บทที่ 3 เล่นกับรัก :: CHAPTER 1 ประจาน [50%]

Born to be

: 1 :

ประจาน

“สองคนนี้ซุบซิบอะไรกัน?”

“เรื่องของผู้หญิงย่ะ” เกี๊ยวหันไปแลบลิ้นใส่ชายหนุ่มรุ่นเดียวกันและเรียนคณะเดียวกัน ชั้นปีเดียวกันนั่นก็คือ ‘ฟินน์ พชร ดลบุรินทร’ หนุ่มหล่อสุดฮอตเดือนคณะสถาปัตยกรรม ส่วนดาวจะเป็นยัยเกี๊ยวสุดแซ่บเพื่อนฉันเองล่ะ ส่วนฉันเป็นป็อปในหมู่คณะและทั้งมหาลัยเท่านั้น ฟินน์เป็นผู้ชายคนเดียวในกลุ่มและเป็นพวกขวาผ่าซากมาก ค่อนข้างไม่สนใจโลกด้วยซ้ำถึงได้ชอบทำตัวขวางโลกอยู่เรื่อย “โอเคปะ”

“เรียบร้อย” ฉันสบตากับเกี๊ยวที่หัวเราะออกมาราวกับนางมารร้ายและมองมือถือที่ลงเว็บบอร์ดของมหาลัย เป็นเหมือนพวกข่าวเช้าในรั้วมหาลัยทุกคณะและทุกสาขามักจะมีเรื่องอะไรก็แชร์ลงเพื่อให้มีคนเห็นเยอะๆ ดังนั้นการที่ฉันเพิ่งจะโพสรูปกับคลิปไปล่าสุดที่เป็นนักสืบตามติดชีวิตไอ้โดมกับอีจีจี้ก็ได้ภาพมาเยอะพอควร

‘สาวน้อยหน้าใสคณะอักษรศาสตร์นามว่าจีจี้ คั่วแฟนหนุ่มวิศวฯ ของเคลียร์สาวสถาปัตย์หน้าตาระรื่น ไม่สนด้วยซ้ำว่าเขาจะมีแฟนแล้ว กลับขโมยแฟนเขาไปนอนกกหน้าด้านๆ แหงสินะ ถึงจะสวยแค่ไหน จะน่ารักแค่ไหน หาผัวไม่ได้ก็แสดงว่าสวยไม่จริงนะ’

“หือ นี่มันไอ้โดมแฟนเธอกับจีจี้” ฟินน์ชูมือถือสุดหรูสีดำให้ฉันดูพาดหัวข่าวที่มีคนเข้ามาอ่านเป็นพันกับกดไลค์อีกนับร้อย แถมยังมีคอมเมนต์ค่อนข้างเยอะทีเดียว ลงแปบเดียวยิงนกได้ตั้งหลายตัวแหน่ะ “นี่มันอะไรกันเคลียร์”

“ค่อยเล่าให้ฟัง ตอนนี้ขอประจานพวกมันสองตัวก่อน” ตอบฟินน์ที่ขมวดคิ้งอย่างมึนงง ฉันกับเกี๊ยวก็เลยกดเข้าไปดูคอมเมนต์หลายคนก็ไม่อยากจะเชื่อว่าอีจีจี้จะทำแบบนั้น หากแต่ว่ามันก็เร็วมากเลยนะ

“มันมาแล้วเคลียร์ บอกว่า ‘ไม่จริงนะคะทุกคน ภาพที่เห็นไม่จริงเลย ฉันกับโดมเราเป็นแค่เพื่อนกันนะคะ’ สะตอมากอีร้อยเล่มเกวียน”

“เกี๊ยว”

“นายไม่เห็นหรือไงเล่า มันตอแหลทั้งที่ภาพกับคลิปฉันกับเคลียร์เป็นคนถ่ายเองกับมือ!”

“อย่างน้อยก็น่าจะเคลียร์กันดีกว่าประจานนะ ยิ่งเป็นจีจี้ก็มีสิทธิ์ที่จะมีคนเข้าข้างเยอะ ไม่เชื่อก็ลองดูสิตอนที่จีจี้พิมพ์ว่าไม่จริง ทุกคนเชื่อแล้วก็รุมว่าเคลียร์” ฉันถึงกับถอนหายใจดูโพสนั้นกับเกี๊ยวที่เริ่มขมวดคิ้วกันเป็นปม แหงสิ ยัยนั่นมันตอแหละและตีหน้าเศร้าเก่งมาก เพื่อนบ้าเพื่อนบออะไรพากันเข้าโรงแรม “ไอ้ตัวต้นเหตุล่ะ?”

“ไม่รู้มัน”

“เลิกกับมันได้แล้ว”

“เลิกน่ะเลิกอยู่แล้ว ขอตบสั่งสอนพวกมันสักหน่อยเถอะ!”

“เฮ้ยเคลียร์ จะมาปะเนี่ย?”

“ฉันไม่อยากดูผู้หญิงตบกัน” ฟินน์ปฏิเสธที่จะตามมาดูบทละครที่ฉันเป็นคนสร้างขึ้น จากนั้นฉันกับเกี๊ยวก็พากันมาถึงคณะอักษรศาสตร์ระหว่างนั้นก็มีนักศึกษาหลายคนมองฉันพลางซุบซิบกันไปมา ฉันเป็นคนถูกแย่งแฟนนะเว้ย! ทำไมทำเหมือนฉันเป็นคนผิดที่แย่งแฟนอีจีจี้วะ ไม่สนใจสายตาของใครทั้งนั้นฉันก็ตรงเข้าไปที่โรงอาหารกำลังเห็นอีจีจี้อธิบายให้กับนักศึกษาหลายคนฟังรวมถึงแก๊งนางมีเพื่อนสองคนคอยสนับสนุนดันหลังให้ทำผิดๆ

“ตอแหลจบยัง จีจี้” ฉันพูดขึ้นมาท่ามกลางทุกคนที่แหวกทางให้ฉันราวกับเป็นราชินี ยกแขนทั้งสองพาดอกเดินไปเผชิญหน้ากับอีจีจี้ที่มองหน้าฉันพลางส่ายหน้าไปมา

“ไม่ใช่เรื่องจริงนะเคลียร์ ฉันกับโดมเป็นแค่เพื่อนกัน”

“เพื่อน? เพื่อนที่ท้องชนกันน่ะเหรอ” เลิกคิ้วขึ้นมองมันที่ดูเหมือนอยากจะวีนแตกใส่ฉันมาก ทว่าคนอยู่เยอะไงก็เลยต้องคีฟลุคแอ๊บไว้ก่อน เห็นแล้วหมั่นไส้อยากจะกระชากหน้ากากของหล่อนซะจริง “นอนแหกให้แฟนฉันเอา สนุกดีไหมล่ะ?”

“ฉันไม่ได้ทำนะ ในคลิปก็แค่ฉันจะเป็นลมโดมก็เลยช่วยพยุง”

“แล้วไปโรงแรมทำไมไม่ทราบ ไปไหว้พระที่โรงแรมว่างั้น?” คำถามนี้เป็นของเกี๊ยวที่เบ้ปากใส่และพากันยำอีกจีจี้จนมันทำอะไรไม่ถูก สุดท้ายก็แสร้งทำเป็นบีบน้ำตาจนคนที่มุงดูเริ่มสงสารมันขึ้นมาทันที

“ฮึก ฉันก็แค่ให้โดมพาไปส่งเพราะพ่อกับแม่ฉันอยู่ที่นั้นพอดี” ฉันกลอกตาไปมาเหนื่อยจะฟังคำตอแหลซะจริง “เคลียร์อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ ฉันไม่ได้มีอะไรกับแฟนเธอจริงๆ”

“พูดให้ควายฟัง ควายยังไม่เชื่อเลย”

“ก็คงจะมีแต่ควายๆ พวกนี้ล่ะที่หลงเชื่อ” เกี๊ยวถอนหายใจพลางมองไปรอบๆ ดูเหมือนว่าทุกคนจะเข้าข้างอีจีจี้จนมันได้ใจแอบเห็นมันยิ้มเยาะเย้ยฉันด้วยนะ อีห่านจิก! “ภาพ คลิปมาขนาดนี้ยังไม่เชื่อ สงสัยคงต้องไปแอบอยู่ใต้เตียงจะได้รู้ว่าพวกมันสองตัวไม่ได้ไปโรงแรมเพื่อนั่งสมาธิหรอก”

“แต่ฉันเชื่อจีจี้นะ เธอน่ะไม่น่าเอาเรื่องนี้มาประจานเลยนะเคลียร์”

“เออจริง เรื่องผัวๆ เมียๆ ทำไมไม่เคลียร์กันเองล่ะ จีจี้อาจจะไม่ได้คิดอะไรกับไอ้โดมก็ได้นะ”

“เพราะเป็นแบบนี้หรือเปล่าไอ้โดมถึงได้อยากเลิก นิสัยลอบกัดชะมัด”

“พอสักที!” หลังจากที่ทนฟังคนก่นด่าทั้งที่ไม่ได้ผิด ฉันก็ตวาดใส่ทุกคนจนเงียบปากสนิท “นี่พวกแกเข้าข้างคนที่แย่งแฟนฉัน ทั้งที่ฉันโดนมันแย่งแฟนเนี่ยนะ”

“...”

“ลองให้เป็นแฟนพวกแก ผัวแก เมียแกก่อนก็แล้วกัน! ฉันจะเข้าข้างคนที่แย่งคนรักของพวกแกไป เหมือนที่พวกแกกำลังด่าฉันอยู่เนี่ย” ทุกคนถึงกับเงียบปากสนิท ส่วนฉันก็รู้สึกว่าความโกรธมันอัดแน่นไปหมด จนตรงเข้าไปกระชากผมอีจีจี้อย่างแรงจนเพื่อนมันสองคนก็เอาฉันไม่อยู่

“ฮึก เคลียร์ฉันเจ็บ ฉันขอโทษทีหลังฉันจะไม่ยุ่งกับโดมแล้ว”

“ไม่ต้องขอโทษ เพราะฉันไม่รับ!”

เพียะ

ฟาดมือลงบนแก้มของอีจีจี้อย่างแรงจนหน้าหัน มันมองฉันตาขวางหากแต่ว่าเพราะคนอยู่เยอะก็เลยยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำก็ในเมื่อมันอยากโดนแบบนี้ฉันก็จัดให้สิ จัดการตบหน้ามันไปอีกสองครั้งจนแก้มแดงเถือกและล้มลงไปกองกับพื้น

“เชิญเอามันไปได้เลย ฉันไม่เอา”

“เคลียร์” ดูเหมือนไอ้ตัวต้นเรื่องจะโผล่หัวมาสักทีสินะ ฉันหันกลับไปมองไอ้โดมที่มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่ฉันจะปรี่เข้าไปหามันและ...

เพียะ

“!”

“สารเลว แอบแดกกันนานหรือยังล่ะ? ถ้าฉันไม่เห็นก็คงเป็นอีโง่ให้พวกแกสวมเขาใช่ไหม” ไอ้โดมยกนิ้วโป้งแตะตรงมุมปากที่มีเลือดไหลซึมพลางหันมามองฉัน “นี่ไง เรื่องเซอร์ไพร์สของฉัน”

“ไปคุยกันข้างนอก”

“ไม่! อย่ามาแตะต้องตัวฉัน” สะบัดมือของไอ้โดมออกอย่างนึกรังเกียจ “แอบแดกกันมานานแล้วสิ หลังจากนี้ไม่ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ แอบแดกกันแล้วนะ เพราะฉันยกแกให้มัน!”

“เคลียร์”

“เลิกกันเถอะ ฉันไม่อยากทนกับแกอีกต่อไปแล้ว” ฉันหอบหายใจหนักมองสบตากับไอ้โดมที่จ้องหน้าฉันนิ่งพลางกระตุกยิ้มมุมปากและหัวเราะออกมาพลางเดินสวนฉันไปประคองอีจีจี้ที่ทำท่าออดอ้อนออเซาะจนเกี๊ยวเห็นแบบนั้น ก็พุ่งตัวจากไปตบอีจีจี้แต่ฉันก็ดึงต้นแขนเพื่อนเอาไว้ “อย่าไปตบมันให้เสียมือเลยเกี๊ยว สกปรก”

“เลิกก็เลิกดิ ฉันก็เบื่อเธอแล้วเหมือนกัน”

[50%]

----------------------------------------------

บทก่อนหน้า
บทถัดไป