บทที่ 9 EP 01 คนไม่มีสิทธิ์ [7]
Hana’s
part :
ระยะทางจากแบล็กทาวน์ถึงแบล็กวิลล์ไม่ได้ไกลมากนัก
อาจเพราะส่วนหนึ่งมาจากความคิดในหัวของฉันที่กำลังตีกันวุ่นวายไปหมดทำให้ฉันไม่ทันจะได้สนใจบรรยากาศระหว่างทาง
รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่โยชิจอดรถที่ลานจอดรถตรงหน้าลิฟต์
ฉันกับโอยามะแยกกันลงจากรถ
ก่อนที่เราทั้งคู่จะเดินตรงไปในลิฟต์ ซึ่งถึงแม้เราจะยืนข้างกันเหมือนปกติ
แต่กลับไม่มีคำพูดคุยใดๆ หลุดออกมาจากของเราเลย
โอยามะไม่ถามหรือพูดอะไรตั้งแต่ที่เราก้าวเท้าขึ้นรถมาจากแบล็กทาวน์
ส่วนฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับเขาเหมือนกัน
มันเป็นการเดินทางที่เงียบเชียบที่สุดตั้งแต่ที่ฉันรู้จักโอยามะมา
แต่ฉันรู้นะว่าเขาแอบมองฉันเป็นระยะๆ ซึ่งนั่นแหละที่น่าแปลก
เขากำลังสงสัยว่าฉันเป็นอะไร แต่กลับไม่ถาม
ทั้งที่การเค้นเอาความจริงจากปากของฉันมันไม่ใช่เรื่องยาก
และก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยทำ
“ฮานะ”
แต่บทจะเรียกก็ทำเอาฉันสะดุ้งตกใจเหมือนกัน
“ว่าไง
นายเป็นอะไรรึเปล่าโอยามะ ฉันว่าท่าทางนายดูแปลกๆ นะ” ฉันแสร้งถามยิ้มๆ
เมื่อเขาเป็นคนเรียกฉันแต่กลับไม่ยอมพูดสักที ซึ่งทันทีที่ถามจบ
ข้อมือของฉันก็ถูกโอยามะคว้าไปจับเอาไว้ก่อนที่เขาจะรั้งฉันเข้าไปกอด
อ้อมกอดที่เริ่มทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดขึ้นทุกทีๆ
“ฉันขอโทษเรื่องโยชิ”
ฉันเดาไม่ผิดหรอกว่าเขาต้องรู้ว่าฉันรู้แล้วว่าเขาโกหก
เพราะฉันเองก็ตั้งใจจะเตือนเขาตั้งแต่ที่บอกว่าโยชิซื้อขนมมาฝากแล้ว
“ช่างเถอะ”
“ฉันมีเรื่องจำเป็นต้องตกลงกับฮิมาวาริ”
โอยามะอธิบายด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ซึ่งครั้งนี้ฉันรู้ดีว่าเขาไม่โกหกหรอก
เขาคงจำเป็นมากจริงๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่โกหกฉัน
แม้คำอธิบายของโอยามะจะเป็นแค่คำพูดเพียงไม่กี่คำ
แต่มันมากพอจะบอกให้ฉันรู้ว่าเรื่องที่เขาจะต้องตกลงกับฮิมาวาริคงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก
และผู้หญิงที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรอย่างฉัน...ไม่มีสิทธิ์ที่จะรับรู้
“ฉันเข้าใจ
นายไม่ต้องคิดมากเพราะฉันหรอก อย่าเป็นกังวลเพราะฉันเลย” ฉันพยายามบอก
ฉันรู้สึกได้ตลอดเวลาว่าเขากำลังกอดฉันแน่นขึ้น
แต่ยิ่งเขากอดฉันแน่นมากขึ้นเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งรู้สึกกลัวมากขึ้นเท่านั้น
อ้อมกอดของเขาไม่อบอุ่นเหมือนเดิม มันแน่นจนอึดอัด
มันสั่นจนร่างกายของฉันพลอยสั่นไปด้วย
“หลังจากที่ฉันจัดการเรื่องทั้งหมดจบ
ฉันจะอธิบายให้เธอฟัง”
ก็รู้ตัวอยู่แล้วตั้งแต่แรกว่าคนอย่างฉัน
ไม่มีสิทธิ์พอที่จะรู้...
ฉันได้แต่ยิ้มให้ตัวเอง
ก่อนจะค่อยๆ ผละตัวออกจากอ้อมกอดของโอยามะ ตัดสินใจเงยหน้าขึ้นเพื่อสบตากับเขา
ส่งยิ้มให้เขาอีกครั้งเพราะฉันอยากเห็นเขาสบายใจ ถ้าเลือกได้
ฉันจะยอมปิดหูปิดตาไม่รับรู้อะไรทั้งนั้นถ้ามันจะทำให้เขาไม่หายไปไหน
“ไม่เป็นไร
ฉันไม่อยากรู้หรอก ฉันเชื่อว่าทุกอย่างที่นายทำ มันมีเหตุผล
และเหตุผลทั้งหมดของนาย ก็คือเพื่อฉัน”
มันยากจะบอกให้ตัวเองเชื่ออย่างที่พูดออกไป
แต่ถ้ามันจะทำให้ฉันยังคงได้มีโอกาสกอดเขาและอยู่ข้างๆ เขาแบบนี้
ฉันจะยอมเป็นแค่ผู้หญิงโง่ๆ ตลอดไปก็ได้
“ฉันรักเธอ”
โอยามะกระซิบบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ฉันส่งยิ้มให้โอยามะอีกครั้ง
ก่อนจะค่อยๆ พริ้มตาหลับลงเมื่อเขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้
เสียงหัวใจเต้นแรงขึ้นทีละนิดๆ อุณหภูมิในร่างกายเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่งได้รับสัมผัสที่แสนจะอ่อนโยนจากริมฝีปากที่ทาบลงมาสนิท
Rrrr~
เหมือนถูกกระชากให้ตื่นจากความฝันเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือของโอยามะสั่นดังขึ้นมา
โอยามะค่อยๆ
ละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่งในขณะที่ฉันเองก็กำลังรู้สึกแบบนั้น
ไม่อยากให้เขาหายไปไหน ไม่อยากจะเขาจากไป
กลัวว่าเสียงที่ได้ยินจะกระชากฉันกลับขึ้นมาจากโลกของความฝัน
“เข้าไปพักเถอะ”
“อืม
นายเองก็ควรจะพักบ้างนะ” ฉันบอกยิ้มๆ อย่างรู้หน้าที่
เพราะการที่โอยามะบอกให้ฉันเข้าไปพัก
นั่นแปลว่าคนที่กำลังรอสายอยู่น่าจะมีธุระสำคัญ
บอกตามตรงว่าฉันไม่มั่นใจเลยสักนิดว่าคนที่รอสายอยู่จะใช่ฮิมาวาริรึเปล่า
ฉันผละตัวออกมาจากโอยามะแล้วเดินตรงไปที่ห้องนอน
ทันทีที่ปิดประตูห้องลงได้ ฉันก็ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ
และยังคงยืนจ้องบานประตูห้องอยู่อย่างนั้นนานหลายนาที
ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย
มันสับสน ปั่นป่วนและว้าวุ่นไปหมด
ทั้งที่พยายามจะบอกตัวเองว่าเขาจะต้องจัดการทุกอย่างได้ แต่ก็ไม่รู้ทำไมถึงยังกลัว
“แน่ใจนะ” น้ำเสียงเข้มๆ
ดังมาจากอีกฟากของประตูทำให้ฉันต้องลอบกลืนน้ำลาย
“บอกให้ทุกคนรอคำสั่งจากฉัน
ฉันจะต้องปิดบัญชีนี้ให้เร็วที่สุด”
ปิดบัญชีเหรอ
แปลว่าจะต้องมีคนตายอีกแล้วสินะ...
ไม่คิดมาก่อนเลยว่าวันหนึ่งฉันจะต้องคุ้นชินกับความรู้สึกพวกนี้
