บทที่ 9 BLUE 8 | ติดสอยห้อยตาม

เมื่อวานหลังจากช่วยเขาขายลูกชิ้นจนมืดค่ำ เขาก็ขับมอเตอร์ไซค์พ่วงรถเข็นคันนั้นมาส่งถึงหน้ารีสอร์ตเป็นการตอบแทน เป็นครั้งแรกของการได้นั่งมอเตอร์ไซค์ แถมยังแต่งได้แบบโคตรเท่

กลับอิตาลีจะขอปะป๊าซื้อให้ขับสักคัน

เรน่าปัดหน้าจอที่คุยกับนาเดียทิ้ง สาวใช้ของเธอวิตกจริตกลัวถูกจับได้ จึงพยายามส่งข้อความตามเธอกลับโรงแรมไม่หยุด

กว่าจะได้อิสระแบบนี้มา เรน่าต้องบีบน้ำตาหลอกใครบ้าง จู่ๆ จะให้กลับไปรับตำแหน่งทายาทตระกูลมาเฟียตอนนี้...บ้าหรือเปล่า -_-

คนตัวเล็กทำผมทรงซาลาเปาน่ารักเหมือนเมื่อวาน เธอชอบมันมากเพราะเข้ากับใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มของตนเองและไม่ร้อนเหมือนตอนปล่อยให้มันทิ้งตัวยาวเป็นเจ้าหญิงราชนิกุล แน่นอนว่าชุดข้างในยังเป็นบิกินีแม้ตั้งแต่มาถึงที่นี่ยังไม่เคยเปียกน้ำทะเลเลยสักครั้ง ไม่ลืมสวมกางเกงยีนขาสั้นกับเสื้อคลุมกันแดดทับอีกชั้น

เรน่าไม่ได้กลัวดำ แต่กลัวมะเร็งกินผิวหนังต่างหาก!!

เสร็จจากกินมื้อเช้าที่พนักงานรีสอร์ตเอามาวางหน้าห้องก็ได้เวลาออกไปผจญภัยอีกครั้ง ตั้งใจว่าจะออกไปเที่ยวเตร็ดเตร่แบบนี้ทุกเช้า อยากสัมผัสโลกอีกด้านหนึ่งที่หากไม่ทำเช่นนี้คงไม่มีโอกาสได้เห็น เพียงแค่ข้ามถนนเดินมาถึงร้านสะดวกซื้อก็ตาลุกวาว กระบะส่งของสีส้มโดดเด่นคุ้นตาจอดดับเครื่องหน้ามินิมาร์ตราวกับรอเธออยู่อย่างนั้น!!

พี่คนหล่อของเธอกำลังนั่งยองเล่นกับหมาหน้าตามอมแมมบริเวณหน้าประตูทางเข้าร้านสะดวกซื้อ ในมือมีขนมหมาและพยายามสอนท่าขอมือ

“จ๊ะเอ๋~! มอนิ่งค่ะ”

“เฮ้ย!!”

เขาสะดุ้งโหยงเมื่อถูกเธออ้อมหลังสะกิดเรียก ไม่เว้นแม้แต่เจ้าหมาตัวขาวมีลายสีดำที่ตาสองข้างเหมือนหมีแพนด้าก็หูลู่ไปด้านหลังร้องหงิงๆ ตกใจเสียงร้องพี่จ๋าคนหล่อ

ขวัญอ่อนทั้งคนทั้งหมา...

คนตัวเล็กหย่อนสะโพกนั่งเบียดเขาริมฟุตบาทอย่างถือวิสาสะ หยิบขนมหมาจากซองขึ้นมาดมด้วยความสนใจ ก่อนจะยื่นให้เจ้าตัวผอมแห้งที่รอกินจนน้ำลายไหลยืด

“มาไม่ให้สุ้มให้เสียง ดีนะไม่ได้ถือมีด”

“ก็รู้ว่าพี่ไม่ได้ถือมีดไงถึงกล้าเข้าด้านหลัง” เด็กดื้อลอยหน้าลอยตาตอบ ขยิบตาซุกซนป้องปากพูดเรื่องลามกหน้าดื้อตาใสแต่เช้า “ถ้าจะถูกพี่แทง เรน่าขอเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่มีดนะ คิก~”

“เป็นสาวเป็นแส้ -_-”

“เรน่าล้อเล่น ฮิๆ” เธอกลบเกลื่อนคำพูดทีเล่นทีจริงนั้นด้วยการหัวเราะใส่

ลอบสำรวจว่าวันนี้เขาใส่เสื้อแขนกุดอวดกล้ามแขนล่ำน่ามันเขี้ยวกับกางเกงขาสั้นสีอึมครึมทั้งตัว ชวนให้ผิวกายกำยำที่ขาวจัดอยู่แล้วขาวขึ้นไปอีกขั้น

เขาผิวพรรณดีเกินกว่าจะทำงานตากแดดจริงๆ อยากแอบถามว่าทาครีมกันแดดยี่ห้อไหนจะได้ซื้อตามบ้าง

“นี่หมาของพี่เหรอ ชื่ออะไร”

เธอมองมันที่นั่งทำหน้าโง่แล้วหลุดขำ หมาขอบตาคล้ำลายหมีแพนด้าเอียงคอมองมาที่เธอราวกับกำลังสงสัยว่ามนุษย์คนนี้ขำอะไรในตัวมัน

“หมาของร้านสะดวกซื้อ ชื่อไอ้โรม”

สาวน้อยตาสีฟ้าที่ได้ยินชื่อหมาก็ถึงกับหันขวับ เมื่อกี้เขาบอกว่ามันชื่ออะไรนะ -_-;

“ชื่อ...อะไรนะ”

“ชื่อไอ้โรม กรุงโรมน่ะ” เขาตอบอีกครั้งด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้พิรุธ “มีน้องลายด่างสีเดียวกันชื่อไอ้ปารีส”

อ้อ... ที่แท้ก็ตั้งตามเมืองหลวงของประเทศที่มีชื่อเสียงนี่เอง

เรน่ามองไอ้หมาหน้าหมีแพนด้าที่ยังเอียงคองงไม่หยุด กัดริมฝีปากตนเองแน่นเพราะเกือบหลุดขำหัวเราะเสียงดังเหมือนคนบ้า

“ทำไมเหรอ?”

จะอะไรล่ะ ก็ชื่อเหมือนพี่ชายเธอน่ะสิ!

“เปล่า~! ชื่อไฮซ้อไฮโซดี เหมือนมาเฟียอิตาลีที่เคยอ่านในนิยายอะไรแบบนั้น”

“แต่มันโง่นะ สอนขอมือมาเกือบชั่วโมงแล้ว หลอกกินขนมฟรีอย่างเดียว สั่งให้ทำอะไรก็ไม่ได้”

“แบบนั้นมันหมาฉลาดนี่ ไม่ต้องทำอะไรก็มีคนเอาขนมมาให้กินฟรีๆ” เธอโต้แย้งสิ่งที่เขาพูด

เป็นหมาที่ฉลาดแกมโกงเหมือนพี่ชายเธอจริงๆ วันหลังจะแวะมาให้ข้าวกินแก้เหงาบ่อยๆ ชื่อเดียวกันอาจช่วยให้เธอคลายความคิดถึงพี่ชายได้บ้าง

“พี่ไม่มีงานแล้วเหรอ”

“มี แค่พักหาอะไรกิน จะไปขนของต่อ”

“เรน่าไปด้วย”

“ไม่ได้ไปเที่ยว”

“อยากนั่งรถเล่น ขอไปด้วยนะ”

มือเล็กเขย่าแขนล่ำคะยั้นคะยออย่างเด็กเอาแต่ใจจนคนตัวสูงหัวสั่นหัวคลอน สุดท้ายจึงยอมพยักหน้าอนุญาตเพราะหากไม่ยอมแพ้ให้กับลูกตื๊อของสาวฝรั่งคงได้อ้วกเอาอาหารเช้าที่เพิ่งกินเข้าไปออกมา

ทันทีที่เขาอนุญาต คนตัวเล็กก็ปีนขึ้นไปนั่งท้ายกระบะมุงหลังโดยที่ไม่ต้องมีใครบอก

จัดการถอดเสื้อตัวนอกออกเพราะเริ่มร้อนจากสภาพอากาศอบอ้วน เหลือเพียงบิกินีสีฟ้าท่อนบนกับกางเกงยีนตัวสั้นอวดร่องสะดือสวย มองตามเขาที่เดินไปคุยกับคนขับ จากนั้นจึงปีนขึ้นมานั่งชันเข่าข้างกันโดยไม่พูดอะไร

“ไม่ใส่เสื้อนอก?”

เขาหลุบตามองบิกินีสีฟ้าตัวบนของเธอเหมือนกำลังตำหนิเด็ก

นี่เรียกหวงได้ไหม? ขนาดยังไม่ได้เสียเป็นผัวเมียกันนะ

“ก็แดดมันร้อน คนไม่ใช่หุ่นยนต์”

ประโยคดังช่วงหนึ่งในโลกโซเชียลออกมาจากปากจิ้มลิ้มแฝงความกวนประสาททำเอาคนตัวโตจิ๊ปากใส่

“-_-;”

เขาส่ายหน้าให้กับความทะเล้นของเธอและเลิกสนใจการแต่งตัวของหญิงสาวในท้ายที่สุด

รถกระบะค่อยๆ เคลื่อนตัวออกเดินทาง ร่างผอมแห้งของไอ้โรมที่ยืนส่งทั้งคู่ตัวเล็กลงเรื่อยๆ ตามระยะทางที่รถวิ่งห่างออกไปจนลับตา ความอบอ้าวที่สัมผัสได้ถูกแทนที่ด้วยสายลมเย็นจากชายทะเลปะทะเข้ากับใบหน้า หญิงสาวที่ไม่ได้สัมผัสถึงสายลมแสงแดดอย่างอิสระมานานเผลอหลับตาพริ้มเคลิบเคลิ้มเกือบหลับ รู้ตัวอีกทีศีรษะทุยเล็กก็ซบเข้ากับหัวไหล่แกร่ง และเมื่อหรี่ตาขึ้นมาก็ต้องยกยิ้ม เมื่ออีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะต่อต้านผลักไสตนเองออกจากตัว มือเล็กจึงกำเริบเสิบสานยกขึ้นวางบนหน้าท้องแกร่ง ลูบเบาๆ และอดที่จะบีบกล้ามหน้าท้องของเขาด้วยความมันเขี้ยวไม่ได้

“ถ้าไม่เอามือออกจะจับโยนลงจากรถนะ”

เขาทำเสียงดุ...

แต่ใบหูแดงแจ๋

“เรน่ากินอิ่มแล้วง่วงนอน ต้องหาที่วางมือ” เธอเฉไฉอธิบายข้างใบหูของอีกฝ่าย

รู้สึกถึงความแรดตนเองได้เลย ตอนนี้ก้นบึ้งหัวใจคงคันอยากมีเขาเป็นผัวจนตัวสั่นมาก

“ทำแบบนี้กับผู้ชายบ่อย?”

“แบบไหน...” เธอแกล้งเอียงคอถามทำหน้าใสซื่อ แต่มือกลับลูบหน้าท้องเขาไม่ปล่อย “ผู้หญิงเอ่ยปากเสนอตัวก่อน พี่ไม่ชอบเหรอ หรือพี่ตีคุณค่าว่าผู้หญิงที่จีบผู้ชายก่อนเป็นคนไม่ดี”

“ไม่ได้คิดแบบนั้น แต่เธอดูเด็ก”

“บรรลุนิติภาวะแล้ว”

เธอแค่ตัวเล็ก หน้าเด็ก แต่มั่นใจว่าเรียนรู้อะไรที่คนเป็นผู้ใหญ่ทำกันจากวิดีโอจนไม่ใช่สาวใสไร้ประสบการณ์

เธอมีทฤษฎีอัดแน่นในหัว รอแค่เขาจะอนุญาตให้ลองผิดลองถูกไปด้วยกัน

“เรน่าสวยไหม น่ารักหรือเปล่า มีตรงไหนของร่างกายที่พี่ไม่ชอบ”

เพราะสำหรับเธอ กายภาพของเขาไม่มีส่วนไหนบกพร่อง สมบูรณ์ แข็งแรง กำยำ แถมยังตัวหอมมาก จะพูดให้หยาบก็เหมือนตุ๊กตายางเพศชายราคาหลักแสน

เขาไร้ที่ติ...อย่างกับไม่ใช่คน

คำถามของเธอไม่ได้รับคำตอบ เพราะรถดันจอดที่โกดังแห่งหนึ่งเสียก่อน น่าเสียดายที่ลูกสาวมาเฟียอย่างเธออ่านไม่ออกจึงไม่รู้ว่ามันมีป้ายติดว่า 'บุคคลภายนอกห้ามเข้า'

“ที่นี่คือที่ไหน”

“ที่เก็บสินค้า แวะมาเอาเหล้าไปลงที่ร้าน”

“ร้าน?”

“ร้านเหล้า”

เขาตอบผ่านๆ และดูวุ่นวายกับการแบ่งกุญแจจากพวงกุญแจขนาดใหญ่ในมือให้อีกคนที่ขับรถให้เธอจึงไม่เซ้าซี้ต่อ

เรน่าจำได้ว่าเขาชื่อโดโด้ คนที่ขับรถและเบรกทุกห้านาทีจนเธอเมารถแทบอ้วกพุ่งใส่กระเป๋าเดินทาง

“ไปเอามิกซ์เซอร์ที่โรงเก็บเบอร์เจ็ด”

“ครับ”

โดโด้รับกุญแจและเดินจากไป ขณะเดียวกันพี่คนหล่อของเธอก็ไขแม่กุญแจเบอร์ใหญ่ตามด้วยการสแกนลายนิ้วมือ

“เรน่าเข้าไปด้วยได้หรือเปล่า”

เธอไม่อยากยืนข้างนอกคนเดียว

“ได้”

คำอนุญาตจากเจ้าของเสียงทุ้มทำให้หัวใจของเรน่าพองโต ดีใจไม่น้อยที่จะได้ติดสอยห้อยตามดู ว่านอกเหนือจากการทอดลูกชิ้นโชว์เมื่อวาน เขาจะโชว์ทำงานอะไรให้เห็นอีก

เพียงแค่เดินตามแผ่นหลังกว้างเข้าไปก็รู้สึกเย็นสบายจากเครื่องทำความเย็น บรรยากาศแบบนี้เธอรู้ดีว่ามันคือห้องแช่เครื่องดื่ม หญิงสาวหยุดเดินสำรวจขวดสีเข้มบนชั้นไม้สูงกว่าสามเมตร

ขวดเครื่องดื่มสีดำแปะสลากแบ่งได้ทั้งหมดสี่สี แดง ส้ม ฟ้า และเขียว ทว่าข้อความที่ระบุบนจากกลับไม่มีอะไรเลยนอกจากวันเดือนปีที่ผลิต

“อะไรอะ เหล้าเถื่อนเหรอ?”

เจ้าของร่างบอบบางเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นพ่วงนิสัยปากพล่อยของตนเอง เรน่าพยายามมองหาความแต่งต่างของสลากทั้งสี่สี แต่กลับไม่เข้าใจอะไรเลยเนื่องจากไม่มีข้อมูลระบุ

“ของทดลอง”

เขาตอบสั้นๆ ปีนขึ้นไปเหยียบบันไดหยิบขวดที่อยู่บนสุดใส่ลัง

เรน่าไม่เข้าใจอะไรทั้งสิ้นแต่อยากมีส่วนร่วม ใช้ความตัวเล็กวิ่งผ่านเขา ก้าวปีนขึ้นบันไดอีกฟากซึ่งเป็นชั้นเก็บเครื่องดื่มอีกสองสี

“เรน่าช่วยหยิบนะ”

เธอซนจนเขากลัวว่าคนตัวเล็กจะร่วงตกลงจากบันไดสูงสามเมตร รีบจัดวางขวดแอลกอฮอล์รุ่นทดสอบใส่ในลังพลาสติกเปล่า จากนั้นจึงสาวเท้าเข้ามาช่วยจับยึดบันไดไม้ที่เรน่ากำลังปีนป่าย

“ลงมา”

“พี่เอาสีละกี่ขวด”

“เรน่า” เสียงเข้าเข้มคล้ายพยายามข่มขู่บังคับคนดื้อให้ทำตาม

แต่สำหรับเรน่านั้นเสียงทุ้มๆ ฟังดูนุ่มนวลของอีกฝ่ายไม่ได้เสี้ยวความดุของบุพการีและพี่ชายเธอเลยสักนิด

เสียงขู่แมวตัวเมียที่บ้านลูกพี่ลูกน้องของเธอยังน่ากลัวมากกว่าอีก

“พี่ไม่ตอบ เรน่าก็ไม่ได้ลงสักทีนะ” นัยน์ตาสีฟ้ากดตามองคนที่ยืนกับพื้นด้านล่างด้วยความรู้สึกเหนือกว่า

แน่นอนว่าเขาแพ้...เพราะเรน่า เออร์วินโต รูซโซไม่เคยแพ้ใคร

“อย่างละสี่”

“ก็แค่เนี้ย!”

มือสวยเอื้อมขึ้นไปหยิบขวดแบบเรียงลำดับวันที่ผลิตและสีตามที่ยืนมองเขาทำมาก่อน ค่อยๆ ส่งให้เจ้าตัวด้วยความมั่นใจ ทันทีที่เครื่องดื่มแปะสลากสีแดงและส้มจำนวนแปดขวดถูกเก็บใส่ในลัง พี่คนหล่อก็รีบออกคำสั่งกับเด็กดื้ออย่างเธออีกครั้งทั้งที่ยังจับบันไดเอาไว้แน่น

“ลงมา อย่าให้พูดซ้ำครั้งที่สาม”

ครั้งที่สี่ก็ไม่ควร...

ร่างเล็กกะทัดรัดก้าวลงบันไดกระทั่งยืนอยู่จุดที่สูงกว่าเขาไม่มาก จากนั้นจึงพลิกกายหันกลับไปประจันหน้าพร้อมส่งสายตาดื้อรั้นเชิญชวนอีกฝ่ายอย่างไม่ปกปิด

“อุ้มลงไปสิ”

หญิงสาวบรรจงวางมือลงบนบ่า ทิ้งตัวลงมาให้เขารับประคองเอาไว้ ตอนนี้มือหนาของเขาวางบนสะโพกผายของเธอโดยไม่ตั้งใจ แต่เรน่ากลับระบายยิ้มกว้างแสดงออกว่าพึงพอใจกับการกระทำของคนตรงหน้าอย่างมาก

“ห่วงเรน่าเหรอ กลัวเรน่าตกบันได?”

“ไม่อยากพาไปโรงพยาบาลต่างหาก ค่ารักษามันแพง” พูดจบก็อุ้มกระเตงเธอลงมาวางกับพื้น เท้าเอวมองราวกับอยากดุเด็กดื้อที่ตามมาสร้างปัญหาไม่หยุดหย่อน

คนปากไม่ตรงกับใจ

คอยดูเถอะ อีกหน่อยจะทำให้รักให้หลงจนโงหัวไม่ขึ้น

เขายกลังใส่เครื่องดื่มสองลังด้วยตนเอง แม้คนตัวเล็กจะเสนอตัวช่วยถือแต่ได้รับการปฏิเสธกลับมาอย่างไร้เยื่อใย

“เรน่าไปที่ร้านด้วยได้ไหม”

“ไม่ได้ ฉันมีงานหลายอย่างที่ต้องเตรียมก่อนร้านเปิด”

“โกหกหรือเปล่า”

“ฉันจะได้อะไรจากการโกหกเธอ”

เขาส่ายหน้ากับการจ้องจับผิดของเด็กวุ่นวายตรงหน้า เวลาเดียวกับที่โดโด้เข็นลังใส่เครื่องดื่มกลับมาจึงเดินไปช่วยกันยกลังกระดาษขึ้นรถทิ้งเธอเอาไว้

“จะเอากลับไปปล่อยหน้าร้านสะดวกซื้อ ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”

เขาชี้หน้าห้ามเถียงเมื่อปากจิ้มลิ้มกำลังจะอ้าปากแย้ง มิหนำซ้ำยังก้าวขาขึ้นรถ สั่งให้คนขับสตาร์ตเครื่องยนต์กดดันจนเรน่าต้องวิ่งแจ้นปีนท้ายกระบะมานั่งที่เพราะกลัวถูกเขาทิ้งไว้ตรงนี้

คอยดูเถอะ เรน่าจะหาทางไปร้านให้ได้!

🐙☁️👑

บทก่อนหน้า
บทถัดไป