บทที่ 3 ยัยเด็กแว่นตัวหื่น
นาทีนั้นที่ไวกว่าสมองคือสองขา รีบรุดไปหาคนถือรีโมททีวี หวังจะแย้งเอามากดปิด ทว่าชายหนุ่มก็ไม่ยอมง่ายๆยืดแขนออกสุดฤทธิ์
“หื่นไม่ใช่เล่นนะเนี่ย”
ปันปันแทบจะปรี๊ดแตกเป็นรอบที่สองของวัน พยายามจะยื้อแย้งเอารีโมทกลับคืนมา
ยิ่งเด็กสาวว้าวุ่นมันยิ่งทำให้มาวินเอ่อล้นไปด้วยความสุข กระตุกยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์กดปุ่มเล่นคลิปที่ค้างอยู่ จนบนโทรทัศน์เกิดภาพเคลื่อนไหวที่ตามมาด้วยเสียงครวญครางประสานกับเสียงเนื้อกระทบกัน เล่นเอาคนอับอายแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
“พี่วินนน!”
“อยากได้ก็มาแย่งไปสิ” ไม่ว่าเปล่า คนขี้แกล้งยังกดเพิ่มเสียงให้ดังขึ้นอีกห้าระดับ ชนิดที่คิดว่าคนเดินผ่านไปมาหน้าห้องต้องได้ยินอย่างแน่นอน
“เอาคืนมาพี่วิน!!” ราวกับเกิดมาใช้เวรใช้กรรม คนหัวร้อนเริ่มขึ้นเสียง ยืนเข่าคร่อมกับตักหนาจนมือเกือบจะเอื้อมถึง ทว่าคนแขนยาวก็ใช้ความไวเอาอ้อมกับเอวคอดแล้วเปลี่ยนจากถือมือขวาเป็นมือซ้าย ปั่นหัวกันไปอีก เล่นเอาตะบะคนร้อนรนจะแตก “พี่วิน!!!”
“ครับ” ยียวนน้องด้วยน้ำเสียงลากยาวหวานๆ เอากับเขาสิ!
“เอารีโมทมาให้ปัน!”
“ทำไมล่ะ? ดูหนังโป๊กับเธอก็ดีออก” ยังจะกระพริบตาใสใส่กันอีก นี่เธอจะโกรธเขาจริงๆแล้วนะ!
“ไม่ดี! ปันไม่เล่นและปันก็ไม่ดูด้วย” ทนไม่ไหว ลุกขึ้นเหยียบกับโซฟาเพื่อจะแย่งเอารีโมท คนบ้านี่!
อึก
จากที่หัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งน้องอยู่ดีๆ ปากหยักก็ค่อยๆหุบยิ้มลง ดวงใจแกร่งเกิดอาการสั่นระรัวไม่ตรงจังหวะ เหตุเพราะท้องน้อยของร่างบางอยู่ตรงกับใบหน้าพอดี ตรงนี้ได้กลิ่นหอมละมุนชัดเจน จนเผลอกลืนน้ำลายลงคอมือที่ชูรีโมทขึ้นสูงก็อ่อนแรงตาม มันสั่น...
...อยากจับอย่างอื่นแทนรีโมท อย่างอื่นที่คิดว่าน่าจะนุ่มและน่าลิ้มลองกว่า...
มือบางแย้งชิงของปัญหามาได้จนสำเร็จ รีบเอี้ยวตัวไปกดปิดหน้าจอโทรทัศน์ ค่อยหายใจเข้าเต็มปอดหน่อย จะบ้าตายก็คราวนี้
“พี่วิ...” ตั้งสติได้ก็ก้มหน้าเตรียมจะพ่นคำด่า ทว่าเป็นต้องชะงัก ใจไหวๆ เมื่อสบตากับดวงตาลุ่มลึกที่ช้อนขึ้นมามองหน้ากันพอดี
บะ แบบนี้ไม่ดีเลยแหะ!
มือน้อยผละออก ตั้งท่าจะลงแต่ก็ถูกอีกฝ่ายรั้งให้ลงมานั่งคร่อมกันดีๆ ส่งผลใบหน้าเราอยู่เสมอกันและใกล้กันชนิดที่สัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน มันยิ่งกว่าคำว่าไม่ค่อยดีเอาซะเลย “ปะ ปล่อย...”
“หัวใจ...เธอเต้นแรงจัง” เสียงทุ้มแหบพร่าคล้ายจะเย้าแหย่แต่ก้อนเนื้อในอกตัวเองกลับสั่นยุบยิบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พลางลูบไล้แผ่นหลังบางอย่างเผลอไผลทำเอาคนบนตักหายใจไม่ทั่วท้องกันเลยตอนนี้
บอกตามตรง จังหวะนี้ถ้าหัวใจดวงน้อยไม่เต้นก็คงเหมือนคนตาย ที่มีเพียงร่างกายแต่ไร้ลมหายใจ ชนะอยู่ดีๆก็รู้สึกแพ้ขึ้นมาเฉย แพ้ให้กับความแพรวพราวขี้แกล้งของคนตรงหน้า อดไม่ได้ก้มหน้าลงกัดไหล่กว้างแรงๆ
“อ๊ากกก!!! เป็นหมาหรือไงวะ”
“ค่ะ เป็นหมา” ใช้จังหวะที่คนเจ็บโอดครวญ ลุกออกจากตักหนาแล้วก้าวถอยให้ห่าง เมื่อครู่เธอเกือบไปแล้ว เกือบปันใจให้คนเจ้าเล่ห์ นิสัยไม่ดี “แล้วก็เป็นหมาบ้าด้วยถ้าพี่วินยังไม่ยอมออกจากห้องปัน”
“ซี๊ด ไอ้เด็กแสบ” มาวินซู๊ดปากพร้อมกับเลิกเสื้อดูแผลตัวเอง ฟันน้อยๆนี่กัดโคตรเจ็บ
“เชิญออกห้องปันค่ะ” ผายมือบอกทางให้เสร็จสรรพ ขนาดนี้แล้วออกเถอะพ่อคุณ ยิ่งอยู่ยิ่งเสี่ยงต่อหัวใจ
“ชิ!” ลุกขึ้นแล้วแยกเขี้ยวใส่เด็กแว่นอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะยอมเดินไปที่ประตูแต่โดยดี
ฝากไว้ก่อนเถอะ ยัยเด็กแว่นตัวหื่น!
ประตูงับปิดสนิทปันปันก็เข่าทรุดกับโซฟาเอนหลังพิงอย่างคนไร้เรี่ยวแรง ถอดหายใจพร้อมยกมือขึ้นกุมหน้าอกตัวเองหัวใจจะวาย เป็นมันทุกอาการเลย คิดแล้วก็อดตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้
อาการที่เธอเป็นอยู่มันคืออะไรกัน?
หากเป็นดั่งนิยายที่เขียนทุกวัน มันคงชัดเจนว่าเธอชอบพี่คนนั้น แต่นี่คือชีวิตจริง เธอจะชอบเขาได้ยังไงกัน รายนั้นทั้งเจ้าชู้สาวเยอะ อีกอย่างตัวเธอเองก็หน้าตาบ้านๆไม่ได้ดีเด่อะไร ขืนเข้าไปพัวพัน คงได้โดนสาบไปอีกสิบชาติอย่างที่เคยโดนในอดีต
“ประสบการณ์มีให้เห็น ช่วยจำหน่อยปันปัน คนอย่างเธอไม่คู่ควรกับใครทั้งนั้น”
วันหยุดผ่านไปอย่างกับโบกมือพัด เช้านี้ปันปันมีเรียนตอนแปดโมงครึ่งเลยออกจากห้องไวหน่อย แวะซื้อข้าวที่หน้ามหาลัยลงท้องเรียบร้อยก็เดินข้ามถนน ตรงเข้าประตูรั้วสถานศึกษา
“ปันปัน” เดินเรียบมาได้ครู่เดียว ก็ได้ยินคนเรียก หันไปก็เจอกับพี่สาวคนสวยอดีตดาวคณะที่กำลังวิ่งเข้าประตูมาพอดี เธอสวมเสื้อช็อปสีกรมท่า ดูแล้วโคตรเท่
“สวัสดีค่ะพี่บี๋” ยกมือไหว้ด้วยความเคารพ
“อุ้ย! ห่างกันปีเดียวไม่ต้องไหว้พี่หรอก” เรื่องเคารพรุ่นพี่รุ่นน้อง เบบี๋ ไม่ได้ถืออะไรมากมายอยู่แล้ว แค่ไม่พูดปีนเกลียวกันก็พอ ไม่งั้นมีสวน “มีเรียนเช้าเหมือนกันเหรอเรา?”
“ค่ะ” ยิ้มตอบบางๆ
“งั้นไปด้วยกัน” ใบหน้างามฉีกยิ้มกว้างจนรุ่นน้องต่างสาขารู้สึกสดชื้นตาม สัมผัสได้ถึงความเหมือนระหว่างพี่เบบี๋กับปลาทู ที่ดูนิสัยคล้ายกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคำพูดคำจา แทบจะเป็นพี่น้องที่คลานตามกันมาเลยก็ว่าได้
“เมื่ออาทิตย์ก่อนยัยตัวแสบมาขอพี่ให้เอาชื่อออกจากการลงประกวดดาว” เอ่ยบอกด้วยความเสียดาย หากตอนนั้นเธออยู่ที่ห้องชมรมคงไม่ยอมให้ปลาทูเอาชื่อออก คนเป็นน้องก็ได้แต่อมยิ้มบางๆ เพราะวันนั้นเธอเป็นคนไปส่งเพื่อนเอง
“ปลาทูคงไม่ค่อยชอบเรื่องพวกนี้ค่ะ” ดูจากหลายๆอย่าง ปลาทูคงชอบอิสระมากกว่าการที่ต้องมายืนส่งยิ้มให้คนนู้นคนนี้ที แถมยังต้องเข้าร่วมกิจกรรมอะไรอีกมากมายของทางมหาลัยด้วย ซึ่งดูไม่ใช่ทางนาง ที่รู้ก็เพราะพี่รหัสจอมบังคับชอบลากเธอไปนั่งเฝ้าด้วยทุกครั้ง
“แต่เพื่อนเราอีกคนดันชอบซะงั้น” แอบเคืองเล็กน้อย อยากได้ปลาทูมาเป็นตัวแทนของตัวเองมากกว่า
“เพื่อนอีกคน?” คิ้วบางขยับเข้าหากันเล็กน้อย พลางคิดไปหา...
“ก็...น้องรหัสอีพี่เธอร์หน้าโจรนั้นน่ะ” ที่บอกว่าหน้าโจรเพราะเดี๋ยวนี้พี่แกหัดไว้เคราเป็นฝรั่งเต็มตัว ไม่เห็นจะหล่อ แต่สาวๆดันกรี๊ดกราดกันใหญ่
“ยิ้มน่ะเหรอคะ?” ถึงจะสงสัยแต่ก็ขำในลำคอกับประโยคแซวพี่อาเธอร์ของคนข้างๆ เธอก็ว่าพี่เขาหล่อกร้าวใจอยู่นะ
“ช่าย” ตอบด้วยน้ำเสียงลากยาว “แต่ช่วงนี้พี่ไม่เห็นพวกเราอยู่ด้วยกันเลยล่ะ มีอะไรกันหรือเปล่า?”
“...” คำถามนี้ปันปันก็ตอบไม่ถูกและไม่รู้จะพูดยังไง จึงได้แต่ยิ้มน้อยๆ
“เหอะ!” เดินเข้าใต้ตึกเบบี๋ก็เบะปาก หายใจฟึดฟัดอย่างคนไม่สบอารมณ์ เรื่องที่คุยไว้เมื่อครู่ก็ถูกกลบไปทันที ปันปันมองตามสายตาก็เห็นว่าโต๊ะประจำที่นั่งทุกวันมีหนุ่มหล่อสมบัติของคณะวิศวะนั่งอยู่กันสามคน
พี่อาเธอร์ คนที่พี่เบบี๋พึ่งจะพูดถึงและดูจะไม่ชอบมากที่สุด พี่เพทาย หนุ่มหล่อสุดเย็นชา สาวๆต่างให้ฉายาว่าคุณชายน้ำแข็งแต่ก็ดูน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน พี่การิณ หนุ่มหล่อตาดุ ตวัดมองมาทีเสียวไปถึงลำไส้ใหญ่
ซึ่งพวกเขาต่างก็พร้อมใจกันกลอกตาขึ้นบนส่งกลับมาอย่างพร้อมเพรียง โอเค!พี่สาวคนสวยไม่ถูกกับเหล่ารุ่นพี่ๆสุดหล่อ ส่วนรุ่นพี่ฝั่งนั้นก็คงเป็นเหมือนกัน
...แล้วแบบนี้ความหวังของปลาทูที่อยากเห็นพี่เบบี๋กับพี่อาเธอร์ลงเอยกัน จะเป็นจริงไหมล่ะนั่น?
ปันปันโค้งหัวให้กับพี่ๆทั้งโต๊ะอย่างเคารพ แล้วเดินขึ้นบันไดไปพร้อมกับคนที่เดินมาด้วยกัน เพื่อนยังไม่กลับจากต่างประเทศ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปนั่งรวมกับคนหล่อๆ เดี๋ยวจะโดนสายตาพิฆาตของสาวๆเอา
ความจริงกลุ่มพี่ๆเขาควรจะมีด้วยกันห้าคน ทว่าพี่อคิณไปเที่ยวกับภรรยาตัวน้อยอย่างปลาทู เห็นว่าจะกลับมาวันนี้
อีกคนก็พี่มาวิน พี่หน้าหวานขวัญใจสาวๆทั้งคณะและมหาลัย ที่นอกจากจะหน้าหวานแล้วยังมีตำแหน่งเดือนคณะเป็นตัวรับประกันความหล่อเหลาอีกต่างหาก ซึ่งตอนนี้ไม่เห็น แสดงว่ายังมาไม่ถึงมหาลัย
“แล้วเจอกันนะเด็กน้อย” ก่อนแยกย้ายเบบี๋ก็ไม่ลืมที่จะบีบแก้มป่องๆของเด็กสาวอย่างที่ชอบทำกับปลาทู ปันปันคลี่ยิ้มอ่อนๆ ยืนมองแผ่นหลังของพี่สาวที่ค่อยๆเดินห่างออกไปก็เข้าห้องเรียน
พอไม่มีเพื่อนรักอยู่ด้วยแบบทุกที การมาเรียนก็จะดูเงียบเหงาจับใจ แทบจะจำความรู้สึกในตอนไร้เพื่อนไปแล้วด้วยซ้ำ หากวันนี้ไม่ได้มานั่งคนเดียวเหมือนเมื่อก่อน ครั้งที่ยังไม่ได้รู้จักกับปลาทู มันยิ่งทำให้ปันปันได้รู้ว่าการที่มีเพื่อนมันดีมากจริงๆ โดยเฉพาะเพื่อนอย่างปลาทู
“ปันปัน” ยิ้ม เด็กสาวน่าตาหน้ารักที่เห็นว่าเจ้าของชื่อนั่งคนเดียวจึงเดินเข้ามาทักทาย พร้อมกับนั่งลงข้างๆ “ฉันขอนั่งด้วยได้ไหม?”
