บทที่ 3 BLUE 2 | คนรักอิสระ
น่านฟ้าภูเก็ต เวลาเที่ยงตรง
“Phuket Tower, TBM Alpha-Zero-Zero-Seven-Alpha-Bravo, 11 miles south, with Information Alpha, request full stop landing...”
(ถึงหอควบคุมการบินภูเก็ต นี่คือเครื่องบินทีบีเอ็มทะเบียน อัลฟ่า-ซีโร่-ซีโร่-เซเว่น-อัลฟ่า-บราโว่ ห่างจากสนามบินไปทางทิศใต้ 11 ไมล์ ได้รับข้อมูลสภาพอากาศชุดอัลฟ่าแล้ว ขออนุญาตนำเครื่องลงจอดแบบเต็มรูปแบบ)
เสียงทุ้มจากนักบินหนุ่มภายใต้แว่นกันแดดสีดำส่งสัญญาณขอเครื่องลงจอดไปยังหอควบคุมการบินด้วยน้ำเสียงสุภาพคล่องแคล่ว หากไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวคงเข้าใจว่าเป็นนักบินที่มีความชำนาญด้านอากาศยานมาเกินสิบปี
ทว่าคลาวด์ คริษฐ์กลับเรียกตนเองว่าเป็นเพียงนักบินพาร์ตไทม์ที่มีใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคลเท่านั้น
[TBM 7AB, Phuket Tower, join right downwind runway 20, altimeter 28.85.]
(ทีบีเอ็มทะเบียน เซเว่น-อัลฟ่า-บราโว่ จากหอบังคับการบินภูเก็ต ให้เข้ารูปแบบการบินขนานรันเวย์ทางด้านขวาสำหรับรันเวย์ 20 ตั้งค่าระดับความสูงไว้ที่ 28.85 นิ้วปรอท)
เสียงวิทยุจากหอควบคุมตอบกลับมา พร้อมแจ้งหมายเลขรันเวย์ที่จะนำเครื่องแลนด์ขณะนี้ มาเฟียหนุ่มปล่อยให้เรื่องการปรับแต่งระบบเป็นหน้าที่ของผู้ช่วยนักบิน เพราะตอนนี้เขากำลังมองแนวคลื่นสีครามที่เครื่องบินส่วนตัวกำลังบินขนานกับแนวหาดไม้ขาวเพื่อทำการเลี้ยวลงจอด
[TBM 7AB, report final runway 20.]
(ทีบีเอ็มทะเบียน เซเว่น-อัลฟ่า-บราโว่ ให้รายงานเมื่อเข้าสู่ช่วงสุดท้ายก่อนลงจอดของรันเวย์หมายเลข 20)
แสงแดดในช่วงบ่ายคล้อยในเมืองไทยยังเจิดจ้าแสบตาเช่นเดิม ไม่ว่าตอนนี้จะอยู่ในฤดูใบร่วงตามเวลาของฝรั่งเศสหรือช่วงมรสุมของไทยเองก็ตาม
เขารักทะเลพอๆ กับท้องฟ้า เพราะสีของมันเหมือนดวงตาของใครบางคน...
มุมปากหนายกขึ้นนิดๆ เมื่อนึกถึงใบหน้าบึ้งตึงของสาวน้อยคนงามแต่นิสัยเอาแต่ใจดุจเจ้าหญิงก็ไม่ปาน ไม่ลืมที่จะเอ่ยทวนคำสั่งเป็นการส่งสัญญาณว่าเขาเข้าใจถูกต้อง
“Report final runway 20, TBM 7AB”
(รับทราบ ให้รายงานเมื่อเข้าสู่ช่วงสุดท้ายก่อนลงจอด รันเวย์ 20 จากทีบีเอ็ม เซเว่น-อัลฟ่า-บราโว่)
ทันทีที่หัวเครื่องบินเลี้ยวขวาจ่อตรงกับรันเวย์หมายเลขยี่สิบ เสียงจากหอควบคุมการบินก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[TBM 7AB, wind 182 degrees at 5 knots, runway 20, cleared to land.]
(ทีบีเอ็ม เซเว่น-อัลฟ่า-บราโว่ กระแสลมพัดจากทิศทาง 182 องศา ด้วยความเร็ว 5 น็อตที่รันเวย์ 20 อนุญาตให้ลงจอดได้)
ทิศทางลม 182 องศา ซึ่งใกล้เคียงกับทิศทางของรันเวย์ 20 และถือเป็นลมที่ค่อนข้างนิ่งและลงจอดได้ง่าย
เพอร์เฟกต์เลยก็ว่าได้...
ฤกษ์ดีตั้งแต่ขั้นเตรียมการแบบนี้ กับดักที่ตั้งใจขุดกักขังเจ้าหญิงจอมวุ่นวายคงผ่านไปได้ด้วยดี
“Cleared to land runway 20, TBM 7AB.♡”
(อนุญาตให้ลงจอดบนรันเวย์ 20 จาก ทีบีเอ็ม เซเว่น-อัลฟ่า-บราโว่♡)
ล้อเครื่องบินส่วนตัวสัญชาติฝรั่งเศสแตะพื้นด้วยความนิ่มนวล ลดความเร็วเครื่องบินจนถึงระดับที่ปลอดภัย ท่ามกลางความโล่งอกดีใจของทีมทไวไลต์ที่โดยสารกว่าห้าชีวิต
ผู้ติดตามอารักขาจากทีมทไวไลต์มีมากกว่านี้หลายเท่าตัว ทว่าคนที่เป่ายิ้งฉุบแพ้และต้องมานั่งเครื่องบินที่เจ้านายผู้เป็นเจ้าชีวิตขับมีเพียงพวกเขาห้าคน!!
นั่งเรือข้ามช่องแคบเดรกไปทวีปแอนตาร์กติกายังไม่ขนหัวลุกขนาดนี้ ฝีมือการขับเครื่องบินของคริษฐ์ไร้ข้อกังขา ทว่านิสัยบ้าๆ บอๆ ของเขาต่างหากที่น่ากังวล กลัวว่าวันดีคืนดีเจ้านายจะอยากลองขับผาดโผนแบบพวกกองบินขับ F16!!
คลาวด์ คริษฐ์ขับเครื่องเลี้ยวออกจากรันเวย์เข้าสู่เส้นทางได้อย่างไร้ที่ติ กระทั่งเครื่องบินส่วนตัวพ้นเส้นขนานสีเหลือง จึงเปลี่ยนคลื่นวิทยุเพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินเพื่อขอคำสั่งในการขับเครื่องไปยังหลุมจอดต่อไป
ทันทีที่เสร็จสิ้นภารกิจ มาเฟียหนุ่มก็แปลงร่างเป็นนักท่องเที่ยวบนเครื่องโดยการเปลี่ยนเป็นชุดกางเกงขาสั้นสีส้มแสบตากับเสื้อฮาวายลายดอกสีชมพู แน่นอนว่ารองเท้าที่เข้ากันก็ต้องเป็นแบบหนีบหูและไม่กินขาคนใส่
ร่างสูงโปร่งเดินผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง ก่อนจะถอนหายใจอย่างไม่ปกปิดเมื่อเห็นว่าบอดีการ์ดที่ทำหน้าที่อารักขาตนเองยังคงสวมสูทผูกเนกไทรุงรัง
“ให้ห้านาที ใครยังใส่สูทก็เฝ้าโรงแรมไปทั้งทริป”
พรึ่บ!!
สิ้นคำสั่งประกาศิตพร้อมรอยยิ้มขบขันไร้น้ำเสียงขู่เข็ญบังคับ เหล่าลูกน้องก็พร้อมใจกันรูดซิปกระเป๋าสัมภาระ รื้อหาเสื้อผ้าที่เข้ากันกับบรรยากาศบนเกาะเปลี่ยนด้วยความเร่งรีบชนิดไม่แยแสผู้คนที่เดินผ่านไปมา
ยกเว้นคาสเซิล โคแมร์ที่รู้ใจเจ้านายตนเองเป็นอย่างดี เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าตั้งแต่ก่อนเครื่องแลนด์จึงยืนประสานมือรอคำสั่งด้วยท่าทีสงบสุภาพ ไม่ทำตัวให้ขายขี้หน้าชาวบ้านอย่างลูกน้องคนอื่น
“ลูกพี่อะ! นั่งเครื่องมาด้วยกันไม่สะกิดกันเลย” โดโด้ที่คาบผ้าเช็ดตัวขณะเปลี่ยนกางเกงบ่นออกมาพร้อมเหล่ตามองคนหล่อด้วยความขุ่นเคือง
“ใช่! พระแม่ธรณีเห็นไข่ผมแล้วเนี่ย”
เจมส์บอนด์บ่นสำทับพร้อมกับอาการหูแดงหน้าแดง เพิ่งกลับแผ่นดินเกิดได้ไม่ถึงชั่วโมงดีก็ขายหน้าแล้ว
“พวกมึงไม่ชินนิสัยบอส? ไม่เตรียมตัวกันเองต่างหาก”
คนในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้นกับกางเกงสามส่วนเกาหลีเกาใจยกขาเตะก้นลูกน้องตนเองจนเซแถดไปด้านหน้า ตามด้วยการหัวเราะชอบใจ จากนั้นจึงหันมาหาผู้เป็นนายเพื่อถามกำหนดการที่ตั้งใจเอาไว้
แม้จะเป็นลูกน้องแต่ยอมรับว่าไม่รู้แผนการเดินทางของผู้เป็นนายในครั้งนี้แม้แต่น้อย คริษฐ์ไม่ชอบเปิดเผยแผนการเดินทางตนเองให้ใครรับรู้ แม้แต่บอดีการ์ดที่ทำหน้าที่อารักขาตนเองก็ตาม
ทุกเช้าที่ลืมตาตื่นขึ้นมา นอกจากจะต้องเตรียมใจตายในหน้าที่ไม่ต่างจากบอดีการ์ดตระกูลอื่น ยังต้องเตรียมใจเผื่อการออกเดินทางไปทุกหนทุกแห่ง
กระเป๋าสำหรับขึ้นเขา ลงน้ำ หรือบุกป่าฝ่าดง บอดีการ์ดทุกนายเตรียมเอาไว้เสร็จสรรพพร้อมทุกสถานการณ์
“พรุ่งนี้งานแต่งคุณออสโลที่กรุงเทพ บอสจะไป...”
“ไม่ไป ป๊ากับหม่ามี้เป็นตัวแทนแล้ว” ผู้เป็นนายบอกปัดหน้าตาย ในมือยังคงกดโทรศัพท์ส่วนตัวที่เพิ่งใส่ซิมการ์ดในประเทศและเช็กบางอย่างไม่หยุด
“งั้นบอสจะไปไหนครับ”
หากจะไปล่องเรือชมโลมาตอนนี้เขาจะได้รีบออกไปเตรียมเรือ แต่ก่อนอื่นต้องเอาสัมภาระไปเก็บ
“ไปโรงแรม”
“รับทราบครับ”
ลูกน้องหนุ่มตรงเข้ามา หมายจะคว้าเป้าจากบ่าผู้เป็นนายมาถือ สัมภาระชิ้นเดียวที่คลาวด์ คริษฐ์พกติดตัวบินลัดฟ้ามาจากฝรั่งเศส
พรึ่บ!
ทว่ามาเฟียหนุ่มกลับเบี่ยงตัวหลบ ตามด้วยการรูดซิปหยิบพาสปอร์ตและเอกสารสำคัญของตนเองยัดใส่มือลูกน้องตนเองแทน
สายตาดุดันภายใต้ใบหน้าหล่อเหลาไม่ได้ทำให้คาสเซิลเกรงกลัวผู้เป็นนายแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่ทำให้คนเป็นลูกน้องเหงื่อตกคือคำพูดต่อมาของเจ้านาย
“เอาไปเก็บไว้ คืนนี้ฉันไปจะนอนที่อื่น”
ลูกน้องหนุ่มเงยหน้ามองหน้ามองผู้เป็นนาย เมื่อกี้...เขาหูฝาดแน่ๆ -_-
“ครับ? ไม่นอนที่โรงแรมแล้วจะนอนที่ไหนครับ”
ไม่ใช่ไปนอนวัดอีกหรอกนะ พกปืนเข้าวัดทีไรคาสเซิลรู้สึกขาข้างหนึ่งก้าวลงนรกทุกที
“ไม่ต้องรู้ เดี๋ยวติดต่อไป”
“งั้นให้ผมไปด้วยนะครับ ให้พวกที่เหลือไปนอนที่โรงแรม”
คาสเซิลทักท้วงด้วยความเป็นห่วง พร้อมทั้งเสนอตนเองเข้าดูแลในกรณีที่เจ้านายไม่ต้องการคนติดตาม หากเกิดอะไรไม่คาดฝันอย่างน้อยๆ ก็มีเขาที่ช่วยปกป้องผู้เป็นนายได้
คนถูกขัดใจยืนจ้องหน้าและยิ้ม ไม่ได้ชักสีหน้าหรือแสดงความหงุดหงิด คนอย่างคริษฐ์ไม่เคยแสดงความฉุนเฉียวหงุดหงิดใจให้เห็นเลยสักครั้งตั้งแต่รู้จักกันมา เขายิ้มเฉกเช่นเดียวกับที่ทำทุกครั้ง ทว่าเป็นรอยยิ้มเหล่านั้นกลับไม่ได้แสดงว่ากำลังดีใจหรือมีความสุข เพราะแม้แต่ในตอนที่ทีมทไวไลต์ถูกสั่งลงโทษเจ้านายก็ยังยิ้ม
“งั้นฉันจะเอาโดโด้กับเจมส์บอนด์ไป” ชื่อของเพื่อนวัยเด็กที่ตอนนี้กลายเป็นลูกน้องในสังกัดจากโชคชะตานำพาถูกเอ่ยขึ้นมา
โดโด้กับเจมส์บอนด์ที่เพิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จได้ยินชื่อของพวกตนถูกเรียกใช้ก็รีบแปรพักตร์มายืนขนาบข้างผู้เป็นนาย พร้อมปลดเป้จากบ่าไปถือให้เป็นการเอาใจจนน่าหมั่นไส้
ไอ้ฉิบหาย เขาโดนเจ้านายทิ้ง...
“แล้วผม...”
“คาสทำงานมาหนักทั้งปีแล้ว นอนพักผ่อนที่โรงแรมไปเถอะ คิดซะว่าพักร้อนสองเดือน”
ความหวังดีจากริมฝีปากสีกุหลาบซีดทำเอาลูกน้องหนุ่มมองตาปริบๆ
คำพูดสวยหรูที่แปลสั้นๆ ได้ว่า 'ไม่เกี่ยวกับมึง' ทำเอาเขาอยากร้องไห้
ทำไมนายไม่ให้เขาไปด้วย หรือเพราะเขากินส้มตำปูปลาร้าใส่พริกสองทัพพีด้วยไม่ได้ หรือเพราะเขาเคยตั้งข้อสงสัย ว่าทำไมขนมจีนที่ไทยไม่ได้ผลิตในประเทศจีน
ลูกน้องคนสนิททำหน้าสับสน ทั้งที่สถานที่แห่งนี้คือเกาะบนบก แต่คาสเซิลกลับรู้สึกเหมือนกำลัง 'ถูกลอยแพ'
“นาย...”
“ถ้ามีเรื่องให้ช่วยจะติดต่อไป ไม่ต้องห่วง”
ฝ่ามือแกร่งตบบ่าลูกน้องปุๆ จากนั้นก็เดินหายปะปนเข้าไปในฝูงนักท่องเที่ยวจากชาติ แฝงตัวออกจากสนามบินพร้อมกับลูกน้องอีกสองนาย ทิ้งให้คาสเซิล โคแมร์ยืนเม้มปากทำตัวไม่ถูกพร้อมกับทีมทไวไลต์อีกหลายสิบนายที่ถูกหลอกให้เปลี่ยนเสื้อผ้าเก้อเป็นการถ่วงเวลา
คลาวด์ คริษฐ์! เขาทำตัวล่องลอยได้อย่างอิสระดุจก้อนเมฆบนท้องฟ้าสมกับที่ชื่อคลาวด์ (Cloud) ไม่มีใครควบคุมเมฆก้อนนี้ได้ เพราะมันพร้อมจะกลายเป็นสายฟ้าและพายุลูกใหญ่สำหรับคนที่คิดควบคุมเขาเสมอ!!
🐙☁️👑
