บทที่ 8 BLUE 7 | คนสู้ชีวิต
เรน่านอนกระดิกเท้าสวยๆ ในห้องพักภายในรีสอร์ตจนเบื่อ
ที่นี่จะเรียกว่าบ้านก็กระดากปากเพราะเปิดประตูเข้ามาก็เจอเตียงห้าฟุต ห้องน้ำก็เล็กเท่ารูหนูแถมยังไม่มีอ่างให้แช่ตัว ดีหน่อยที่แอร์เย็นมาก ขนาดสาวน้อยเมืองหนาวอย่างเธอยังต้องเอาผ้าห่มมาคลุมก้นกันลมแอร์เอาไว้
ถ้าก้นหนาวบ่อยๆ ผิวที่แก้มก้นจะแห้ง ทำให้ไม่มีผู้ชายที่ไหนอยากตี เรน่าให้ความสำคัญแก้มก้นกับแก้มตนเองพอๆ กัน
มือเรียวปัดข้อความที่เพิ่งคุยกับนาเดียทิ้ง สาวใช้ที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิทเพิ่งรายงานว่าเข้าพักโดยใช้ชื่อเธอสำเร็จทำให้น้องสาวมาเฟียสบายใจไปเปลาะหนึ่ง ที่เหลือก็รอพ่อแม่โทรมาบอกเรื่องกำหนดการนัดเดตกับอีกฝ่าย แน่นอนว่าคนที่ต้องไปหาผู้ชายคนนั้นคือนาเดีย
เรน่ามาเที่ยวก็ต้องออกไปเที่ยวสิ! ไม่มีเวลาไปทำเรื่องไร้สาระกับคนพรรค์นั้นหรอกนะ
ระหว่างที่กำลังใช้สมองอันปราดเปรื่องคิดเรื่องเที่ยว ท้องบอบบางก็ส่งเสียงร้องประท้วงว่าต้องการสารอาหาร โทรศัพท์ในมือที่ตอนนี้สำคัญยิ่งกว่าแขนขา เรน่าใช้มันหาร้านอาหารตามสั่งแบบที่เคยอยากลองแวะกินในตอนที่นั่งรถผ่านพร้อมกับพี่ชาย
'ป้าณีตามสั่ง'
ซิดนีย์บอกว่าคนไทยตั้งชื่อร้านง่ายๆ นิยมเอาชื่อตนเองเป็นชื่อร้านเพื่อให้ลูกค้าจดจำได้ง่าย เรน่าก็อยากเปิดร้านแบบนี้ที่อิตาลีบ้าง เรื่องทำอาหารไม่เป็นไม่ใช่ปัญหา เอาไว้กลับอิตาลีจะขอปะป๊าให้ซื้อที่กลางมิลานเปิดร้านเล่นๆ
'น้องเรน่าพิซซ่าอิตาลี'
ชื่อเท่มาก กินเสร็จจะได้สวยเหมือนเรน่า
แต่ถ้าโฆษณาแบบนั้นคงต้องจดทะเบียนพาณิชย์ว่าเป็นหมวดอาหารเสริม
เมื่อได้จุดหมายปลายทางที่จะไปก็คว้าเป้ใบเล็กสะพายหลังออกเดินทาง อากาศที่นี่ร้อนจนแทบจะเป็นบ้า แว่นกันแดดรูปหัวใจที่พกติดตัวมาจึงช่วยปกป้องดวงตาสีอ่อนของเธอได้อย่างมาก
คนตัวเล็กมองถนนซ้ายขวาก่อนก้าวขาซ้ายออกจากประตูรีสอร์ต ซิดนีย์บอกว่าขวาร้ายซ้ายดี ถ้าก้าวขาซ้ายออกจากบ้านจะโชคดีเสมอ
ขอให้เรน่าเจอพี่คนหล่ออีกครั้งจะได้ขอเบอร์พร้อมถามชื่อเสียงเรียงนามไว้เก็บมาตั้งชื่อลูกในอนาคต ระหว่างที่เดินตามแมพไปเรื่อยๆ ก็คิดถึงใบหน้าหล่อเหลาของคนที่เพิ่งแยกกัน
เขาแอบเหมือนลูกครึ่ง ดูผู้รากมากดีเกิดกว่าจะมาตระเวนส่งของ ถ้าเรน่ามีใบหน้าหล่อๆ แบบนั้นคงไม่ทำงานใช้แรงให้มือด้าน เข้ากรุงเทพไปแคสต์งานเป็นนักแสดงหรือนายแบบน่าจะรวยเร็วกว่า
เดินได้สักพักใหญ่ก็ยังรู้สึกว่ามันไร้วี่แววว่าจะถึง ไหนแอปพลิเคชันบอกว่าสิบนาทีไง นี่เรน่าเดินจนปวดน่องก็ยังไม่ถึง!!
คนความอดทนต่ำเหนื่อยแล้ว ตอนนี้ให้เธอกินอะไรก็ได้แม้แต่อาหารแช่แข็งในร้านสะดวกซื้อก็ตาม นัยน์ตาสีฟ้าเริ่มกวาดตามองรอบตัว ตอนนี้เธอยืนอยู่หน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นช่วงเลิกเรียนพอดี ถนนฝั่งตรงข้ามมีของกินข้างทางตั้งแผงวางขาย ถึงจะไม่อยากแย่งอาหารเด็กแต่วันนี้เธอทนไม่ไหว
ท้องร้องที่ภูเก็ตน่าจะดังถึงอิตาลี
ทันทีที่ข้ามมาถึงถนนอีกฝั่งก็จัดการซื้อชาไทยปั่นเป็นอย่างแรก เรน่ารู้จักชาไทยปั่นอย่างเดียวและไม่ชอบดื่มกาแฟจึงไม่รู้จะสั่งอะไรเพราะกลัวท้องเสีย เมื่อน้ำตาลถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดจนเริ่มมีแรงเดินต่อจึงเริ่มมองหาของกินอย่างอื่น เธออยากกินของทอดกรอบๆ
เพียงแค่คิดว่าอยากกินของกรอบๆ ก็มีเด็กถือถ้วยกระดาษใส่ลูกชิ้นทอดเดินผ่าน อันนี้ไงที่สามีซิดนีย์เคยทำให้กิน นั่นแปลว่าปลอดภัยและเรน่ากินได้
คนตัวเล็กวิ่งหน้าตั้งมองหาร้านที่ว่า กระทั่งเห็นฝูงชนมุงร้านรถเข็นร่มแดงซิกเนเจอร์สตรีทฟู้ด เป็นการต่อเติมพ่วงรถมอเตอร์ไซค์ได้เริดกว่าสไตล์การแต่งไพรเวตเจ็ตของโรเมโอ พี่ชายเธอแต่งเครื่องบินส่วนตัวเป็นสีดำทอง มองผ่านๆ เหมือนขวดแชมเปญ ดูไร้รสนิยมสุดๆ
แต่ร้านนี้ลูกค้าเยอะมาก ทั้งนักเรียนทั้งครูในชุดข้าราชการมุงกันจนมองไม่เห็นคนขาย
แม้จะเป็นคนสวยจากอิตาลี แต่ส่วนสูงของเธอมีเพียงหนึ่งร้อยหกสิบเจ็ดเซนติเมตรเท่านั้น แถมวันนี้ยังใส่รองเท้าแตะส้นเตี้ยที่ต้องใช้ความพยายามเอานิ้วหนีบหูรองเท้าตลอดเวลาทำให้เรน่าชะเง้อชะแง้มองอย่างยากลำบาก รู้ตัวอีกทีก็เซไปชนเข้ากับอาจารย์ที่ยืนด้านหน้า ก่อนจะถูกเขาเอาศอกกระแทกไหล่ให้กระเด็นออกมาจนร้องเสียงหลง
“ว้าย! เจ็บนะ!!”
เธอเท้าเอววีนฉ่ำ ไม่สนว่าฟังกันรู้เรื่องไหม คนที่มุงรถเข็นเมื่อได้ยินเสียงก็หันขวับมามองเธอเป็นตาเดียว เรน่าจึงสบสายตากับคนนั่งบนเบาะกำลังทอดลูกชิ้นเต็มสองตา
พี่คนหล่อ!!
น้องสาวมาเฟียเม้มปากแน่นกลั้นเสียงกรี๊ด อารมณ์คุกรุ่นจากการถูกกระแทกเมื่อกี้มลายสิ้นในพริบตา
“พี่~!!” เธอวิ่งไปหาเขาราวกับสนิทกันมานาน เท้าเอวบ่นกระปอดกระแปดให้เขาฟังตามนิสัย “เรน่าเหนื่อยมากเลย หิวข้าวมากๆ เลยด้วย ทำไมรีสอร์ตที่พี่แนะนำทำแต่ข้าวเช้าให้กิน!!”
“ตามมาด่าฉัน?”
เขาหันมาขมวดคิ้วมอง หลังจากใช้ที่คีบสเตนเลสคีบลูกชิ้นขึ้นพักสะเด็ดน้ำมัน
ขนาดทอดลูกชิ้นยังดูเท่ ถ้าถึงเวลาทอดกายให้เรน่าเชยชมจะเท่จะคูลขนาดไหน!!
ดูเส้นเลือดที่มือกับแขนสิ บางทีครูกับนักเรียนพวกนี้น่าจะมามุงดูคนหล่อมากกว่าซื้อลูกชิ้น แกล้งเหมาลูกชิ้นทั้งคันแล้วให้พี่คนหล่อไปทอดให้กินในห้องเลยดีไหม
คนตัวเล็กสะบัดหน้าไล่ความคิดฟุ้งซ่าน หากทำแบบนั้น การที่เธอบอกเขาว่าไม่มีเงินจะโป๊ะแตก
“บ้า! เรน่าจะไปกินข้าวแต่หลงทางต่างหาก” เธอยื่นโทรศัพท์ส่วนตัวให้เขาดูเส้นทางเป็นหลักฐาน
มือใหญ่รับมันไปไถๆ ปัดๆ ดูก่อนจะหัวเราะและส่งคืน
“เรน่าโทรไปด่าคนทำแมพดีไหม ไหนบอกว่าจากรีสอร์ตแค่เก้านาที”
“ด่าตัวเองก่อนเถอะ”
“ทะ ทำไมต้องด่าตัวเอง”
คนไม่เคยทำอะไรผิดเชิดหน้า ก่อนจะถูกเจ้าของมือหนาคว้าข้อมือและจิ้มหน้าจอที่ทำเอาหญิงสาวอ้าปากเหวอ
เขาเปลี่ยนจากการเดินทางด้วยรถยนต์เป็นการเดิน เธอจึงเห็นว่าความจริงแล้วต้องเดินเกือบครึ่งชั่วโมงจึงจะถึงจุดหมาย
บ้าป้ะ! ใครมันจะเดินครึ่งชั่วโมงในสภาพอากาศแบบนี้ได้ ถ้าแอปพลิเคชันมันไม่ห่วยแตกก็ไอ้โทรศัพท์บ้านี่แหละที่ไม่รู้ว่าเธอกำลังเดิน -_-^
“เลิกหน้าหงิกโทษนั่นโทษนี่ในใจ”
“รู้ดี พี่อยู่ในใจเรน่าเหรอ”
เธออาศัยจังหวะชุลมุนหยอดผู้ชายไปหนึ่งกรุบ เลิกสนใจเรื่องน่าปวดหัว รีบยัดโทรศัพท์ใส่เป้แล้วก้าวขาเข้าไปนั่งเบาะเบียดอีกฝ่ายก่อนจะถูกเขารีบเอามือมาจับต้นขาขาวดึงเข้าหาตัวเอง
“แหนะ ลวนลาม” ดวงตาสีฟ้าใต้แว่นกันแดดสีชมพูล้อเลียนเขาหนึ่งดอก แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนหรือปัดมือออกแม้แต่น้อยทั้งที่ปกติเป็นคนถือตัว
“ไม่ได้ลวนลาม พูดแบบนี้ฉันอาจโดนตำรวจจับนะ -_-;”
“ก็จับขาเรน่า ถ้าไม่ใช่ที่สาธารณะพี่อาจจะจับอย่างอื่นก็ได้”
“เพ้อเจ้อ ขาเธอเกือบชนกับมีดต่างหาก”
พูดจบเจ้าของรถก็เอื้อมมือไปหยิบอาวุธแหลมคมออกไปวางที่อื่นให้พ้นทางเด็กซน
แหม...เสียดายจัง
“แล้วร้านพี่ชื่ออะไร” เธอเนียนถามเผื่อเขาจะตั้งชื่อร้านนำหน้าด้วยตนเองตามแบบฉบับคนไทย
“เจ๊ศรีลูกชิ้นทอด”
“แม่พี่เหรอ”
“ชื่อเจ้าของรถ แค่รับจ้างขายลูกชิ้นให้เขา”
อ้าว! เธอก็นึกว่าเขาเป็นเจ้าของ
“พี่ขยันทำงานจัง เมื่อกี้ก็เป็นคนส่งของ”
“ก็อย่างที่บอก ความจน...”
“มันน่ากลัว”
เธอพูดต่อประโยคที่เขาเคยพูดเอาแล้วพร้อมยกยิ้มกริ่มอย่างคนอวดดี
“เลี้ยงเรน่าสักไม้หน่อยสิ เรน่าก็จน ไม่มีตังค์ค่า~”
เขากลอกตาทำเหมือนรำคาญเธอขั้นสุด แต่มุมปากกลับยกยิ้มผิดกับการแสดงสีหน้า
แปลว่าชอบให้กวน พวกปากไม่ตรงกับใจ!
“ได้ แต่รอเคลียร์คิวลูกค้าก่อน”
“โอเค้~”
เจ้าของเรือนผมสีบลอนด์นั่งมองการตกแต่งร้านแบบคลาสสิกตามตำราสตรีทฟู้ด ร่มแดงโดดเด่นเรียกลูกค้า ตู้กระจกใสใส่ลูกชิ้นที่แช่น้ำแข็งรักษาความสดใหม่ หม้อทอดอยู่ทางซ้าย น้ำจิ้มอยู่ทางขวาและมีบางส่วนที่ถูกตักใส่ถุงแกงเล็กมัดด้วยหนังยางสีแดงสามสิบสามตลบ ราวกับรหัสลับที่ต้องใช้บุญญาธิการขั้นสูงในการแกะ
“เรน่าขอทอดลูกชิ้น”
“ไม่ได้! น้ำมันกระเด็น เดี๋ยวก็หาเรื่องให้ฉันรับผิดชอบอีก”
รู้เยอะ...
ไม่สิ... เขาต้องเป็นห่วงเธอแน่ๆ ก็เธอน่ารักมาก หากได้แผลจากน้ำมันร้อนๆ ความสวยคงดรอปลงศูนย์จุดหนึ่งเปอร์เซ็นต์
“แล้วก็ลุกออกไป มันเกะกะ ฉันจะทำมาหากิน”
พูดจบก็เทลูกชิ้นล็อตใหม่ลงหม้อต่อหน้า จากนั้นจึงรีบใช้กระชอนด้ามยาวคนไม่ให้มันไหม้
นวัตกรรมคนไทยเริดสุบ!
“เรน่าเมื่อยนี่นา นั่งตัวเล็กๆ ไม่เกะกะหรอก”
คนมาป่วนตอบเสียงใส ยิ้มแฉ่งอวดฟันขาวแล้วยกแก้วชาไทยขึ้นดูดต่อหน้าทำตัวไร้พิษสง มองคนตัวโตถอนหายใจใส่เงียบๆ
เขากลับไปขายของให้นักเรียน ขยันทอดลูกชิ้นแข่งกับอากาศร้อนอบอ้าวไม่พัก กระทั่งเหลือครูสาวสองคนที่ยังไม่ยอมไปทั้งที่ได้ถุงลูกชิ้นทอดที่สั่งนานแล้ว
“อยากได้อะไรเพิ่มไหมครับ” พ่อค้าหนุ่มยิ้มหวานถามความต้องการลูกค้า
“อยากได้ไส้กรอกทอดค่ะ”
“ขอแบบบิ๊กๆ เบิ้มๆ ชีสทะลักจุกๆ”
อะไรบิ๊กๆ -_-; คนไม่เข้าใจภาษาทำหน้างง แล้วทำไมพูดจบต้องกัดปากแอ๊บเซ็กซีกันขนาดนั้น
“พี่แปลหน่อย เรน่าจะได้ช่วยขาย”
“เขาสั่งไส้กรอก”
“แล้วอะไรบิ๊กๆ เรน่าได้ยินนะ”
เธอประท้วงเขาเสียงแข็งจับได้คามือว่าล่ามหนุ่มตรงหน้าแปลไม่ตรงสถานการณ์
“รู้เยอะ”
“แน่สิ!”
เขาหัวเราะกับการต่อปากต่อคำของคนตัวเล็ก ยกหลังนิ้วเขกหน้าผากมนด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบไส้กรอกชีสหย่อนลงหม้อทอด
“แฟนเหรอคะ”
“ไม่ใช่ครับ”
“พี่~!!” เธอแหวเขาอีกแล้วที่ไม่ยอมแปล กัดฟันกรอดๆ ใส่เหมือนเด็กไม่พอใจอะไรบางอย่าง
คอยดูนะ กลับอิตาลีเมื่อไหร่เธอจะเรียนภาษาไทยเพิ่ม เอาให้ได้แบบเนทีฟสปีกเกอร์ ด่าเก่งจนซิดนีย์หน้าหงายไปเลย!!
“เขาถามว่าเธอเป็นแฟนฉันเหรอ”
“yes!”
“yes อะไรล่ะ!”
“ก็เป็นซะสิ!”
“วุ่นวาย...”
“กิ๊กกันก็ได้ เอาไหม?”
คนตัวเล็กเสนอตัวทำตาปริบๆ พรีเซนต์ตนเองด้วยการแอ่นบิกินีใต้เสื้อฮาวายอวดความใหญ่โตเกินตัว ก่อนจะหน้างอเมื่อถูกฝ่ามือหนาจับไหล่หมับให้หยุดคุยเรื่องลามกหน้าสถานที่ราชการ
“เดี๋ยวตำรวจได้มาหิ้วทั้งคู่”
“พี่ป๊อดอะ!”
“ฉันคิดค่าลูกชิ้นเธอแน่ ไม่ลงไม่เลี้ยงมันละ -_-^”
คนถูกด่าว่าป๊อดชูทัพพีตักน้ำจิ้มขึ้นขู่ นั่นทำให้น้องสาวมาเฟียที่รอกินฟรีเลิ่กลั่ก
“ฮื่อ~!! เลี้ยงหน่อย ทั้งเนื้อทั้งตัวเรน่ามีอยู่ห้าพัน”
ล้าน...
แต่ถ้าต่อสายหาพี่ชายตอนนี้ แป๊บเดยวก็มีหมื่นล้าน :p
“จนแล้วยังจะอยากเที่ยว”
“โอ้โห~!! พูดแบบนี้เรน่าหนีออกจากรีสอร์ตไปอยู่บ้านพี่ได้เลยนะ”
“แล้วเกี่ยวอะไรกับบ้านฉัน!”
“ก็เผื่อพี่เคลิ้ม” คนอาศัยจังหวะชุลมุนครั้งที่สองไม่สำเร็จทำปากยู่ มองดูเขาคีบไส้กรอกชีสขึ้นจากหม้อทอดจึงรีบคว้ากรรไกรทำอาหารมารอ “ขอเป็นคนตัด”
“วุ่นวาย... ตัดนิ้วตัวเองขาดขึ้นมา ฉันไม่พาไปหาหมอนะ -_-”
“ทายาหม่องก็หาย”
“หายก็บ้า!”
“คิก~”
เธอหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลัง เขาตบมุกเก่งมาก เป็นผู้ชายที่อยู่ด้วยความสนุกสุดๆ
“พรุ่งนี้พี่ขายที่นี่อีกหรือเปล่า เรน่าจะมาหา”
“ไม่ขาย”
“อ้าว!”
“พรุ่งนี้โรงเรียนหยุด”
“แล้วพี่ไปไหน”
เธอจะได้ไปเล่นด้วย
เขาไม่ยอมตอบจึงได้แต่ทำหน้ายู่ ระบายอารมณ์ด้วยการตัดไส้กรอกชีสสองไม้ในมือเป็นท่อนเล็กๆ แทบละเอียด แถมยังคีบแตงกวามาตัดยัดใส่เต็มถุงยื่นให้และรับเงินส่งให้เขา
“กินเยอะๆ นะคะจะได้หายหิว ถ้าอยากกินแท่งใหญ่ๆ คับปากคงต้องไปซื้อที่ตลาด ตรงนี้เรน่าจองแล้ว”
ท่าทางเอาเรื่องของคนตัวเล็กทำเอาครูสาวสองคนหน้าเหวอ รีบรับเงินทอนแล้วเดินหลับเข้าไปในโรงเรียน
“พูดจาไม่เข้าเรื่อง ลูกค้าฉันหนีหมด”
“เรน่าไม่ใช่คนโง่นะ ไอ้บิ๊กๆ เบิ้มๆ ที่คุยกันน่ะ เข้าใจนะว่าไม่ได้อยากกินไส้หรอก”
“แสนรู้ เป็นผู้วิเศษเหรอ -_-”
“เป็นมาเฟีย” พูดจบก็ยักคิ้วให้ แอบเห็นว่าเขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจใส่
“เพ้อเจ้อ อ่านการ์ตูนเยอะ”
พูดเรื่องจริงแล้วยังไม่เชื่อกันอีก!
ถือว่าบอกแล้วนะ จะมาโวยวายว่าเธอปิดบังภายหลังไม่ได้
คนตัวเล็กผินหน้าออกไปมองทะเล แสร้งหยิบแตงกวาขึ้นมากินประทังความหิวกลบเกลื่อนเรื่องที่เพิ่งพูดไป โดยไม่ทันได้สังเกตว่ามีแววตาคู่หนึ่งชำเลืองมองตนเองด้วยความพึงพอใจ
🐙☁️👑
