บทที่ 6 CHAPTER 3 (1)
CHAPTER 3
ผมนั่งเหงา ๆ คนเดียวได้ไม่นาน ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาหา เธอหย่อนสะโพกนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามกับผม มองบนโต๊ะที่มีแก้วเหล้าวาง
“เพื่อนไปกันหมดแล้วเหรอคะ”
“ครับ” ผมตอบแล้วคลี่ยิ้มบาง ๆ ให้ หน้าตาเธอก็สวยดีเหมือนกัน
“กุ้งนะคะ”
“มาร์ชครับ”
รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นบนใบหน้าสวย รอยยิ้มแบบนี้ แววตาหวานเยิ้มแบบนี้ เราไม่ต้องพูดอะไรกันมาก มองกันออกอยู่แล้วว่าต่างฝ่ายต่างต้องการอะไร
“อยากออกไปข้างนอกแบบเพื่อนไหมคะ” เธอถามมาแบบนี้ แสดงว่าเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น ผมเลิกคิ้วขึ้นสูงเป็นเชิงถาม เธอก็ชี้ไปที่โต๊ะทางฝั่งซ้าย มีผู้หญิงอีกสองคนนั่งอยู่
“เมื่อกี้กุ้งนั่งอยู่กับเพื่อนตรงนั้น ก็เลยเห็นตอนที่เพื่อนของมาร์ชออกไป” พอเธอบอกให้ผมหายสงสัย ผมก็พยักหน้ารับ
“แล้วมาร์ชไม่อยากออกไปแบบเพื่อนเหรอ” กุ้งถามผมอีกครั้ง
“แค่คืนเดียว” ผมพูดข้อตกลงก่อนที่จะออกไป คืนเดียว… หลังจากนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก ไม่ต้องมีแม้แต่ช่องทางการติดต่อของกันและกัน
“ต้องการแค่นั้นเหมือนกัน” กุ้งพูดจบก็โปรยยิ้มหวาน ๆ เธอเดินไปเอากระเป๋าสะพายของตัวเอง ส่วนผมก็จ่ายค่าเสียหายบนโต๊ะ
ผมและกุ้งออกมาที่โรงแรมใกล้ ๆ เพียงแค่ประตูห้องปิดสนิท เธอก็ดันผมให้แผ่นหลังชนกับผนังห้อง แล้วเข้ามากดจมูกคลอเคลียที่ลำคอของผม ผมจับเอวของเธอไว้แล้วเอียงใบหน้าให้เธอได้ซุกไซ้ได้ถนัด ก่อนจะดึงเนื้อผ้าของชุดที่เธอสวมใส่ ให้ชายกระโปรงของเธอล่นขึ้นมา
Rrrr
ใครแม่งขัดจังหวะเวลาแบบนี้วะ? ผมดันผู้หญิงตรงหน้าออกด้วยความหงุดหงิด ล้วงเอาโทรศัพท์มือถือออกมากดดู
-พี่เอ็กซ์-
“มีไรอะพี่” ผมรับสายแล้วเอ่ยถามออกมา ปกติพี่เขาก็ไม่ค่อยได้โทรหาผมนะ คืนนี้มีอะไรถึงได้โทรมา
[กูขัดจังหวะอะไรปะเนี่ย เสียงหงุดหงิดเชียว] เสียงผมบ่งบอกได้ขนาดนั้นเลยเหรอ ก็ว่าพูดปกติสุด ๆ แล้วนะ
“มีไรอะ” ผมไม่ตอบคำถาม จะให้ตอบได้อย่างไรว่ากำลังจะขึ้นเตียง
[มาดูฟองหน่อย มันมาดื่มที่ผับอยู่คนเดียวเนี่ย ท่าทางเหมือนไม่ค่อยดี] ฟอง! มึงอีกแล้วนะ ทำไมชอบขัดกูจังวะ
“มันเป็นไร”
[ไม่รู้เหมือนกัน กูเดินเข้าไปคุยด้วย มันก็ไม่ตอบ เอาแต่เงียบ กูไม่ว่างมาเฝ้ามันอะ วันนี้มีแขกคนพิเศษ มึงมาลากมันกลับไปหน่อย]
“โอเค”
[มาเลยนะ เดี๋ยวใครหิ้วมันออกไปก่อน] พี่เอ็กซ์คงหมายถึงถูกใครพาไปขึ้นเตียงนั่นแหละ
“ครับ ๆ” ผมกดวางสายแล้วหันไปมองหน้ากุ้งนิ่ง ๆ
“ส่งที่เดิมด้วยก็แล้วกัน” กุ้งคงมองออกว่าผมไม่ทำอะไรต่อแล้ว หน้าตาบึ้งตึง น้ำเสียงแข็ง ๆ ไม่หวานเหมือนตอนอยู่ในผับ
แต่ก็ช่างเถอะ อย่างไรก็ต้องเลือกเพื่อนก่อนอยู่แล้ว ฟองนี่ก็ไม่รู้เป็นบ้าอะไรขึ้นมา ถึงได้ขับรถจากบ้านตัวเองเข้ามาดื่มคนเดียวแบบนี้ ปกติเห็นต้องยกกันมาทั้งแก๊ง ถ้าให้เดาก็คงทะเลาะกับพ่อมันมานั่นแหละ
คุณพ่อของฟองท่านก็รักและห่วงฟองมาก เพียงแต่คำพูดของท่านจะดูรุนแรงไปสักหน่อย นี่ไปเอารถ ก็คงโดนพ่อดุเข้าให้
ผมส่งกุ้งที่เดิมแล้วก็รีบขับมาที่ผับของพี่เอ็กซ์ ดีที่ไม่ได้อยู่ห่างกันมากนัก ไม่งั้นผมคงกังวลตาย กลัวใครจะมาลากมันออกไปก่อน ยิ่งดึก ๆ แบบนี้ด้วย
ผู้คนเริ่มบางตาลงแล้ว ใกล้เวลาที่สถานบันเทิงจะปิด นักท่องราตรีก็ทยอยกลับ ผมกวาดสายตามองไปรอบ ๆ โต๊ะประจำที่พวกสาว ๆ ชอบนั่งก็ไม่มี ผมเลยเดินเข้ามาเรื่อย ๆ จนมาเจอว่าฟองนั่งอยู่ที่หน้าบาร์
“เป็นเชี่ยอะไร” ผมนั่งลงข้าง ๆ แล้วเอ่ยถามออกมา ฟองไม่ตอบคำถามของผม เธอกระดกเครื่องดื่มเข้าปากรวดเดียวหมดแก้ว
“มันดื่มเยอะปะ” ผมถามพนักงานที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ น่าจะเป็นคนที่พี่เอ็กซ์ให้คุมฟองไว้ก่อน รอจนกว่าผมจะเข้ามา
“ไม่เยอะครับ”
“โอเคครับ พี่ไปทำงานเถอะ เดี๋ยวผมดูเพื่อนผมต่อเอง ขอบคุณมากนะครับ”
พอพี่พนักงานเดินออกไป ฟองก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับวางธนบัตรสีเทาหลายใบไว้ใต้แก้วที่เพิ่งดื่มไปเมื่อสักครู่นี้ ผมนี่รีบเอาธนบัตรออกมาบ้าง มันจะจ่ายอะไรเยอะขนาดนั้น ค่าเครื่องดื่มไม่ถึงหรอก
“มึงจะไปไหนอีก” ผมถาม แต่ฟองก็ไม่ตอบ
“ฟอง!” ผมเดินไปขวางหน้าฟองไว้ แล้วจับแขนฟองทั้งสองข้าง ไม่ให้เดินต่อ และให้สนใจกับคำถามของผมสักนิด
“มึงกลับไปได้แล้วมาร์ช” ฟองดันมือผมออกจากแขน ผมก็ยอมปล่อยนะ แต่ยังคงยืนขวางอยู่เหมือนเดิม
“แล้วมึงจะไปไหนต่อ” ถ้าฟองมันทำตัวตามปกติ ผมจะไม่ห่วงเลย แต่นี่มันโคตรจะผิดปกติอะ มันเคยเงียบขนาดนี้เสียที่ไหน
“ไปหาผัว”
“มึงมีผัว?” ฟองมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่เห็นรู้เรื่องเลย หรือว่ามันจะหมายถึงคนคุย
“ไม่มี กำลังจะหาอยู่นี่ไง แต่พี่เอ็กซ์ดันเอาคนมาคุมกู กูเลยอดมีผัว ทั้งที่มีผู้ชายเข้าหากูตั้งหลายคน”
“ตลก?” มันกำลังเล่นมุกตลกอะไรอยู่หรือเปล่า หน้าตามันก็นิ่ง ๆ จนผมไม่มั่นใจ
“ไม่ตลก กูจริงจัง” ฟองเดินผ่านหน้าผม ผมพยายามจะขวางมันไว้แต่มันก็ดันผมซะกระเด็น ผมก็เลยรีบวิ่งไปที่รถของตัวเองแล้วขับตามออกไป
ฟองมาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่เปิดโต้รุ่ง ด้านหน้าก็ร้านอาหารธรรมดา แต่ด้านในนี่ไม่ใช่ มันคือร้านหล้า ที่เปิดไฟสลัว ๆ เปิดเพลงคลอ เบา ๆ สบาย ๆ และค่าอาหารค่าเครื่องดื่มก็แพงมากเลยทีเดียว
คนที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ส่วนใหญ่ก็เพิ่งออกมาจากผับ อารมณ์ค้างอยากเมาต่อเลยแวะมาต่อกันที่นี่ ผมนั่งโต๊ะเดียวกับฟอง มองเธอกระดกแก้วอย่างเดียว หากผมดื่มด้วยแล้วเมากันทั้งคู่ จะพากันกลับไม่ได้ ที่นี่ไม่ใช่สถานที่คุ้นเคยอย่างผับพี่เอ็กซ์ ที่เมาแล้วหลับคาผับก็ยังไม่เป็นไร แค่ฟังเสียงบ่นของเจ้าของผับและจ่ายเงินเพิ่มให้พนักงานที่ต้องรับภาระอย่างพวกผม
“เมื่อไหร่มึงจะไปเนี่ย กูจะได้มีผัวสักที” ฟองเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ติดไปทางไม่พอใจ เธอดูหงุดหงิดมากที่ผมมาตามเฝ้าแบบนี้
“กูกลัวมึงโดนหิ้วออกไปนี่หว่า” ขนาดอยู่ผับพี่เอ็กซ์ยังห่วงจนต้องรีบมารับ แล้วสถานที่แบบนี้ผมจะปล่อยฟองทิ้งไว้ได้อย่างไรกัน
“นั่นคือสิ่งที่กูต้องการ แล้วมึงจะกลัวทำไม ตัวกูเองกูยังไม่กลัวเลย” ฟองกลอกตาไปมาด้วยท่าทางเบื่อหน่าย แก้วเครื่องดื่มถูกยกกระดกดื่มเข้าปากไปเพียงเล็กน้อย เธอก็วางแก้วลงแล้วมองไปทางด้านหลังของผม
หันมองตาม ก็เห็นว่ามีผู้ชายอีกคนกำลังมองฟองอยู่ ท่าทางของเขาคนนั้นก็ดูสนใจฟองไม่น้อย ขนาดผมนั่งอยู่ตรงนี้ เขายังส่งสายตาแบบนี้เลย ผมขยับตัวมานั่งปิดระยะที่เขาจะมองฟองได้ แต่คนตรงหน้าผมกลับส่งเสียงฮึดฮัดไม่พอใจ ที่ผมขัดเธอและเขา
“ถามจริง มึงคิดแบบที่มึงพูดจริง ๆ เหรอ” ผมถามย้ำ แม้การกระทำของเธอจะเป็นคำตอบได้เป็นอย่างดีว่าเธอคิดแบบนั้นจริง ๆ แต่ผมก็ยังคงอยากถามย้ำ ๆ เผื่อว่าในใจลึก ๆ ฟองจะไม่ได้ต้องการ เธอจะได้ลังเลจนเปลี่ยนใจ
“เออ กูอยากมีความสัมพันธ์แบบไม่ต้องรักอะ กูอยากรู้ว่าทำได้จริงเหรอวะ คนเราจะเอากันโดยที่ไม่มีความรู้สึกดี ๆ ต่อกันได้จริง ๆ เหรอวะ” ฟองยังคงยืนยันคำเดิม
“แบบกูอะนะ” ผมถามกลับไป เอากันโดยที่ไม่มีความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน ก็เหมือนที่ผมไปวันไนต์สแตนด์กับสาว ๆ น่ะสิ
“ใช่ ก็แบบที่มึงเคยชวนกูอะ” ฟองพูดจบก็กระดกเหล้าเข้าไปอีก
ผมนั่งนึกว่าผมไปชวนฟองตอนไหน ผมเคยชวนเพื่อนด้วยเหรอวะ สักครู่หนึ่งก็นึกขึ้นได้ว่าเคยพูดเล่นตอนที่รับส่งใหม่ ๆ
“ถ้ากูตอบตกลงตอนนี้ ยังทันอยู่เปล่าวะ” ฟองลุกจากเก้าอี้ แล้วเดินมานั่งลงที่ตักผม แขนเรียวโอบกอดลำคอของผมไว้ ก่อนจะซบหน้าเข้าที่บ่าของผม
