได้มั้ย ฉันคิดถึงไอยู”
นานแล้วที่ฉันไม่ได้กลับไปหาเด็กผู้หญิงที่เปรียบเสมือนตัวแทนของฉันในวัยเด็กและทุกคนที่บ้านเด็กกำพร้า นับตั้งแต่ที่เกิดเหตุไฟไหม้ จนกระทั่งโอยามะสั่งให้คนสร้างที่นั่นใหม่ ฉันก็ได้แต่รับรู้เรื่องราวของทุกคนผ่านคำบอกเล่าเท่านั้นเอง แต่กลับไม่เคยไปเห็นหรือพูดคุยกับทุกคนที่ฉันคิดถึงสุดหัวใจด้วยตัวเองเลยสักครั้งเดียว
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ฉันจะไปเป็นเพื่อนก็แล้วกัน”
ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงดีใจมากกับความใจดีของโอยามะ แต่ตอนนี้ฉันกลับรู้สึกหวาดระแวงไปหมด กลัวว่าเขาจะกำลังใจดีกับฉันเพราะเหตุผลบางอย่างมาเขากำลังพยายามปิดมันไว้
มันมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่ฉันจะได้รับความใจดีมากมายขนาดนี้จากผู้ชายที่เพิ่งจะโกหกฉันไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน...
