บทที่ 5 BLUE 4 | ปล่อยเช่า
สองวันต่อมา, กรุงเทพฯ
“กรี๊ดดด~!!! เรน่าเบื่อ!! เบื่อๆๆ!!”
เรน่านั่งดีดดิ้นบนโซฟาสีเบจภายในคฤหาสน์ศิริรักษ์โกศล คนตัวเล็กสะบัดตัวไปมาประท้วงเจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องตนเองจนข้าวของในบ้านตกกระจัดกระจาย
ซิดนีย์ที่นั่งบนโซฟาอีกตัวยกมือปิดหูด้วยความรำคาญ ในขณะที่สาวใช้ประจำตัวของน้องสาวมาเฟียอย่างนาเดียพยายามจับแขนของคุณหนูตนเองให้ใจเย็นลง
“คะ คุณหนูใจเย็นๆ ค่าา~!! T^T”
“อย่ามาห้ามเรน่านะนาเดีย!! มันต้องกรี๊ด กรี๊ดสิคะ รออะไร กรี๊ดเลย กรี๊ดดด~!!”
สาวน้อยจากอิตาลีส่งเสียงกรีดร้องเมื่อไม่ได้ดั่งใจที่ต้องการ เธออยากออกไปเที่ยว ไปเปิดหูเปิดตา อ้าแขนโอบกอดอิสรภาพก่อนถูกจับแต่งงานกับคนแปลกหน้า ทว่าซิดนีย์ดันแพ้ท้องจึงไม่อาจออกไปต่างจังหวัดได้
“เงียบนะยัยหมูหย็อง!!” ซิดนีย์แผดเสียงใส่คนวัยใกล้เคียงกันด้วยความหงุดหงิด
ผมสีบลอนด์ที่ขยันดัดลอนมันทำให้คนท้องอ่อนหิว หมอบอกให้ลดน้ำตาล ซิดนีย์หงุดหงิด!!
“What's that หมูหย็องคืออะไร!?” คนไม่คุ้นวัฒนธรรมครางออกมาผ่านลำคออย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะกลับไปสะบัดตัวดิ้นกุกกักประท้วงต่อ “ไม่เงียบ! เรน่าไม่เงียบ!!”
“ถ้าไม่เงียบ ซิดนีย์จะกรี๊ดสู้นะ” นิ้วเรียวชี้หน้าสาวผมบลอนด์เป็นการขู่
แต่คนอย่างเรน่า เออร์วินโต รูซโซกลัวใครที่ไหน!!
“ไม่เงียบ!! กรี๊ดดด~!!”
“บอกว่าให้เงียบ! ปวดหู! ซิดนีย์กำลังแพ้ท้องนะ กรี๊ดดด~!!”
เจ้าของบ้านสาวแผดเสียงแปดหลอดแข่งกับลูกพี่ลูกน้องตนเอง คนเสียงแหลมสองคนตะโกนแข่งกันภายในห้องนั่งเล่นจนเสียงทะลุไปถึงชั้นสองของบ้าน ทำให้กันภัยผู้เป็นสามีเปิดประตูห้องทำงานลงมาดูภรรยากับสาวน้อยอีกคนที่ถูกฝากเอาไว้
“ซิดนีย์~” ฝ่ามือแกร่งของคนเป็นสามีรีบตะครุบปิดปากภรรยาตนเองก่อนใครเพื่อน
เมื่อซิดนีย์เงียบเสียงลง เรน่าเองก็เงียบตามพร้อมกับแสดงอาการเหน็ดเหนื่อยทั้งคู่
แล้วจะกรี๊ดทำไม -_-^
“คุณหนูเรน่าอยากได้อะไรครับ”
อดีตบอดีการ์ดหนุ่มที่เคยรับมือเด็กซนมาอย่างช่ำชองเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ ไม่ลืมที่จะลูบแก้มเอาใจภรรยาและคว้าเธอมานั่งตักให้อารมณ์ดีขึ้น
เด็กซนที่ว่า ปัจจุบันคือเมียเขาเอง
“เรน่าอยากไปเที่ยว พี่กันพาไปหน่อยสิ”
เธอทำตาออดอ้อนใส่ผัวลูกพี่ลูกน้องตนเอง ก่อนจะถูกหมอนที่ซิดนีย์ใช้วางบนตักลอยปะทะหน้าอกดังตุ้บ
นี่ก็หวงผัว!!
“ได้ครับ”
“เย้!!”
“อีกสองอาทิตย์...”
“กรี๊ดดด~!!”
เพียงไปแค่ได้ยินว่าต้องอดทนรอ คนตัวเล็กก็เปิดปากกรี๊ดอีกรอบ สาวใช้ร่างกะทัดรัดพอกันกับเจ้านายต้องรีบตะครุบริมฝีปากกระจับเลียนแบบเจ้าของบ้านหนุ่ม
“ผมติดงานครับ บริษัทต้องปิดงบไตรมาสที่สามสิ้นเดือนนี้”
“แต่เรน่าขอพี่โรมอยู่ที่ไทยแค่สองเดือนเอง” เจ้าของนัยน์ตาสีน้ำทะเลกระชากมือสาวใช้ตนเองออก เอ่ยตัดพ้อเสียงหงอยเรียกความน่าสงสาร
ลูกพี่ลูกน้องสาวจึงพูดตัดรำคาญกึ่งประชดประชันอย่างไม่ได้คิดมาก
“งั้นก็ไปกับนาเดียสองคนสิ พี่โรมให้เงินทิ้งไว้ตั้งเยอะ อิสระดีออก” ซิดนีย์พูดจบก็กลอกตามองข้างรำคาญญาติตนเอง
แต่คำว่า 'อิสระ' ดันจุดประกายความปรารถนาที่ไม่เคยได้สัมผัสวัยเด็ก ดวงตาสีฟ้าที่เคยหม่นหมองกลับมาใสปิ๊ง รอยยิ้มกว้างประหนึ่งถูกรางวัลใหญ่ในชีวิต
“กรี๊ด~!! กรี๊ดๆ อิสระ!!” สาวผมบลอนด์ยกมือขึ้นปรบพร้อมกับดวงตามีประกายระยิบระยับนึกสนุก
“เอาลูกน้องไปด้วยไหมล่ะ”
“ไม่! โนว! เรน่าจะไปกับนาเดียสองคน” ทายาทตระกูลรูซโซกอดอกเผล่ยิ้มวาดฝันถึงอิสระอันใกล้
ในขณะที่สาวใช้เลิ่กลั่กหน้าซีดเผือด
“แล้วจะไปไหน? มีที่ไป?”
“ไม่มี”
นี่สิปัญหา! คิดแล้วก็อยากจะกรี๊...!
“ไปทะเลสิ ภูเก็ตทะเลสวยนะ”
เอ๊ะ! คุ้นๆ ชื่อนี้คุ้นมาก
“ที่เรน่าเคยไปตอนเจ๊ไข่พาผัวจากญี่ปุ่นมาอวดใช่ไหม”
“สามีครับ -_-;”
“ใช่ ที่นั่นแหละ มีเครื่องบินจากกรุงเทพไปลงภูเก็ต จะเอากุญแจบ้านพักไปก็ได้นะ” คนกำลังท้องแนะนำพร้อมรอยยิ้มหวาน
“ไม่เอา! เรน่าจะพักข้างนอก”
ข้างนอกที่ว่าคือการมีอิสระจากบอดีการ์ดและทุกคนที่เธอรู้จัก
“งั้นซิดนีย์จองโรงแรมให้ พักของลูซโซนั่นแหละแต่ไปในฐานะนักท่องเที่ยวดีไหม”
“ดี!! ตามนั้น งั้นเรน่าไปชอปปิงก่อน ไม่ได้พกบิกินีมา”
“ให้พี่โจ๋ขับรถให้สิ จะได้มีคนช่วยถือของ”
ซิดนีย์กวักมือเรียกบอดีการ์ดนายหนึ่งให้เดินเข้ามา จากนั้นจึงคุยภาษาไทยที่เรน่าฟังไม่รู้เรื่อง
“รับทราบครับ!”
บอดีการ์ดนายนั้นตะเบ๊ะรับทราบ หันมาโค้งคำนับแสดงความเคารพให้เจ้าหญิงน้อยของตระกูลมาเฟียอิตาลี
“จะไปไหนก็ยื่นรูปให้ พี่โจ๋พอคุยภาษาอังกฤษได้”
“ฮึก! เรน่ารักซิดนีย์ที่สุดเลย T^T”
คนตัวเล็กสองคนโผเข้าสวมกอดกันแน่น เรน่ารีบคว้าแขนลากนาเดียออกไปชอปปิงพร้อมแบล็กการ์ดพี่ชายแบบวงเงินไม่จำกัด ความสงบจึงกลับเข้าสู่คฤหาสน์ศิริรักษ์โกศลอีกครั้ง
“ซิดนีย์หูจะแตก ลูกเกือบคลอดก่อนกำหนด -_-;”
สาวท้องอ่อนหันไปบอกสามี ไม่ลืมที่จะกดโทรศัพท์หาคนที่ไหว้วานให้เป่าหู เอ๊ย! เกลี้ยกล่อมให้ลูกพี่ลูกน้องไปภูเก็ต
ไม่ทันที่ปลายสายจะเอ่ยทักทายเป็นการรับสาย เสียงลมเสียงคลื่นและเสียงชาวต่างชาติปะปนกันหลายภาษาก็ดังเล็ดลอดเข้ามาในโทรศัพท์
เขาไปรอที่ภูเก็ตแล้วสินะ...
“บินจากฝรั่งเศสมาถึงภูเก็ตแล้วเหรอคะ”
คนรู้จักกันดีอดทักไม่ได้หลังจากได้ยินเสียงลมทะเลเล็ดลอดเข้ามาในสาย คริษฐ์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นแต่หัวเราะเบาๆ เหมือนคนถูกจับได้จากนั้นจึงเข้าเรื่องที่ไหว้วานเธออย่างไม่อ้อมค้อม
(ว่าไง...พี่รอฟังข่าวดีทั้งวันเลยนะ)
เสียงทุ้มสุดเซ็กซีที่ฟังกี่ทีก็ใจหวิว หากไม่มีสามีนั่งประกบ ซิดนีย์คงเผลอตะโกนออกไปดังๆ ว่าคิดถึงคนหล่อจังเลยค่ะ
“แหม พี่คลาวด์อะ! ซิดนีย์บอกแล้วว่าต้องใช้เวลานิดหน่อย” ลูกสาวมาเฟียปิดปากหัวเราะคิกคัก เหลือบตามองสามีที่อยู่ในสถานะไม่สามารถห้ามปรามภรรยาได้ “เรียบร้อยค่ะ พรุ่งนี้เที่ยงไปรอที่สนามบินได้เลย”
(พี่คิดไม่ผิดเลยที่ตั้งความหวังไว้กับซิดนีย์คนเก่ง)
เสียงหัวเราะทุ้มจากปลายสายทำเอาหญิงสาวนึกเคลิ้ม หากไม่ได้สติจากการสะกิดไหล่ของสามีเรียกความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเอาไว้
ก็แหม... พี่คลาวด์เสียงหล่อ หน้าก็หล่อ ซิดนีย์จะเคลิ้มก็คงไม่แปลก
“ฝากดูแลลูกพี่ลูกน้องซิดนีย์ด้วยนะคะ”
(ครับ เรื่องเงินทำขวัญหลานเดี๋ยวพี่เอาไปให้ตอนบินไปแวะที่กรุงเทพนะ)
“หูย~ คนกันเอง ซิดนีย์แวะไปเอาวันแต่งพี่คลาวด์ก็ได้ค่ะ ฮิๆ เที่ยวให้สนุกนะคะ”
คนตัวเล็กวางสายทันทีที่หมดธุระ ต่อด้วยการจองโรงแรมและเที่ยวบินให้ลูกพี่ลูกน้องสาวกับผู้ติดตามเป็นการมัดมือชกเสร็จสรรพ โดยมีสามีหนุ่มนั่งมองด้วยสีหน้าเอือมระอา
“ขายพี่ขายน้องกินมันผิดกฎสมาพันธ์นะครับ” กันภัยเอ่ยแซวภรรยา
คนในสายเมื่อครู่โทรมาส่งดีลลับกับภรรยา นับตั้งแต่วันที่รู้ว่าเรน่ามางานแต่งของออสโลและมิริน
คนตัวเล็กจุ๊ปาก มองซ้ายมองขวาเพราะกลัวว่าจะมีใครได้ยินเรื่องนี้เข้า ขยิบตาให้กับถ้อยคำกล่าวหาของสามีตัวโตด้วยนิสัยแสบซนตามแบบฉบับ
“จุ๊ๆ ขายเขยอะไรกันคะ เขาเรียกให้เช่า ฮิๆ”
อีกทั้งคนที่เช่าก็ว่าที่ผัวของเรน่าเอง ซิดนีย์แค่รับบทคิวปิดสาวแสนซนคนเก่ง ซิดนีย์ผิดตรงไหน!?
กันภัยถอนหายใจให้ภรรยา ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีความคิดจะขัดใจ เพราะการที่เรน่าไม่อยู่ที่คฤหาสน์มันลดมลพิษทางเสียงได้มากจริงๆ
🐙☁️👑
