บทที่ 5 CHAPTER 2 (2)
“ว่าแต่มึงจะไปรับไปส่งกูได้จริงเหรอปืน” ฟองถามไอ้ปืน ก็คงจะเรื่องแฟนของไอ้ปืนนั่นแหละ ไอ้ปืนเขามีแฟนแล้วคือน้องอิงค์ มันเป็นคนแรกของกลุ่มที่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน
“นี่ไงอิงค์มาพอดี เดี๋ยวบอกให้อิงค์รู้เลย” ไอ้ปืนมันกำลังจะตอบฟอง แต่มันดันเห็นแฟนมันเดินเข้ามาเสียก่อน มันเลยลุกไปหาแฟนสาวของมันแล้วพามาที่โต๊ะ
“อิงค์คือพวกพี่อะจัดตารางกันไปรับส่งฟอง ไม่รู้ว่าฟองไปปากหมาใส่ใครเขาไว้ โดนเขาตามเล่นงานอยู่ ตอนแรกอะโดนชนท้าย ก็เลยไม่มีรถใช้ พอวันนี้ก็โดนแกล้งเดินชนจนล้ม ทั้งโจ๊ก ทั้งชาเย็น หกใส่ตัวมันหมด” ไอ้ปืนเล่าให้อิงค์ฟัง
“พี่ฟองน่ารักขนาดนี้มีศัตรูได้ไงอ่า” น้องอิงค์ชมมาแบบนี้ก็มีแต่ฟองคนเดียวนั่นแหละที่ยิ้มหน้าบาน ส่วนคนอื่น ๆ ก็ได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ
ฟองมันหน้าตาน่ารักจริง ๆ อันนี้ไม่เถียง นิสัยมันก็กวน ๆ ก็ดูน่ารักแหละ แต่ถ้ามันไปกวนคนอื่นเขาไว้ เขาจะคิดว่ามันน่ารักจริง ๆ เหรอ
“วันพุธจะเป็นคิวพี่ไปรับส่งฟอง อิงค์โอเคไหมอ่า” ไอ้ปืนถามแฟน น้ำเสียงและสีหน้านี่ดูโคตรเกรงใจเลย
เนี่ย เวลาเห็นผู้ชายมีแฟนแล้วแต่ละคนจะเกรงใจแฟนมาก ผมก็เลยไม่อยากมี อยากใช้ชีวิตไปวัน ๆ แบบนี้ ขี้เกียจคอยเอาอกเอาใจใคร ตามใจใคร ขอตามใจตัวเองดีกว่า
“ได้สิคะ ปกติเราก็ไม่ได้มาด้วยกันสักหน่อย” พอน้องอิงค์ตอบกลับมาแบบนี้ พวกเราก็สบายใจ
พวกเรายกฝูงกันออกมานั่งที่ซุ้มข้างตึกวิศวะ ตรงนี้เป็นที่ประจำของพวกเรา ถ้ามีสาว ๆ มานั่งด้วยก็จะนั่งเบียดกันหน่อย แบ่งฝั่งกันเลย ฝั่งหนึ่งผู้ชาย อีกฝั่งก็สาว ๆ
“คอลเลกชันใหม่นี่สวยว่ะ มีแบบเป็นเซตเลย กระเป๋าสะพาย กระเป๋าเครื่องสำอาง กระเป๋าสตางค์ ราคาก็ไม่แรงมาก เจ็ดพันนิด ๆ” นุ่นเอ่ยขึ้นมา พวกผมก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอก พวกสาว ๆ มันชอบนั่งดูนั่นดูนี่ เอฟของกันบ้างอะไรบ้าง
“มึงเอาปะนุ่น ถ้าเอาสั่งเผื่อกูด้วย กูเอาสีดำนะ” ปลาพูดกับนุ่น สาว ๆ คนอื่นก็ชะเง้อดูด้วย
“เอาดิ กูชอบสีเบจ” นุ่นตอบปลา แล้วเงยหน้าขึ้นมาถามน้องสาวของผม “มีนมึงเอาปะ”
“ฮึ ไม่เอาอะ ไม่ค่อยชอบแบบเป็นเซต”
“กูก็เหมือนกัน กระเป๋าสตางค์กูเพิ่งถอยมาใหม่ ไม่อยากเปลี่ยนอีก ไม่ชอบเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาด้วย” กลอยพูดต่อจากมีน
“มึงล่ะฟอง เอาปะ เมื่อเช้ากระเป๋ามึงเพิ่งเละนิ ถอยใหม่เลยปะ” นุ่นถามฟอง ฟองมันยิ้มกริ่มแล้วส่ายหน้าเล็กน้อย
“กูไม่ชอบอะไรที่เป็นเซต เซตเดียวที่กูชอบคือ… เซตย้อม” มันพูดจบก็หัวเราะคิกคัก ลอยหน้าลอยตาอารมณ์ดี
“อะไรคือเซตย้อม” กราฟถามฟองด้วยความงง ก็ไม่ได้มีแค่กราฟหรอกที่งง งงกันทั้งกลุ่มนี่แหละ
“มึงก็ผวนสิวะ!”
“เซตย้อม… ซ้อมเย…” มีนเป็นคนผวนให้ทุกคนฟัง ฟองนี่หัวเราะร่วน เสียงหัวเราะของมันนี่ขัดกับหน้าตามาก
พวกเราก็หัวเราะไปกับฟองด้วย ไม่ได้ขำกับคำผวนหรอก ขำเสียงหัวเราะของฟองนี่แหละ หัวเราะได้โคตรอร่อย…
ในตอนบ่าย พวกเรากลับพร้อมกัน โชคดีที่วันแรกไม่ได้เรียนอะไร ผมเลยไม่ต้องรอฟอง อยากกลับไปนอนจะแย่แล้วเหมือนกัน หากต้องรอฟอง ผมคงต้องนอนรอในรถนี่แหละ
“มึงเดินเข้าไปเองได้เปล่าเนี่ย” ผมนี่ระแวงแทนฟองเลยจริง ๆ กลัวว่าพอเดินเข้าตึกไปแล้วมันจะโดนดักทำร้าย
“ไปเองได้ กูไม่ยอมให้มันมาทำกูฝ่ายเดียวหรอก” เออ กูเชื่อ! เมื่อเช้ายังลุกไปถีบไอ้เวรนั่นได้เลย
“มึงรู้แล้วใช่ปะว่าคนที่ทำมึงเป็นใคร” ผมว่าฟองมันน่าจะต้องเดาได้จากคนคุยของมันนั่นแหละ เพราะฝ่ายนั้นว่าฟองว่าเป็นเมียน้อย แปลว่าคนทำต้องเป็นแฟนของคนที่ฟองกำลังคุยอยู่
“ไม่รู้อะ คือกูก็ระวังตัวได้ ถ้ากูรู้ว่าเป็นใคร กูก็เอาเรื่องแน่อะ” ฟองพูดไปด้วย ก้มหน้าปลดเข็มขัดนิรภัยไปด้วย “ขอบคุณนะ กูไปละ”
ถึงฟองจะพูดแบบนั้น แต่ผมก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดี ก็เลยคอยมองตามจนมันเดินเข้าตึกไป ผ่านไปประมาณ 10 นาที คิดว่าฟองน่าจะเข้าห้องเรียบร้อยแล้ว ผมก็เลยขับรถออกมา…
หลายวันผ่านไป
วันนี้ไม่ใช่คิวที่ผมจะต้องมารับฟอง เป็นคิวของไอ้ปืน แต่เมื่อวานนี้ที่มหาวิทยาลัย ฟองมันเอากระเป๋าสตางค์ของผมไป มันแค่แกล้งผมเล่นนั่นแหละ แต่คงลืมไปเลยจริง ๆ นี่รถผมน้ำมันจะหมดแล้ว หากไม่เติมก่อนเข้ามหาวิทยาลัย คาดว่าขากลับจะซวยแน่นอน
ที่จอดรถใกล้ ๆ ก็เต็ม เลยต้องขับมาตรงด้านหลัง ผมจอดรถแล้วเดินมาเรื่อย ๆ ก็เห็นรถของไอ้ปืนจอดอยู่ แต่เจ้าของรถไม่ได้อยู่ในนั้น สงสัยจะไปที่ร้านสะดวกซื้อ มื้อเช้านี่ฟองชอบฝากท้องไว้กับร้านนั้น
แต่พอผมจะเดินผ่านช่วงที่จะเลี้ยวไปทางร้านสะดวกซื้อ ก็ได้ยินเสียงคนคุยกัน
“เป็นไงบ้าง มันบอกไหมว่ามันชื่ออะไร” เสียงนี้เป็นเสียงผู้ชาย
“ชื่อปืนค่ะพี่ หนูแกล้งเข้าไปหวีดว่าเขาหล่อแล้วถามชื่อ เขาก็บอกว่าชื่อปืน”
“ดีมาก อะนี่เงินค่าขนม” คราวนี้เป็นเสียงผู้หญิง
ครู่หนึ่งก็มีเด็กมัธยมปลายเดินออกมา ผมก็เลยเดินเข้าไปทางนั้นแทน แล้วเปิดกล้องหน้าของสมาร์ตโฟนไว้ เห็นชายหญิงคู่หนึ่งยืนอยู่ ผู้หญิงสวมชุดนักศึกษา แต่เธอยังไม่ปักเข็มเลยไม่รู้ว่าเรียนมหาวิทยาลัยไหน ส่วนผู้ชายดูน่าจะโตกว่าสัก 10 ปี พอผมเดินผ่านสองคนนี้แล้ว ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทำเป็นว่าเซลฟี ชายหญิงคู่นั้นก็ไม่ได้สนใจอะไรผม
ผมรีบเดินกลับออกมา จะมาดักรอไอ้ปืนและฟอง แต่คู่นี้เขากำลังเดินไปที่รถพอดี ผมก็รีบวิ่งไปดักหน้าไว้
“มาทวงกระเป๋าสตางค์เหรอจ๊ะ” ฟองยังทำเป็นพูดเล่น ผมนี่อยากจะบีบคอมันจริง ๆ
“เอาคืนกูมาได้แล้ว รถกูน้ำมันจะหมดอยู่แล้ว” ผมแบมือไปตรงหน้า ฟองก็เอากระเป๋าสตางค์วางให้บนมือของผม
แต่เอ๊ะ ทำไมมันเบา ๆ แบน ๆ แปลก ๆ
“ไอ้ฟอง!” ผมเปิดกระเป๋าสตางค์ดูแล้วแทบช็อก ธนบัตรด้านในมีแต่
สีเขียวซึ่งก็มีอยู่แค่ 3 ใบ สีเทาสีแดงหายไปไหนหมด
“ฮ่า ๆ ๆ ตกใจอะไรขนาดนั้น หยอกนิดหยอกหน่อยเอง” ฟองพูดจบก็เอาเงินคืนผมมาทั้งหมด
ฟองนะฟอง!
ผมได้กระเป๋าสตางค์พร้อมเงินคืนมาแล้ว ก็มาที่รถของตัวเอง ขับออกมาแวะเติมน้ำมันแล้วค่อยเข้ามหาวิทยาลัย ลืมเรื่องที่ไปถ่ายรูปมาเสียสนิท จนกระทั่งถึงวันที่ฟองได้รถกลับมาใช้…
“ส่งกูแค่ตรงนี้แหละ เดี๋ยวกูเข้าไปเอง วันศุกร์แบบนี้มึงจะได้รีบไปหาสาวลงท้อง”
“เออ ฝากหวัดดีพ่อแม่มึงด้วย”
ฟองไหวไหล่อย่างกวน ๆ หน้าตานี่สดชื่นมากเลยแฮะ คงเป็นเพราะได้รถคืน และไม่มีใครมาแกล้งอะไรมันแล้ว ตั้งแต่วันนั้นมันก็ไม่ได้โดนอะไรอีก ก็อย่างว่าพวกเพื่อนผมมันดูแลอย่างกับไข่ในหิน พูดถึงเรื่องนี้ก็นึกถึงชายหญิงคู่นั้นขึ้นมา แต่ฟองก็เดินไปไกลแล้ว อีกอย่างคือมันไม่ได้มายุ่งกับฟองแล้วก็ช่างมันก็แล้วกัน
คืนวันศุกร์แบบนี้ก็อย่างที่ฟองพูด ออกมาหาสาว ๆ ลงท้องดีกว่า อดอยากปากแห้งมานานแล้วตั้งแต่ที่ต้องคอยดูแลคุณหนูฟองนั่นแหละ ผมกลับเข้ามาที่บ้านไอ้ไฟก็เลยชวนพวกเพื่อน ๆ ไปเที่ยวกัน แต่ไม่ชวนพวกสาว ๆ หรอกนะ ขืนเอาพวกนั้นไปด้วย ไม่มีใครเข้าใกล้แน่นอน ใครเขาจะเชื่อว่าพวกนั้นมันเป็นเพื่อน นอกจากต้องนั่งแยกโต๊ะ แต่ก็นะ… ไม่ต้องชวนอะดีที่สุด
“มึงจะไม่ไปกับพวกกูจริง ๆ เหรอวะ” ก่อนออกจากบ้านผมก็หันไปถามไอ้ไฟ มันส่ายหน้าให้เป็นคำตอบแล้วปิดประตูบ้านใส่หน้าผมทันที
ไอ้ไฟนี่เขามีคนในใจแล้ว แต่ไม่ได้คบ อย่าพูดถึงขั้นคบเลย แค่คุยก็ไม่ได้คุย มันไม่กล้าสู้หน้ากับไอติม ส่วนไอ้ปืนนั่นก็ไม่ได้ออกมาด้วย แฟนมันไม่อยากให้ดื่มสักเท่าไร แต่ไม่ใช่ว่าไอ้ปืนเขาทำตัวดีนะครับ มันออกมาเที่ยวบ่อยจนครั้งนี้ไม่กล้าออก กลัวเมีย!
พวกผมขับกันมาคนละคัน เพื่อความเป็นส่วนตัวในตอนกลับ ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายแน่ ๆ รถก็เลยต้องพร้อม แต่นอกจากรถแล้วก็มีเครื่องป้องกันที่ต้องเตรียมพร้อม พวกผมแบ่งกันคนละกล่องตอนก่อนจะออกจากบ้าน ไอ้กราฟมันกดสั่งซื้อมาทีเป็นโหล ซื้อเยอะขนาดนี้สั่งออนไลน์คือทางออก ถ้าเดินเข้าร้านสะดวกซื้อไปซื้อมาเป็นสิบกล่องนี่เขินตายเลย
“พร้อมปะวะ” ไอ้ภีมเดินเข้ามาหาผม ก่อนที่ไอ้กราฟจะเดินตามเข้ามา
“พร้อมมากกกก หมดภาระอย่างฟองแล้ว กูต้องการความสดชื่นในชีวิต” ผมตอบแบบไม่ต้องคิด วันศุกร์ที่ผ่าน ๆ มา ต้องคอยรับส่งฟอง แล้วมันก็ดันกลับบ้านทุกวันศุกร์ บ้านมันก็ไม่ใช่ใกล้ ๆ เท่านั้นไม่พอ วันเสาร์อาทิตย์มันก็ดันชวนผมไปที่บ้าน ทำอะไรกินกัน
มันหวังดีกับเพื่อนเหรอ? เหอะ มันแค่ชวนเพราะมันอยากได้รถไปซูเปอร์มาร์เก็ต ไปห้าง แล้วซื้อของกลับมากินที่บ้าน
ผมนี่อยากปฏิเสธจะแย่แต่เกรงใจ ไม่ได้เกรงใจฟองนะครับ เกรงใจคุณพ่อ คุณแม่ของฟองต่างหาก มันเล่นชวนผมต่อหน้าท่านตลอด จงใจไม่ให้ผมปฏิเสธ
พวกเราสามคนเดินเข้าสถานบันเทิงด้วยท่าทางที่โคตรนิ่ง โคตรสุขุม แม้ว่าความจริงพวกเราจะปัญญาอ่อนแค่ไหนก็ตาม แต่เราก็ต้องเก๊กขรึมเข้าไว้ มาดนิ่งแบบนี้แหละอ่อยสาว ๆ ได้เพียบ
“ถ้ากูเจอกูออกเลยนะเว้ย” ไอ้กราฟเอ่ยขึ้นมาแล้วกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ผับนี้ก็ใช้ได้ หมายถึงสาว ๆ อะแซ่บใช้ได้ พวกผมไม่ได้ไปที่ผับพี่เอ็กซ์ อยากไปที่อื่น ๆ บ้างน่ะครับ
“ใครออกจากที่นี่คนสุดท้าย รับผิดชอบค่าเสียหายเองนะครับ” ผมพูดแล้วยักคิ้วอย่างกวน ๆ มั่นอกมั่นใจว่าตัวเองต้องได้ออกจากที่นี่ก่อนใคร
ทว่า…
“ขอบคุณที่เลี้ยงกูนะครับคุณมาร์ช” ไอ้กราฟเอ่ยออกมาก่อนที่จะโอบเอวสาวแล้วเดินออกไป
ฉิบหายเอ๊ย! เหลือกูคนเดียวได้ไงวะ ไอ้ภีมนี่มันไม่พูดพร่ำใด ๆ ไม่ข่ม ไม่เชี่ยอะไรเลย แต่มันได้ออกไปเป็นคนแรก…
