บทที่ 4 เล่นกับรัก :: CHAPTER 1 ประจาน [100%]

“เพราะฉันยาก แต่อีจีจี้มันง่ายสินะ” ทิ้งระเบิดไว้อีกหนึ่งลูกจนอีจีจี้ก้มหน้าซุกเข้าหาแผงอกไอ้โดม แค้นใจมากบอกตามตรง ฉันแค้นพวกมันจนร้อนรุ่มในอก... แต่จะทำอะไรได้เพราะคนอื่นมองว่าฉันอันธพาลและมองว่าอีจีจี้มันดีไปแล้ว โง่ฉิบหายแค่นี้ก็แยกแยะไม่ออก หลงอะไรมันขนาดนั้นก็ไม่รู้คิดแล้วก็หงุดหงิด “เชิญเสพสมกันให้หนำใจเลยนะ คบกันมันให้นานๆ ล่ะอีจีจี้ เพราะฉันเชื่อว่าคนอย่างไอ้โดมมันไม่มีทางหยุดหรอก”

“เหมาะสมกันดีนะเหมือนดอกฟ้ากับเจ้าชาย” คำพูดของเกี๊ยวทำให้ฉันมึนงง ก่อนจะได้เห็นรอยยิ้มตรงมุมปากและคำพูดต่อจากนี้ “ไม่สิ ดอกฟ้ากับเจ้าชายน่ะสูงเกินไป อย่างแกสองคนเหมือนแรดกับตัวเหี้ยมากกว่า”

“เกี๊ยว!”

“ไม่ชอบเหรอ งั้นก็เหมือนผีเน่ากับโลงผุแล้วกัน พอใจไหม?”

“ไปกันเถอะเกี๊ยว ปล่อยให้พวกมันสมสู่กันไปเถอะ พวกหมาเดือนสิบสอง”

ฉันจูงมือเพื่อนเดินออกจากโรงอาหารของคณะอักษรศาสตร์และมาถึงหน้าคณะในเวลาต่อมา ฟินน์ไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้วคงจะเข้าห้องเดือนคณะไปคุยเรื่องงานประจำปีมหาลัยเร็วๆ นี้ล่ะมั้ง ช่างเถอะ ฉันหงุดหงิดและแค้นใจไม่หายเลยบอกตามตรง ตบมันไปแล้วก็ยังไม่หาย แบบว่าคนรอบข้างก็ดันไปเข้าข้างอีจีจี้ไง แม่งเห็นดีเห็นงามสนับสนุนให้มันแย่งแฟนฉันไปได้ แต่ไม่ได้คิดเสียดายไอ้โดมเลยสักนิดนะ ดีซะอีกโยนกองขี้หมาแห้งไปให้อีจีจี้รับช่วงต่อ ชีวิตฉันก็โคตรดีเลยล่ะได้ตัดมันออกไปจากชีวิต

“เฮ้อ แค้นพวกมันอะ”

“ตบแล้วยังไม่หายแค้นอีกเหรอ?”

“ดูดิ แกก็เห็นแฟนคลับหน้าโง่ของอีจีจี้ก็เข้าข้างซะ แทนที่จะเข้าข้างฉันที่โดนมันแย่งแฟน เหอะ ไอ้พวกโง่”

“หลงความน่ารัก ใสๆ ของมันไงก็งี้ล่ะ ผู้ชายชอบผู้หญิงแนวนี้มั้ง โดยเฉพาะเหี้ยโดม” เกี๊ยวด่าอดีตแฟนเก่าของฉันอย่างไม่ไว้หน้า ตอนแรกเพื่อนเคยบอกไอ้โดมมันเจ้าชู้ฉันก็ไม่เชื่อเพื่อนไง หลงคารมมันจนเผลอไผลคบหากันแต่มันก็ไม่เคยแสดงให้เห็นนะว่าตัวเองเจ้าชู้ เพิ่งจะมาออกลายกับอีจีจี้นี่ล่ะ

ระหว่างที่ฉันกำลังโกรธแค้นพวกมันสองตัวที่ทำเรื่องระยำใจให้กับฉัน รถบิ๊กไบค์คันสีดำขนาดใหญ่ราคาก็คงจะแพงมากๆ ขับผ่านหน้าฉันไปด้วยความที่ไม่ค่อยได้ใส่ใจใครที่ขับรถผ่านไปมา ทว่าฉันกลับมองรถคันนั้นจนกระทั่งจอดลงข้างๆ โต๊ะหินอ่อนหน้าคณะอีกฝั่ง ทุกย่างก้าวของผู้ชายคนนั้นสวมกางเกงยีนส์สีซีดและรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อสีดำ เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงข้อศอกมีรอยสักตรงท่อนแขนซ้ายและหลังมือขวาที่มองไม่ชัด รู้แค่ว่าด้านหลังเขาจะสะพายกระบอกใส่ภาพของเด็กสถาปัตยกรรมและด้านหลังมีกระดานแผ่นสำหรับไว้วาดรูป เขาคนนั้นถอดหมวกกันน็อกออกและทำให้ดวงตาของฉันเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลามีสีหน้าเรียบนิ่งวางหมวกกันน็อกไว้ข้างนอก หยิบมือถือสุดหรูราคาแพงสีเขียวเข้มต่อสายหาใครบางคน ทรงผมมัลเล็ตรากไทรตัดเข้าทรงและแสกกลาง รับกับใบหน้าหล่อคมคาย จมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากแดงคล้ำกำลังคุยสายกับใครบางคนจากนั้นก็วางไป ฉันถึงกับสะกิดแขนยัยเกี๊ยวที่กำลังก่นด่าไอ้โดมกับอีจีจี้ให้ฉันฟังแต่มันก็ไม่ได้เข้าหู

“โอ๊ย แกจะสะกิดอะไรฉันนักหนาวะเคลียร์ หนังจะถลอกอยู่แล้ว!”

“นั่นใครอะ”

“ใครอีก?” เกี๊ยวดูเหมือนจะหัวฟัดหัวเหวี่ยงพอมองตามนิ้วที่ฉันชี้ไปหาผู้ชายคนนั้น ก่อนจะมีผู้ชายอีกคนที่ทรงอย่างแบดมากๆ แบบแบดบอยจะเดินมารับกระบอกใส่งานของเด็กสถาปัตย์แน่นอนว่าฉันรู้สิก็เด็กสถาปัตย์มีกันทุกคนไง “อ๋อ พี่ซันรุ่นพี่เราไงอยู่ปีสี่ เดือนคณะคนก่อนจะมาเป็นอีฟินน์”

“ไม่ใช่ หมายถึงคนที่คร่อมรถอะ”

“เพื่อนพี่ซันไง รู้สึกจะชื่อ... ใช่แล้ว!”

“อะไรของแก ตกใจหมด” หันไปสบตากับเพื่อนที่ชี้นิ้วไปทางผู้ชายคนนั้นและถลกแขนเสื้อให้ฉันดู

“ช่างสัก”

“ห๊ะ! ร้านสักที่แกบอกฉันอะนะ”

“ใช่ ฉันจำได้เลยพี่เขาหน้าตานิ่งมาก แบบเป็นพวกพูดน้อยสุดๆ ตอนไปสักพี่เขาถามเสร็จก็สักให้เลยแต่ไร้การพูดคุย เพื่อนพี่ซันไง ชื่ออะไรวะ...” ยัยเกี๊ยวทำหน้านึกคิด ส่วนฉันก็ไม่สนใจเพื่อนหันไปมองเพื่อนของพี่ซันรุ่นพี่ปีสี่ที่ฮอตมากๆ พี่ซันน่ะฉันรู้จักเขาดิเขาดังขนาดนั้นทั้งในมหาลัยหรือในคณะ แบดบอยเรียกพ่อ เจ้าชู้เรียกปู่อะบอกเลยผู้ชายคนนี้ ควงสาวไม่ซ้ำหน้าจริงๆ แต่ละคนก็คือมีระดับ หากแต่ว่าที่ฉันสนใจน่ะคือเพื่อนเขาเว้ย “พี่สอง! ใช่ ชื่อพี่สอง รุ่นพี่ปี 4 คณะศิลปกรรม เป็นจิตกร วาดรูปสวยมาก”

“แกรู้ได้ไง?”

“โธ่ ดูในบอร์ดสิ พี่ซันชอบเอางานวาดพี่สองลงบอร์ดบ่อยๆ”

“จริงเหรอ”

“แต่ได้ข่าวว่าพี่เขาเป็น introvert นะ”

“โลกส่วนตัวสูงเหรอ?”

“อือ ฉันไม่ค่อยรู้อะไรเท่าไหร่นะ ทำไม? สนใจอ่อ” ฉันหันมามองพี่สองที่คุยกับพี่ซันสักพักก็แยกย้ายกันไป เขาสวมหมวกกันน็อกและสตาร์ทรถขับเลยคณะฉันไปซึ่งคณะศิลปกรรมศาสตร์อยู่ลึกเข้าไปสุดมหาลัยเลย “ฮั่นแน่ สนใจจริงอะ”

“ก็พี่เขาดีกว่าไอ้โดมล้านเท่า ยังไงก็น่าสนใจปะ”

“รู้ได้ไงว่าเขาดี”

“มองแวบเดียวฉันก็รู้แล้ว เพราะงั้น... ช่วยหน่อยดิ” อยากเอาคืนไอ้โดม อยากเอาคืนอีจีจี้ให้พวกมันอิจฉาที่ฉันได้คบกับพี่สอง หนุ่มหล่อที่ฮอตที่สุดในมหาลัยและดีกว่าไอ้โดมหลายล้านเท่า ฉันเชื่อแบบนั้นนะเพราะพวก introvert น่ะ ไม่นอกใจไม่เจ้าชู้แน่นอน แต่จะสนใจฉันหรือเปล่านี่ก็อีกเรื่องนะ รู้มาว่าพวกเขาจะสนใจแค่สิ่งที่ทำให้เขามีความสุขมากกว่าและฉันคงไม่บังอาจไปบอกกับเขาว่า ‘พี่สองคะ หนูเป็นความสุขเดียวของพี่ค่ะ’ ได้โดนมองแรงใส่อะดิ

“ช่วยอะไรไม่ทราบ”

“สืบให้หน่อยว่าพี่เขามีแฟน นิสัยยังไง”

“แกเห็นฉันเป็นนักสืบหรือไงวะเคลียร์”

“ในมหาลัยมีใครบ้างที่แกไม่รู้จัก รู้จักยันพ่อแม่ของยามที่เฝ้าหน้ามหาลัยอะ” ยัยเกี๊ยวได้ฟังก็ยิ้มแห้งๆ ส่งมาให้ฉัน มีอะไรบ้างที่ยัยเพื่อนคนนี้ไม่รู้กันล่ะ รู้จักคนทั้งมหาลัยเลยมั้ง แหงสิ พ่อยัยเกี๊ยวเป็นถึงคนใหญ่คนโตที่บริจาคเงินให้กับมหาลัยจำนวนมากจนสร้างตึก สร้างอะไรใหม่หมด ไม่รู้จักก็บ้าแล้ว! “เกี๊ยวช่วยฉันหน่อยดิ ถ้าแกอยากเห็นไอ้โดมมันอิจฉาที่ฉันหาผู้ได้ดีกว่ามัน”

“เออ! แกเป็นเพื่อนฉัน จะสืบให้ก็แล้วกัน”

“รักแกว่ะเกี๊ยว”

เราสองคนกลับเข้าคลาสเรียนเพื่อนเรียนออกแบบภายในซึ่งอาจารย์ก็ให้ออกแบบภายในมาคนละสองงาน เพื่อสำหรับใช้เป็นการทำโมเดล ขึ้นปี 2 เทอมแรกมาไม่เท่าไหร่งานก็ชุมยิ่งกว่าคนทำงานซะอีกนะ ยังไม่อยากจะคิดว่าฉันจะเรียนจบปีสี่ได้ยังไงไม่ให้ตัวเองกรีดเลือดตัวเองออกมาล้างตัว ด้วยเพราะวิชาเรียนมีแค่หนึ่งวิชาเรียนถึงบ่ายฉันกับเกี๊ยวก็เลยพากันมาหาอะไรกินเพื่อทำให้อารมณ์ดีขึ้น ในบอร์ดของมหาลัยก็ยังคงลงภาพอีจีจี้โดนฉันตบไปให้กำลังใจกันตรึม เหอะ ต่างจากฉันนะที่โดนแย่งแฟนไม่มีใครเข้าข้างเลย เวรกรรม! คนเราแม่งก็โง่จริงโง่จัง เข้าข้างคนผิดเพราะแบบนี้สังคมถึงไม่ขับเคลื่อนไปไหนสักที หัวจะปวดแต่ก็ช่างเถอะถือว่าฉันตัดไอ้สารเลวชั่วช้าออกไปจากชีวิตก็พอ

“ได้มาละ”

“ได้อะไร?” ฉันมองเพื่อนที่ตั้งแต่มานั่งกินชาบูกันเพื่อนก็เอาแต่ก้มหน้าเล่นมือถือ จากนั้นก็ยื่นมาให้ฉันพลางกินชาบูต่อ หากแต่ว่าฉันกลับมองแอคฯ ไอจีของใครก็ไม่รู้ซึ่งรูปโปรไฟล์เป็นรูปนั่งหันหลังกำลังวาดอะไรบางอย่างอยู่ “ไอจีใคร”

“ไอจีพี่สอง”

“ถามจริง! ทำไมได้เร็วจัง”

“ลองไปค้นในเพจร้านสักน่ะสิ เห็นเขาแนบไว้ก็เลยลองกดเข้าดู เป็นไงเก่งปะ”

“สุดยอดเลยว่ะเพื่อนฉัน” ถึงกับปรบมือให้กับความสอดรู้สอดเห็นของยัยเกี๊ยว ฉันก็มองยอดติดตามของพี่สองที่มีประมาณ 15K พอดีโดยใช้ชื่อว่า sxngxsyn ชื่อเขาคล้ายเล่นคำจาก song เป็น sxng แทนซึ่งมันเก๋มากสำหรับฉัน คำสุดท้ายฉันไม่รู้ว่าเขาตั้งมันหมายความแบบไหนก็เลยลองกดเข้าไปดูคนที่เขาติดตามมีแค่สองคนและหนึ่งในนั้นคือพี่ซันเพื่อนสนิทของเขาที่มียอดผู้ติดตาม 200K แน่นอนหนุ่มฮอตอย่างพี่ซันก็คืออัพเดตชีวิตอยู่ตลอดกับผู้หญิงคนหนึ่งที่สวยเซ็กซี่ขยี้ใจ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเธอเป็นใครนะแต่ก็ช่างเถอะ ฉันรีบหยิบมือถือตัวเองขึ้นมากดเข้าไอจีของฉันที่ใช้ชื่อว่า c_clear มีคนติดตาม 98K เพราะความสวยแซ่บและฮอตของฉันเนี่ยล่ะ รูปโปรไฟล์ฉันใช้รูปที่รับน้องปีหนึ่งตั้งตอนนั้นหน้าถูกแต่งแบบตัวตลกสวมวิกอีกต่างหาก ฉันชอบรูปนี้ที่สุด พอเข้าไอจีพี่สองได้ปุ๊บก็ติดตามทันทีแบบไม่รีรอ

“เรื่องส่วนตัวเขาขอเวลา”

“ได้เลย เดี๋ยวฉันเลี้ยงไอศกรีมแกถ้าได้เรื่องนะ”

“จ้า” เกี๊ยวย่นมจมูกใส่จากนั้นเราสองคนก็กินชาบูเสร็จก็ต่อด้วยชานมไข่มุกเดินเล่นจนถึงเย็นเพื่อซื้ออุปกรณ์สำหรับทำงานออกแบบในวันพรุ่งนี้ เมื่อได้ของตามที่ต้องการฉันกับเกี๊ยวก็เลยแวะไปร้านทำผมสักหน่อย ฉันไปทำผมของตัวเองให้ตรงเหมือนเดิมตอนแรกฉันฮิตผมส่งลอนใหญ่ทั้งหัวมากตอนนี้เบื่อแล้ว อีกอย่างทรงนี้ไอ้โดมมันบอกว่าชอบฉันก็เลยทำ ตอนนี้เลิกกับมันแล้วอะไรที่มันบอกชอบฉันก็จะเปลี่ยน จริงๆ ผมฉันตรงยาวสไลด์ด้านข้างตัดหน้าม้าแบบซีทรู พอทำตรงก็รู้สึกว่าทรงนี้เหมาะกับฉันที่สุด ส่วนยัยเกี๊ยวไว้ผมปะบ่ามัดเป็นมวยไว้กลางศีรษะให้ดูเซอร์ๆ เหมือนกับฉัน

ฉันกับเพื่อนแยกย้ายกันกลับเนื่องจากเกี๊ยวต้องรีบไปหาข้อมูลให้ฉันเรื่องพี่สอง ฮึก ฉันซึ้งในการทุ่มเทของเพื่อนมา ดังนั้นตั้งใจว่าจะเลี้ยงไอศกรีมของโปรดยัยเกี๊ยวสักหนึ่งเดือน นั่งรถแท็กซี่มาถึงคอนโดในเวลาพลบค่ำพอดีฉันก็หอบของพะรุงพะรังขึ้นมาถึงห้อง ระหว่างนั้นก็ต้องมึนงงที่เห็นร่างสูงใหญ่คุ้นตายืนรออยู่หน้าห้อง จังหวะที่มันหันหน้ามาฉันถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่ามันจะโผล่หัวมาน่ะสิ

“โดม”

ไอ้ห่านี่ต้องการอะไรจากฉันอีกวะ!

-----------------------------------------------

บทก่อนหน้า
บทถัดไป