บทที่ 7 BLUE 6 | อยากกินน้ำฉันหรือเปล่า
คนตัวเล็กกลับมานั่งขมวดคิ้วบนกระเป๋าเดินทางหน้าเครียดหลังจากส่งสาวใช้ขึ้นแท็กซี่ไป ที่พักติดทะเลหลายแห่งรอบหาดเป็นโรงแรมเสียส่วนใหญ่ เรน่าอยากได้บ้านแยกแต่ไม่ใช่ระดับพูลวิลล่า อยากได้แบบชาวบ้านๆ แต่ต้องติดแอร์
วุ่นวาย!!
'ปิ๊น!!!'
“ว้าย!!”
เสียงบีบแตรดังขัดจังหวะความคิด รถสี่ล้อมุงหลังคาสีส้มแสบตาเพิ่งเลี้ยวมาจอดตรงหน้า แต่แตรดังไปสามบ้านแปดบ้านทำเอาเรน่าตกใจร้องเสียงหลง
เมื่อกี้เธอเกือบหงายหลังตกจากกระเป๋า ปากเล็กๆ เตรียมจะสบถด่า ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเจอผู้ชายที่นั่งข้างคนขับกลับต้องอุทานร้อง 'ว้าว~'
อื้อหือ หล่อจัง...
ผมสีน้ำตาลแดงทรงแฟชั่นราวกับบอยแบนด์เกาหลีที่เรน่าคลั่งไคล้ สันจมูกโด่งกับริมฝีปากหยักได้รูปดูเจ้าเล่ห์ร้ายกาจนิดๆ บุคลิกของเขาดูดิบเข้มเหมือนหนุ่มชาวเกาะในซีรีส์โรมานซ์ แต่ผิวพรรณนี่มันโคตรจะเปล่งปลั่งระดับนายแบบเวิลด์คลาส ช่างเป็นบุคลิกชวนให้หัวใจสาวน้อยน่ารักอย่างเธอสั่นไหว และเมื่อผู้ชายคนนั้นเปิดประตูลงจากรถสีแสบตาก็เกือบกรี๊ดแปดหลอด
เสื้อฮาวายลายดอกสีฟ้าน้ำทะเลกับกางเกงสีเดียวกับแบบหล่อเลิศ รสนิยมการแต่งตัวโซกู๊ดระยะห้าเมตร
เรน่าประทับใจ!
เธอยืนมองเขายกลังกระดาษหลายลังใส่รถเข็นสองล้อตาละห้อย กระทั่งหนุ่มหล่อเข็นรถเข็นหายเข้าไปในอาคาร
แข็งแรงจัง...อุ้มเรน่าได้หรือเปล่า!
สาวน้อยนัยน์ตาฟ้ารีบกระโดดลงจากกระเป๋าเดินทางไปเกาะขอบกระจกฝั่งข้างคนขับ เธอโบกไม้โบกมือให้คนขับรถที่มาพร้อมกับผู้ชายหล่อเหลาคนนั้น พร้อมกับเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษเข้าใจง่าย
“ฮะ ฮัลโหล~! ไปส่งเรน่าหน่อยสิ”
“ฮะ!? ไม่ใช่รถรับจ้าง”
“เรน่ากำลังหาที่พัก ไปส่งหน่อยสิ”
เธอตะโกนคุยกับคนขับเสียงใส ตะโกนแข่งเสียงแตรจากรถคันอื่น เสียงเครื่องยนต์ เสียงสนทนารอบข้าง
วุ่นวายดีจัง เรน่าชอบ
“ก็บอกว่าไม่ใช่รถรับส่งคน”
“ไม่ใช่ก็ไปได้”
“ไม่ได้~!”
“ได้สิ ได้ๆๆ” คนช่างตื๊อรัวคำพูดไม่หยุด ปกติหากทำแบบนี้ คนที่บ้านมักจะยอมตามใจในที่สุด
“เสียงดังอะไรกัน -_-^”
คนหล่อที่เข็นลังเข้าไปในอาคารกลับมาแล้ว แน่นอนว่าเรน่าทิ้งคนขับรถตรงหน้าวิ่งเข้าไปเกาะแขนกำยำของอีกคนทันที
อุ๊ย! แขนแน่น ตัวหอมด้วย ฮิๆ
“เรน่ากำลังหาที่พัก” เธอพูดช้าๆ เพราะกลัวว่าเขาจะฟังไม่รู้เรื่อง แถมยังประกบมือเอาศีรษะซบทำท่านอนประกอบ
กระทั่งคนขับรถสี่ล้อลงจากรถมาคุยด้วยอีกคนพร้อมอธิบายเหตุการณ์เสร็จสรรพ
“น้องฝรั่งกำลังหาที่พักและอยากให้เราไปส่งครับ”
ผู้ชายที่เป็นคนขับคุยกับเขาด้วยน้ำเสียงสุภาพ พี่คนหล่อหันกลับมามองหน้าเธอพร้อมกับเลิกคิ้วงุนงง
“พวกพี่ไม่ได้เป็นเพื่อนกันเหรอ เหมือนเจ้านายกับลูกน้องเลย” เธอจับได้จากการฟังน้ำเสียงสุภาพที่สนทนากัน
“เอ่อ...ก็เฮียเขาเป็นลูกพี่ นี่แค่คนขับรถ”
“อ้อ เป็นเจ้านายกับลูกน้อง”
คนตัวเล็กพยักหน้าหงึกหงัก แม้จะสงสัยว่าเขาทำกิจการอะไรแต่ช่างหัวมันก่อน
เธอกลับไปเกาะแขนเขาใหม่ แม้ฝ่ายชายจะพยายามแกะมือเล็กออกด้วยความรำคาญก็ตาม
“ไปส่งเรน่าหน่อยสิ ยังไม่มีที่พักเลย ใจคอพี่จะให้ผู้หญิงน่ารักและสวยมากแบบเรน่านอนข้างถนนเหรอ” เธอเอานิ้วจิ้มแก้มตนเอง กะพริบตาปริบๆ เรียกความสงสาร
“ไปเรียกแท็กซี่สิ” เขาบุ้ยปากไปยังจุดเรียกแท็กซี่ด้านหลัง
“ใจร้ายจัง เรน่ายังไม่มีที่พักเลย พี่เป็นคนในพื้นที่ใช่ไหมล่ะ”
คนตัวเล็กต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่ายอย่างชอบใจ เขาดูน่าเล่นด้วย น่าติดตาม เธออยากเล่นกับเขาระหว่างที่พักอยู่ที่นี่
“โรงแรมสิ แถวนี้โรงแรมห้าดาว...”
“เรน่าไม่มีตังค์หรอก จน...”
คนรวยล้นฟ้าเอ่ยถึงความจนได้อย่างคล่องปาก แอบเห็นเขาหลุดขำหลังจากได้ยินเธอบอกว่าจนด้วย
“พี่ไม่ชอบคนจนเหรอ ทำไมหัวเราะ”
“ไม่ใช่ ฉันก็จน”
คนจนสองคนยืนจ้องหน้ากันซ่อนรอยยิ้มมุมปากอย่างมีนัยแฝง กระทั่งคนตัวโตกว่าพยักพเยิดไปยังท้ายกระบะมุงหลังคา
“ไปนั่งข้างหลัง ยกกระเป๋าเอง”
“ยกให้หน่อยสิ เรน่าไม่มีแรงหรอก”
หญิงสาวแบมือเล็กและขาวของตนเองให้ฝ่ายชายดู มือที่จู่ๆ ก็ไม่มีแรง ทั้งที่เพิ่งจะบีบจะจับแขนของเขาจนสะบัดไม่หลุด
“นะๆ เรน่ายกขึ้นรถเองไม่ได้หรอก”
เธอตีแบ๊วใส่ ทำตัวน่ารักเหมือนสาวน้อยไม่มีพิษมีภัย แม้ในใจอยากจะกระโดดขึ้นไปนั่งเบียดบนเบาะข้างคนขับกับเขาแค่ไหนก็ตาม
แรดมากไม่ได้ ผู้ชายจะกลัว ซิดนีย์เป็นคนสอนมากับมือ...
เขาทำท่าถอนหายใจเหมือนรำคาญ จากนั้นจึงยกกระเป๋าใบใหญ่ของเธอด้วยมือข้างเดียวขึ้นท้ายรถ คนไม่เคยเหยียบขึ้นท้ายกระบะเก้ๆ กังๆ ก้าวขาไม่ถูก จนเจ้าของรถอย่างเขาต้องคอยเอามือเคาะท้ายรถกำกับว่าต้องเหยียบตรงไหนปีนขึ้นไปนั่งด้านบน
กระบะหลังเต็มไปด้วยลังกระดาษหลายใบ เรน่าสุ่มกดลงบนกล่องเห็นว่าแน่นรับน้ำหนักเธอได้จึงหย่อนก้นนั่งหันหลังให้รถ
“มีงบเท่าไหร่”
“เท่าไหร่ก็...อ่า สามพัน ถ้าอยู่ได้หลายวันจะดีมากค่ะ”
เกือบเผลอตอบว่า 'เท่าไหร่ก็ได้' ตามประสานิสัยคนบ้านรวย ใบหน้าสวยยิ้มแฉ่งผูกมิตร ทว่าอีกคนกลับใช้สายตาคมมองเธอกลับมาก่อนจะหัวเราะ 'หึ' เดินหนีขึ้นรถไป
อะไรของเขา...
มาเฟียหนุ่มกลับขึ้นมานั่งข้างคนขับ ก่อนจะบอกโดโด้ที่รับหน้าที่ขับรถให้ไปยังที่พักของว่าที่คู่หมั้นที่เตรียมเอาไว้
เขาซุ่มดูเธออยู่นาน คิดไม่ผิดที่เอะใจมีแผนสำรองเอาไว้
หลังจากเห็นเรน่าส่งสาวใช้ขึ้นรถและตนเองไม่ยอมขยับตัวไปไหน จึงมั่นใจว่าเธอตั้งใจเบี้ยวนัดเดตที่พ่อแม่ของทั้งคู่ตกลงกันเอาไว้ ยิ่งให้เจมส์บอนด์ไปเช็กรายชื่อเข้าพักและทราบว่านาเดียเช็กอินในชื่อของเรน่า เออร์วินโต รูซโซ ยิ่งการันตีว่าความคิดของเขาไม่ผิด
เธอร้ายมาก และเขาจะทำให้เห็นว่าคนที่ร้ายกับเขาจะเป็นยังไง
“เอาไงดีครับบอส...ลูกพี่ คุณหนูท่าจะดื้อพอตัว” คนเผลอเรียกด้วยความชินปากว่าบอสเม้มปากเปลี่ยนสรรพนาม
โดโด้ถามเจ้านายหนุ่มเป็นภาษาไทยขณะขับรถมุ่งหน้าไปยังที่พักสำรองที่หาได้
แผนการที่ตระเตรียมเอาไว้เปลี่ยนนิดหน่อย เพราะโดโด้ดันล่ก ใช้ภาษาสุภาพสนทนากับเขา จากเพื่อนร่วมงานตอนนี้เขาจึงต้องเป็นเจ้านายแทน
คนตัวสูงมองกระจกหลัง เห็นแผ่นหลังเล็กเงอะงะจะหงายหลังหลายครั้งกับการนั่งท้ายกระบะครั้งแรก จึงหันมาบอกลูกน้อง ซึ่งทำให้ที่พลขับด้วยน้ำเสียงฟังสบาย
“ขับช้าๆ ก่อน”
“ครับ?”
“เรน่าจะล้ม เดี๋ยวได้แผล”
บอดีการ์ดหนุ่มรู้ตัวมองคุณหนูด้านหลังกระบะ รีบชะลอความเร็วรถจนเธอเกือบตกจากลัง โชคดีที่จับราวเหล็กที่ใช้มุงกันแดดได้ทันจึงปลอดภัย
“ขอโทษครับ ผมไม่คิดว่ามันเร็วเกินไป”
มันคือความเร็วปกติของการขับรถในท้องถนนไทย เพียงแต่เป็นเรน่าเองที่ไม่คุ้นชิน
“ไม่เป็นไร พาไปส่งที่รีสอร์ตก่อน ที่เหลือก็แค่เงียบไว้ คอยเออออตามฉันก็พอ”
“รับทราบครับ”
×××
รีสอร์ตริมหาด
รถสี่ล้อสีส้มมุงหลังคาอะลูมิเนียมจอดหน้าบ้านรับรองทางเข้ารีสอร์ต คลาวด์ คริษฐ์เผลอยกมุมปากตนเองขึ้นเล็กน้อยหลังเห็นสภาพสาวน้อยผมบลอนด์หัวฟูนิดๆ จากแรงลม
เธอยังดูสวยเพียงแต่หัวยุ่ง อีกทั้งใบหน้าที่มั่นอกมั่นใจตนเองว่าน่ารักมากยังมอมแมมด้วยเศษทรายที่ปลิวมากับลม
“เกือบตาย!!”
คนขี้บ่นถอนหายใจเสียงดังหลังพยายามลงจากกระบะหลังได้สำเร็จ โดโด้ที่ได้ยินแอบหน้าจ๋อย ประสานมือสำนึกผิดเงียบๆ หน้าประตูคนขับ
“ตายอะไร นั่งรถมาแค่ยี่สิบกิโล”
เขาแสร้งบ่นเธอเอาคืน ทำเหมือนไม่รู้ว่านี่คือครั้งแรกที่เจ้าหญิงน้อยของรูซโซออกมาผจญภัยนอกปราสาทครั้งแรก
“ลูกน้องพี่ขับรถห่วยแตก เบรกทุกห้านาที เรน่าเกือบอ้วกบนรถ!”
“หมามันวิ่งตัดหน้า หมาจรแมวจรที่นี่มันเยอะ จะให้ขับรถเหยียบมันหรือไง”
เหตุผลของเขาฟังขึ้นจนคนขี้วีนเชิดหน้า เมื่อกี้ใจเต้นตึกตักเพราะถูกพี่คนหล่อดุใส่แบบกร้าวใจ ลูกสาวมาเฟียตั้งสติหันไปมองกระเป๋าลากแบรนด์เนมตนเองที่ถลอกปอกเปิกจึงชี้นิ้วสั่งตามนิสัย
“เอาลงจากรถให้เรน่าด้วยสิ”
“งานจบแค่มาถึงที่นี่ ไม่มีบริการยกกระเป๋าลงจากรถ”
“โห~!!”
“จ่ายเพิ่มหรือเปล่า”
“พี่ร้อนเงินจากไหนเนี่ย!!”
“ความจนมันน่ากลัว อยู่ประเทศนี้มันต้องดิ้นรน เธอไม่เข้าใจหรอก”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนคนเอาแต่ใจรู้สึกผิด อาจจะจริงที่คนรวยอย่างเธอไม่เคยต้องคิดมาเรื่องการใช้เงิน คนตัวเล็กหยิบกระเป๋าสะพายตนเองออกมาเปิดออกนับเงินสด และพบว่ามันมีธนบัตรสีเทาเพียงสิบใบ
เธอกดเงินสดมาไว้แค่นี้...แต่จะบอกเขาว่ามีติดตัวแค่นี้ดีกว่า เผื่อเขาเป็นห่วงเธอและวนรถกลับมาหาที่นี่บ่อยๆ
“เรน่ามีแค่นี้”
“ค่ารถกับค่ายกกระเป๋าห้าร้อย ถ้าอยากให้ช่วยทำเรื่องเข้าพักให้ก็จ่ายมาพันนึง”
คนตัวเล็กแสร้งบึนปากให้ความขี้งกของคนตรงหน้า ถึงอย่างนั้นก็ยังยืนมันให้เขาไปหนึ่งใบ
ผู้ชายตรงหน้ารับเงินไปแล้วชูให้ลูกน้องตนเองเห็น คนขับรถพยักหน้ารีบปีนขึ้นมาท้ายกระบะยกกระเป๋าของเธอกระแทกพื้นดังปึก
ตายห่า! ใบละเกือบแสน
อดทนไว้เรน่า...ผู้ชายต้องมาก่อน
“เอามาอีกสามพันเป็นค่าห้อง ที่นี่มีข้าวเช้าแถมทุกมื้อ”
“แล้ว...เรน่าอยู่ได้กี่วัน”
“หกมั้ง คืนละห้าร้อย”
ถูกจัง...ทั้งที่เป็นรีสอร์ตติดถนน และข้ามถนนไปก็เป็นหาด ราคานี้จริงหรือเปล่า
“ถูกแบบนี้แถมผีหรือเปล่า” ได้ยินจากซิดนีย์ว่าประเทศไทยมิสเทอรี่มาก เชื่อเรื่องผี พิธีแบบพราหมณ์ แต่ใช้ชีวิตตามศาสนา
“อยากได้ห้องมีผีเหรอ มีนะ...หลังที่มีข่าวนักท่องเที่ยวต่างชาติแทงกันตาย”
“กรี๊ดดด~!! มะ ไม่เอา!!”
มือไม้เล็กๆ ตีแขนอีกฝ่ายเป็นพัลวัน ทั้งที่ปกติเป็นคนไม่ใช้กำลัง ที่ตีเขาเพียะๆ ก็แค่อยากจับอยากลูบแขนแน่นๆ ของพี่ชายตรงหน้า
“หึ รออยู่นี่”
เขาเอาเงินที่ได้ตีหัวเธอแปะๆ ด้วยความเอ็นดู จากนั้นจึงหายเข้าไปในบ้านหลังตรงหน้าและออกมาพร้อมกุญแจและคีย์การ์ด
“ฉันคุยให้แล้ว เธออยู่ที่นี่ได้เจ็ดวัน บ้านพักเธออยู่หลังแรก มีอะไรจะได้เดินมาที่จุดต้อนรับได้” นิ้วชี้เรียวชี้ไปยังบ้านพักหลังแรกซึ่งอยู่ไม่ไกล
ไม่ต้องสั่งอะไรผู้ชายที่ทำหน้าที่ขับรถก็ยกกระเป๋าใบใหญ่ของเธอไปวางหน้าบ้านพักให้อย่างรู้งาน คนตัวเล็กแอบเบ้ปากเสียดาย อยากให้เขาเป็นคนลากกระเป๋าเดินไปส่ง
“พี่จะเข้าไปกินน้ำก่อนไหม”
น้ำมีหรือเปล่าไม่รู้ แต่ถ้าเขาอยากกิน เธอมีให้กินแน่
อุ๊ย! ห้ามแรด ซิดนีย์สอนไว้ :p
“ฉันก็มีน้ำ อยากกินหรือเปล่า”
อุ๊ย...
ดวงตาสีฟ้าหลุบมองกางเกงขาสั้นของคนตรงหน้าอัตโนมัติ อยากรู้เหลือเกินว่าจะมีน้ำอะไรออกมาจากกางเกงสีฟ้าน้ำทะเลของเขา
“อยากให้เรน่ากินเหรอ~”
“อยาก...”
น้องสาวมาเฟียเบิกตาโตยกมือปิดปาก เขาหัวเราะกับท่าทางคิดไปไกลของเธอจากนั้นจึงส่ายหน้า จับศีรษะของสาวน้อยแก้มแดงให้หันไปมองบนรถกระบะ
“น้ำดื่มที่ท้ายกระบะ แพ็กละร้อย”
คนคาดหวังใจพังครืน แถมน้ำดื่มท้ายรถที่เอาก้นนั่งทับมาตลอดทางยัง...
แพงฉิบ -_-
“ถ้าซื้อ...ฉันจะยกไปส่งในห้องให้”
“สิบแพ็กค่ะ!”
เสียงเล็กแจ๋นออเดอร์ทันควัน ก่อนที่เซลล์ขายน้ำมืออาชีพจะหัวเราะออกมากับท่าทีดี๊ด๊าเกินงามจองยัยตัวแสบ
“หึ!”
🐙☁️👑
