บทที่ 4 ดื้อรั้นจนได้เรื่อง

“พี่เกด! ทำไมเอาชุดนี้มาให้เรย์ใส่ เรย์บอกแล้วไงว่าจะเอาชุดสีแดงนั่น!”

เสียงแหลมปรี๊ดของนางแบบสาวเบอร์หนึ่งดังแหวกความวุ่นวายหลังเวทีงานแฟชั่นโชว์ระดับประเทศ ทีมงานสไตลิสต์และช่างแต่งหน้าที่กำลังวิ่งวุ่นเตรียมคิวงานถึงกับสะดุ้งสุดตัวและหยุดชะงักไปชั่วขณะ เรย์มิยืนเท้าเอว ใบหน้าสวยเฉี่ยวบึ้งตึง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนแทบจะชนกัน มือเรียวชี้ไปที่เดรสยาวสีแดงสดที่แขวนเด่นอยู่บนราวเหล็กมุมห้อง

“โธ่...น้องเรย์มิขาทูนหัวของพี่ ชุดสีแดงตัวนั้นมันแหวกหลังลึกไปถึงเอวเลยนะคะ แถมผ่าข้างขึ้นมาสูงปรี๊ดอีกต่างหาก”

พี่เกด ผู้จัดการร่างท้วมรีบวิ่งเข้ามาลูบแขนหญิงสาวอย่างเอาใจ

“คุณหมอเซนท์สั่งพี่ไว้เด็ดขาดเลยนะลูก ว่างานนี้ห้ามโป๊เด็ดขาด ให้ใส่ชุดลูกไม้สีขาวคอเต่าตัวนี้แทน ปลอดภัยกว่าตั้งเยอะนะคะ”

“ไม่เอา! ฟินาเล่ทั้งทีจะให้เรย์มาใส่ชุดคอเต่าปิดมิดชิดเป็นแม่ชีได้ยังไง!” เรย์มิสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของพี่เกด

“พี่เกดก็รู้ว่าคอนเซปต์งานวันนี้มันคือความเร่าร้อน แล้วดูชุดที่พี่เซนท์เลือกให้สิ จืดชืดที่สุด!”

“แต่น้องเรย์มิ...” สไตลิสต์สาวประเภทสองพยายามพูดแทรกขึ้นมาเสียงอ่อย

“ชุดแดงนั่นสปอนเซอร์เขาเตรียมไว้ให้นางแบบอีกคนนะคะ ถ้าเปลี่ยนกะทันหัน”

“ก็ไปเอาชุดอื่นให้ยายคนนั้นใส่สิ!” เรย์มิตอกกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองอย่างเอาเรื่อง

“เรย์เป็นตัวท็อปของงานนี้นะ มีสิทธิ์เลือกชุดที่ดีที่สุด แล้วเรย์ก็จะใส่ชุดนี้ ใครมีปัญหาไหม”

บรรยากาศหลังเวทีตึงเครียดขึ้นมาทันที ไม่มีใครกล้าสบตากับนางพญาจอมวีนที่กำลังแผ่ออร่ากดดันอย่างหนัก พี่เกดหยิบยาดมขึ้นมาสูดฟืดใหญ่พลางทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

“น้องเรย์มิ...อย่าดื้อกับพี่เกดเลยนะลูก ถ้าคุณหมอเห็นชุดนี้เข้า พี่เกดโดนหักคอจิ้มน้ำพริกแน่ๆ” ผู้จัดการส่วนตัวพยายามอ้อนวอน

“พี่เกดเป็นผู้จัดการเรย์ หรือเป็นลูกน้องพี่เซนท์กันแน่คะ” หญิงสาวกอดอกเชิดหน้า

“พี่เซนท์ไม่ได้เป็นเจ้าของชีวิตเรย์สักหน่อย ทำไมต้องเชื่อฟังเขาทุกเรื่องด้วย”

‘คอยดูเถอะ จะยั่วให้โมโหจนเต้นเป็นเจ้าเข้าเลย!’ ในใจของเธอเต็มไปด้วยความท้าทาย

“ไปหยิบชุดแดงมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!” เรย์มิหันไปออกคำสั่งกับสไตลิสต์ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

สไตลิสต์สะดุ้งรีบวิ่งไปปลดเดรสสีแดงลงมาจากราวแล้วยื่นให้หญิงสาวด้วยมือที่สั่นเทา เรย์มิคว้าชุดมาถือไว้ก่อนจะเดินสะบัดหน้าเข้าไปในห้องลองเสื้อผ้าโดยไม่สนใจเสียงทัดทานของใครทั้งนั้น

ไม่กี่นาทีต่อมา ผ้าม่านห้องลองเสื้อก็ถูกกระชากเปิดออก เรย์มิก้าวออกมาด้วยความมั่นใจ เดรสสีแดงสดรัดรูปร่างอรชรขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอย่างชัดเจน ด้านหน้าดูเรียบหรู แต่ไฮไลต์อยู่ที่ด้านหลังที่แหวกกว้างเผยให้เห็นแผ่นหลังขาวเนียนไร้ที่ติไปจนถึงช่วงเอวคอด แถมกระโปรงยังผ่าสูงขึ้นมาจนเห็นเรียวขาขาวยาวสลวยทุกครั้งที่ขยับตัว

“โอ้โห...สวยมาก” ช่างแต่งหน้าคนหนึ่งเผลออุทานออกมาเบาๆ

“เห็นไหม เรย์บอกแล้วว่าชุดนี้มันเกิดสุดๆ”

หญิงสาวยิ้มกริ่มอย่างพอใจ เธอเดินไปหยุดอยู่หน้ากระจกบานใหญ่บานใหญ่

“น้องเรย์มิ...พี่ว่ามันโป๊ไปจริงๆ นะลูก” พี่เกดเสียงสั่น เดินเข้ามาจับชายกระโปรงอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“เปลี่ยนเถอะนะลูกนะ พี่ไหว้ล่ะ”

“ไม่เปลี่ยนค่ะ พี่เกดเลิกบ่นได้แล้ว ไปเตรียมตัวเช็กคิวหน้าเวทีเถอะ อีกเดี๋ยวเรย์ก็ต้องขึ้นโชว์แล้ว”

เรย์มิยืนหมุนตัวซ้ายขวาเช็กความเซ็กซี่หน้ากระจกเงา ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงสดเหยียดยิ้มอย่างมั่นใจ เธอโพสท่ายกมือขึ้นเสยผม เผยให้เห็นแผ่นหลังเนียนสวยเต็มตา

ทว่าจู่ๆ เสียงพูดคุยและเสียงฝีเท้าที่วิ่งวุ่นกันอยู่หลังเวทีก็เงียบกริบลงกะทันหัน บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกขึ้นมาอย่างประหลาดจนเรย์มิสัมผัสได้

เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาในห้องแต่งตัว ทุกคนแหวกทางให้ชายหนุ่มร่างสูงในชุดเชิ้ตสีเข้มที่เดินล้วงกระเป๋ากางเกงเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบตึง เซนท์ปรายตากวาดมองแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเรย์มิตั้งแต่ช่วงไหล่เนียนไล่ลงมาจนถึงช่วงเอวคอด นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นมาทันที

“เปลี่ยนชุด” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงอำนาจจนทีมงานรอบข้างสะดุ้ง

“ไม่เปลี่ยนค่ะ!” เรย์มิหันขวับกลับมาประจันหน้า

“นี่มันงานของเรย์ พี่เซนท์ไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่ายนะ!”

“พี่บอกให้เปลี่ยน” เซนท์ก้าวประชิดตัว นัยน์ตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต

“หรือจะให้พี่สั่งยกเลิกสปอนเซอร์งานนี้ทั้งหมด เอาไหม”

‘เผด็จการที่สุด! เรย์มิเม้มปากแน่นด้วยความเจ็บใจ’

“แต่ชุดนี้มันเป็นชุดฟินาเล่! ถ้าเปลี่ยนตอนนี้สเตปการเดินมันจะพังหมดเลยนะ!” เธอพยายามเถียง คางเชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้

“ชุดลูกไม้สีขาวที่เตรียมไว้ตอนแรกอยู่ไหน”

เซนท์ไม่สนใจคำประท้วงของคนตรงหน้า เขาหันไปถามสไตลิสต์ที่ยืนตัวสั่นอยู่มุมห้อง

“เอามาเปลี่ยนให้น้องสาวผมเดี๋ยวนี้ ถ้าผมเห็นหลังเว้าๆ นี่โผล่ไปบนเวทีแม้แต่นิดเดียว พวกคุณเตรียมตัวตกงานกันได้เลย”

“ว้าย! ได้ค่ะคุณหมอ! ไปหยิบชุดคอเต่ามาเร็วเข้าพวกเรา!”

พี่เกดรีบดันหลังลูกน้องให้วิ่งไปหยิบชุดเดิมมาอย่างลุกลี้ลุกลัน

“น้องเรย์ยอมๆ พี่หมอไปเถอะลูก พี่ขอร้องล่ะนะ งานจะเริ่มแล้ว”

“พี่เซนท์บ้าอำนาจ!” เรย์มิกำหมัดแน่น กระทืบเท้าเร่าๆ

“เรย์เกลียดพี่ที่สุดเลย!”

“จะเกลียดก็เรื่องของเธอ แต่ตอนนี้เข้าไปเปลี่ยนชุด...เดี๋ยวนี้” เซนท์กดเสียงต่ำ แววตาของเขาไม่มีความล้อเล่นแม้แต่น้อย

เรย์มิจิ๊ปากอย่างขัดใจ เธอกระชากชุดลูกไม้สีขาวจากมือสไตลิสต์แล้วเดินกระแทกส้นเท้าปึงปังกลับเข้าไปในห้องลองเสื้อผ้าด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด

เมื่องานแฟชั่นโชว์เริ่มขึ้น บรรยากาศหน้าเวทีเต็มไปด้วยความคึกคัก เซนท์เดินไปทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างที่โซฟาโซน VIP แถวหน้าสุดติดขอบรันเวย์ ใบหน้าหล่อเหลายังคงบึ้งตึงและนิ่งขรึม เขายกแขนขึ้นกอดอก สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่เวที แผ่รังสีอำมหิตและกลิ่นอายหวงก้างออกมาอย่างรุนแรง

“แก...คุณหมอเซนท์มาคุมน้องสาวเองเลยเหรอเนี่ย” เซเลบสาวที่นั่งอยู่ถัดไปกระซิบกระซาบกับเพื่อน

“นั่นสิ แผ่รังสีซะฉันหายใจไม่ออกแล้วเนี่ย อึดอัดชะมัดเลย”

“ตากล้องตรงนั้นมือสั่นหมดแล้วมั้ง ใครจะกล้าถ่ายช้อนมุมล่างล่ะทีนี้”

เซนท์ปรายตามองกลุ่มคนที่ซุบซิบกันด้วยหางตา เพียงแค่นั้นทุกคนก็รีบหันหน้าหนีและรูดซิปปากเงียบกริบทันที

จังหวะเพลงบนเวทีเปลี่ยนเป็นดุดันเร้าใจ เสียงโฆษกประกาศชื่อนางแบบฟินาเล่ เรย์มิปรากฏตัวก้าวออกมาจากหลังม่าน แม้จะถูกบังคับให้เปลี่ยนมาใส่ชุดเดรสลูกไม้สีขาวที่ปิดมิดชิดยาวถึงตาตุ่ม แต่ทรวดทรงอรชรและลีลาการเดินสับขาของเธอกลับสะกดสายตาทุกคู่เอาไว้ได้อยู่หมัด

เรย์มิเชิดหน้าขึ้น ก้าวเดินมาตามรันเวย์ด้วยจังหวะที่มั่นใจ เธอปรายตามองลงมาที่โซน VIP และเห็นพี่ชายจอมเผด็จการนั่งจ้องเธออยู่ หญิงสาวจึงเหยียดยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย

เมื่อเดินมาถึงปลายสุดของรันเวย์ แทนที่จะโพสท่าธรรมดา เรย์มิจงใจทิ้งสะโพก เอี้ยวตัวโพสท่าด้วยลีลายั่วยวนขั้นสุด มือเรียวเสยผมยาวสลวยไปด้านหลัง ริมฝีปากอิ่มเผยอขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตากลมโตประสานเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มดุดันของคนเบื้องล่างอย่างจงใจ

เซนท์นั่งนิ่งไม่ไหวติง แต่สันกรามของเขานูนปูดจากการขบกรามแน่น เขาสบตากับหญิงสาวบนเวทีตาไม่กะพริบ นัยน์ตาของเขามืดหม่นลงเรื่อยๆ เต็มไปด้วยคลื่นความหวงแหนและอารมณ์บางอย่างที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้ลึกสุดหัวใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป