บทที่ 6 เงามืดในฝันร้าย
ร่างระหงบนเตียงกว้างบิดเกร็งไปมาอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าและลำคอขาวเนียนทั้งที่เครื่องปรับอากาศภายในห้องยังคงทำหน้าที่สาดความเย็นฉ่ำออกมาอย่างสม่ำเสมอ คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันแน่นจนแทบจะผูกเป็นปม ลมหายใจที่เคยเข้าออกเป็นจังหวะเริ่มติดขัดและถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ
"ไม่... ไม่เอา..."
เสียงครางเครือหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากอิ่มที่ซีดเผือด เรย์มิสะบัดศีรษะไปมาบนหมอนใบโตราวกับกำลังพยายามสลัดภาพบางอย่างออกไปจากหัว
‘ร้อน! ทำไมมันร้อนแบบนี้!’ เธออุทานในใจด้วยความตื่นตระหนก
ในห้วงแห่งความฝันอันมืดมิดและเลือนลาง ภาพของประกายไฟสีส้มแดงค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเบื้องหน้า มันไม่ได้มาเป็นเรื่องราวที่ปะติดปะต่อ แต่มาในรูปแบบของความรู้สึกและสัมผัสที่รุนแรง เปลวไฟนั้นลุกโชนและขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ โอบล้อมรอบตัวเธอเอาไว้ กลิ่นเหม็นไหม้ของยางและของเหลวบางอย่างที่ฉุนจนแสบจมูกและแสบคอไปหมด
"ช่วยด้วย...หายใจไม่ออก..."
หญิงสาวละเมอพูดออกมาเสียงสั่นพร่า สองมือเรียวขยำผ้าห่มเอาไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ร่างกายเริ่มบิดเกร็งไปตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เธอไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน ไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร รู้เพียงแค่ว่าความร้อนกำลังจะแผดเผาร่างกายของเธอจนมอดไหม้
"ร้อน... ช่วยด้วย... ใครก็ได้ช่วยที!"
เสียงละเมอเริ่มดังขึ้นกลายเป็นการตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ หยาดน้ำตาไหลทะลักออกมาอาบแก้ม เธอพยายามออกแรงดึงผ้าห่มราวกับกำลังดึงรั้งโครงเหล็กที่มองไม่เห็นในความฝัน ขาเรียวเตะสะบัดไปมาจนผ้าห่มเลื่อนหลุดลงไปกองที่ปลายเตียง
"มันร้อน! ไฟกำลังจะไหม้แล้ว! ช่วยด้วย!"
สองมือที่เคยขยำผ้าห่มเปลี่ยนมายกขึ้นปัดป่ายไปมากลางอากาศราวกับกำลังปัดควันไฟที่พวยพุ่งเข้ามา หน้าอกสะท้อนขึ้นลงอย่างรุนแรงตามจังหวะการหอบหายใจ ความรู้สึกไร้หนทางและใกล้ตายบีบรัดหัวใจจนปวดหนึบ เปลวเพลิงสีแดงฉานคืบคลานเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่ลามเลียผิวเนื้อ
‘ไม่นะ! ฉันยังไม่อยากตาย!’ ความกลัวพุ่งทะลุขีดสุดจนร่างบางสั่นเทิ้ม
"ไม่! ไม่เอา! ร้อน! ช่วยฉันด้วย!"
ตู้ม!!!
เสียงระเบิดดังกึกก้องกังวานสนั่นหวั่นไหวในโสตประสาท แรงอัดอากาศมหาศาลกระแทกเข้ามาจนภาพทุกอย่างแตกสลาย เปลวไฟสีส้มแดงสว่างวาบกลืนกินความมืดมิดไปจนหมดสิ้น
"กรี๊ดดดดดดดดดดดด! ไฟ! ไฟไหม้!"
เรย์มิกรีดร้องออกมาสุดเสียง เสียงแหลมปรี๊ดดังก้องไปทั่วทั้งห้องนอน ร่างบางสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมาหลุดพ้นจากภวังค์ฝันร้าย ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความหวาดผวา ร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรงราวกับลูกนกที่เพิ่งตกลงไปในน้ำเย็นจัด น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลอาบสองแก้ม
แกร๊ก... แอ๊ดดด!
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงกุญแจที่ไขปลดล็อกและเสียงลูกบิดประตูห้องนอนก็ถูกบิดเปิดออกอย่างเร่งรีบ บานประตูถูกกระชากเปิดกว้างอย่างรุนแรง
ร่างสูงใหญ่ของหมอหนุ่มถลันเข้ามาภายในห้องนอนกว้างอย่างรวดเร็ว กุญแจสำรองในมือถูกเหวี่ยงทิ้งลงบนพื้นพรมอย่างไร้เยื่อใย เซนท์พุ่งตรงดิ่งมายังเตียงนอนหลังใหญ่ทันทีเมื่อเห็นสภาพของคนตัวเล็กที่กำลังนั่งกอดเข่าตัวสั่นเทาอยู่ท่ามกลางความมืดมิด
"เรย์มิ!"
เซนท์เรียกชื่อเธอเสียงหลง เขาทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงแล้วดึงร่างบางที่กำลังตื่นตระหนกสุดขีดเข้ามากอดรัดไว้แนบอกกว้างทันที
"ปล่อย! ร้อน! ช่วยด้วย!"
เรย์มิดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง สองมือเล็กกำหมัดทุบตีลงบนแผงอกและลาดไหล่ของเขาอย่างไม่ลืมหูลืมตา หยาดน้ำตาไหลอาบสองแก้มเนียนจนเปียกชุ่ม
"เรย์มิ! หยุดดิ้นแล้วฟังพี่! นี่พี่เอง พี่เซนท์ไง!"
ชายหนุ่มกดเสียงให้หนักแน่นขึ้นเพื่อเรียกสติ ท่อนแขนแกร่งรัดร่างของเธอแน่นขึ้นไปอีกเพื่อหยุดยั้งการดิ้นรน มือหนาอีกข้างยกขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยอย่างทะนุถนอม
"ไม่มีไฟอะไรทั้งนั้น ไม่ต้องกลัว ปลอดภัยแล้วนะ"
คำพูดปลอบประโลมและกลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ ประจำตัวของคนตรงหน้าทำให้คนที่กำลังเสียสติค่อยๆ นิ่ง ดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตากะพริบถี่ๆ ก่อนจะช้อนขึ้นมองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างเพียงแค่คืบ
"พี่เซนท์... พี่เซนท์เหรอคะ" น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยถามอย่างคนละเมอ
"ใช่ พี่เอง พี่อยู่นี่แล้ว"
"พี่เซนท์! เรย์กลัว... เรย์กลัว!"
หญิงสาวปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจกลั้น สองแขนเรียวยกขึ้นตวัดกอดรอบคอหนาแน่นราวกับคนจมน้ำที่คว้าขอนไม้ไว้ได้ ใบหน้าหวานซุกซบลงกับซอกคอและลาดไหล่กว้าง ปล่อยให้น้ำตาไหลซึมผ่านเนื้อผ้าเสื้อเชิ้ตของเขาจนเปียกชุ่ม ร่างกายของเธอยังคงสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
"ไฟ... ในฝันมันมีไฟเต็มไปหมดเลย มันร้อนมาก... เรย์เหมือน... เรย์เหมือนกำลังจะตาย" เสียงสะอื้นฮักดังสลับกับเสียงพูดที่ขาดห้วง
"ไม่เป็นไร... พี่อยู่นี่แล้ว ปลอดภัยแล้วนะคนดี"
เซนท์กระซิบชิดใบหูเล็กอย่างอ่อนโยนที่สุด เขาลูบแผ่นหลังบางที่กำลังสั่นสะท้านขึ้นลงอย่างเชื่องช้าเป็นจังหวะ
"มันก็แค่ความฝัน ลืมมันไปซะนะ ไม่มีใครทำอะไรเธอได้ทั้งนั้น"
"แต่มันน่ากลัวมากเลยนะคะ"
"ชู่ว...ไม่พูดถึงมันแล้วนะ มันจบไปแล้ว พี่ดึงเธอออกมาจากฝันร้ายนั่นแล้วไง"
"ถ้าพี่เซนท์ไม่อยู่ เรย์จะทำยังไง... เรย์กลัวว่าถ้าหลับตาลงไปอีก ไฟพวกนั้นมันจะกลับมา" เธอซุกหน้าเข้าหาไออุ่นจากแผงอกของเขามากยิ่งขึ้น
"หายใจลึกๆ เรย์มิ ค่อยๆ หายใจ...ดูสิ ห้องนี้แอร์เย็นจะตายไป ไม่มีไฟที่ไหนมาทำร้ายเธอได้หรอก"
"อย่าทิ้งเรย์ไปนะ...อย่าปล่อยให้เรย์อยู่คนเดียวนะคะ"
"พี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น พี่จะกอดเธอไว้แบบนี้แหละ"
เซนท์กระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นอีกนิด คางสากเกยทับลงบนกลุ่มผมนุ่มหอมกรุ่น เขาโยกตัวไปมาเบาๆ ราวกับกำลังกล่อมเด็กน้อยให้คลายความหวาดกลัว
"หลับซะนะคนดี พี่จะเฝ้าเธอเอง"
"สัญญานะคะ... ว่าพี่เซนท์จะไม่ทิ้งเรย์"
"พี่สัญญา พี่จะไม่มีวันทิ้งเธอ"
คำมั่นสัญญาที่หนักแน่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังสม่ำเสมอภายใต้อกซ้ายของชายหนุ่ม กลายเป็นยาระงับประสาทชั้นดีที่ช่วยปัดเป่าความหวาดผวาออกไป เรย์มิสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ค่อยๆ ปรับจังหวะการหายใจให้สงบลงตามคำบอก เปลือกตาที่หนักอึ้งเริ่มปิดสนิทลงอีกครั้งด้วยความอ่อนล้าจากการร้องไห้ ไม่นานนัก เสียงสะอื้นก็เงียบหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของคนที่หลับสนิทไปแล้วในอ้อมกอด
เซนท์ค่อยๆ คลายอ้อมแขนออกช้าๆ เขาประคองร่างบางให้นอนราบลงบนหมอนอย่างเบามือที่สุด จัดแจงดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มคลุมให้จนถึงหน้าอก สายตาคมกริบทอดมองใบหน้าหวานที่ยังคงมีคราบน้ำตาเกาะติดอยู่ตามพวงแก้ม
มือหนายื่นออกไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนออกอย่างเบามือ นิ้วหัวแม่มือค่อยๆ ปาดเช็ดคราบน้ำตาบนพวงแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม ความรู้สึกผิดที่ต้องโกหกและปิดบังเรื่องราวในอดีตของเธอแล่นริ้วเข้ามาจุกอยู่ที่ลำคอ เขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องมาเจอกับฝันร้ายพวกนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่ทว่า... ความรู้สึกหวงแหนและปรารถนาที่จะครอบครองเธอกลับมีอานุภาพรุนแรงยิ่งกว่าสถานะพี่น้องจอมปลอมที่เขาสร้างขึ้นมาบังหน้าเสียอีก เขาเสพติดการมีเธออยู่ข้างกายจนไม่อาจปล่อยมือได้อีกต่อไปแล้ว
ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงไปใกล้ ริมฝีปากหยักได้รูปประทับจุมพิตแผ่วเบาลงบนหน้าผากมนอย่างเนิ่นนาน ซึมซับความรู้สึกทั้งหมดที่มีต่อผู้หญิงตรงหน้าอย่างลึกซึ้ง
ต่อให้ต้องตกนรกหรือเป็นคนเลวในสายตาเธอ เขาก็จะไม่มีวันปล่อยเธอไป และจะเก็บความลับนี้ไว้ตลอดกาล
