บทที่ 7 ฮีโร่หน้าใหม่

อาการปวดหนึบแล่นริ้วขึ้นมาบริเวณขมับทั้งสองข้างทันทีที่เรย์มิขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงนอนนุ่ม หญิงสาวยกมือขึ้นนวดคลึงขมับตัวเองเบาๆ เพื่อขับไล่อาการมึนงงจากฝันร้ายเมื่อคืน เธอถอนหายใจยาวก่อนจะสะบัดผ้าห่มออกแล้วฝืนลุกไปจัดการตัวเองสำหรับงานอีเวนต์ในวันนี้

"ไหวไหมลูกเรย์มิ หน้าซีดเชียว รับพาราเซตามอลสักสองเม็ดก่อนขึ้นเวทีไหมคะ"

พี่เกดถามด้วยความเป็นห่วงขณะยื่นแก้วน้ำให้หญิงสาวที่กำลังนั่งหน้ามุ่ยอยู่บนโซฟาบุนวมสีแดงกำมะหยี่ภายในโซน VIP

"ไม่เป็นไรค่ะพี่เกด เรย์แค่เพลียๆ นิดหน่อย" เรย์มิรับแก้วน้ำมาจิบ

"ว่าแต่ชุดนี้... พี่เซนท์เป็นคนสั่งให้เตรียมไว้ใช่ไหมคะ"

หญิงสาวก้มลงมองชุดเดรสผ้าไหมสีครีมเรียบหรูที่ตัวเองสวมอยู่ มันตัดเย็บอย่างประณีตและดูแพงระยับ ทว่ากลับปิดมิดชิดตั้งแต่คอจรดหัวเข่า ไม่มีรอยแหวก รอยผ่า หรือเปิดเผยผิวหนังส่วนใดให้เห็นเกินความจำเป็น

"แหม... ก็คุณหมอกำชับพี่มาเลยนี่คะ ว่างานนี้ห้ามมีสั้น ห้ามมีโป๊เด็ดขาด พี่ก็ต้องจัดชุดที่ดูแพงและเรียบร้อยที่สุดมาให้สิคะ ขืนเอาชุดเซ็กซี่มา มีหวังพี่ได้โดนคุณหมอสั่งปลดกลางอากาศแน่ๆ"

"พี่เซนท์ก็ชอบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ไปได้"

‘น่าหงุดหงิดชะมัด!’ เธอสบถในใจด้วยความเซ็ง

เรย์มิหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเลื่อนหน้าจอไปมาอย่างเบื่อหน่าย บรรยากาศรอบนอกโซน VIP คึกคักไปด้วยกองทัพนักข่าวและกลุ่มแฟนคลับที่มารอชมงานเปิดตัวสินค้าแบรนด์หรูระดับโลก เสียงพูดคุยและเสียงรัวชัตเตอร์ดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณโถงจัดงาน

"ทนอึดอัดหน่อยนะลูก วันนี้ถือซะว่ามาขายความสวยหรูดูแพงก็แล้วกัน" พี่เกดพยายามพูดเอาใจ

"เดี๋ยวพอจบงานนี้ พี่จะพาไปกินของอร่อยๆ ปลอบใจนะ"

"เรย์ไม่ได้อึดอัดชุดค่ะพี่เกด แต่เรย์อึดอัดคนที่คอยบงการชีวิตเรย์ต่างหาก"

เรย์มิตอบกลับเสียงเรียบ สายตายังคงจดจ้องอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์

"โธ่... คุณหมอเขาก็แค่หวงน้องสาวเท่านั้นเองค่ะ คนหล่อๆ โพรไฟล์ดีๆ แถมยังรักและหวงน้องสาวขนาดนี้ หาไม่ได้ง่ายๆ นะคะ"

"หวงเกินไปต่างหากล่ะคะ" เรย์มิสวนทันควัน

"เราเป็นแค่พี่น้อง ไม่ใช่เจ้าของชีวิตกันเสียหน่อย"

ขณะที่สองคนกำลังสนทนากันอยู่นั้น จู่ๆ เสียงกรี๊ดของกลุ่มแฟนคลับด้านนอกก็ดังกระหึ่มขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน เสียงนั้นดังสนั่นจนกลบเสียงเพลงบรรเลงภายในงานไปจนหมดสิ้น

"กรี๊ดดด! พี่คีริน! ทางนี้ค่ะพี่คีริน!"

"หล่อมาก! ออร่าพุ่งสุดๆ เลยค่ะสามี!"

เรย์มิละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ ชะเง้อคอมองผ่านแนวกั้นของโซน VIP ออกไปด้านนอก

"ใครมาคะพี่เกด ทำไมเสียงกรี๊ดดังขนาดนั้น"

"โอ๊ย! ก็พ่อพระเอกซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งคนนั้นไงคะ คีรินน่ะลูก! วันนี้เขามาเป็นแขกรับเชิญพิเศษของงานนี้ด้วยนะคะ" พี่เกดตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นพลางชะโงกหน้ามองตาม

"คีริน... คนที่มีข่าวว่าอบอุ่นแสนดี เป็นสามีแห่งชาติอะไรนั่นน่ะเหรอคะ"

"ใช่เลยค่ะลูก! ตัวจริงหล่อวัวตายควายล้มมาก ดูสิคะ ยิ้มทีละลายไปทั้งงานแล้ว"

เรย์มิมองตามสายตาของผู้จัดการส่วนตัว ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาอ่อนกำลังเดินฝ่าวงล้อมของนักข่าวและแฟนคลับเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นและเป็นมิตร เขายกมือไหว้ทักทายทุกคนอย่างนอบน้อม

"ขอทางให้คุณคีรินเข้าไปพักด้านในก่อนนะครับ" เสียงการ์ดตะโกนบอกฝูงชน

คีรินค่อยๆ เดินแหวกวงล้อมของสื่อมวลชนตรงเข้ามายังพื้นที่โซน VIP ที่ถูกกั้นไว้เฉพาะแขกคนสำคัญ ร่างสูงก้าวผ่านแนวกั้นเข้ามาด้านใน ท่ามกลางเสียงรัวชัตเตอร์ที่ดังตามหลังมาติดๆ

จังหวะนั้นเอง ชายหนุ่มที่กำลังส่งยิ้มให้กล้องก็หันหน้ากลับมา สายตาของเขาปะทะเข้ากับร่างระหงในชุดเดรสสีครีมที่นั่งอยู่บนโซฟา รอยยิ้มอบอุ่นที่ประดับอยู่บนใบหน้าเมื่อครู่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ดูลึกลับและมีนัยยะแอบแฝง นัยน์ตาพราวระยับของซูเปอร์สตาร์หนุ่มจับจ้องตรงมาที่เรย์มิอย่างไม่วางตา

คีรินเดินถือแก้วน้ำส้มคั้นเย็นเฉียบตรงเข้ามาหาเรย์มิด้วยท่วงท่าสง่างาม รอยยิ้มละมุนที่ประดับบนใบหน้าหล่อเหลาทำเอาทีมงานและแฟนคลับบริเวณนั้นแทบจะหยุดหายใจ ชายหนุ่มโค้งศีรษะลงเล็กน้อยเมื่อเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาว

"น้ำส้มสักแก้วไหมครับคุณเรย์มิ" คีรินเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"ผมสังเกตเห็นคุณหน้าซีดๆ ตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว เหมือนคนพักผ่อนไม่พอเลย ดื่มของหวานๆ หน่อยน่าจะดีขึ้นนะครับ"

เรย์มิเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มเจ้าของฉายาสามีแห่งชาติชั่วครู่ ปกติแล้วเธอไม่ชอบให้ใครมาตีสนิทหรือก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัว ยิ่งเป็นพวกพระเอกที่ชอบทำตัวเป็นสุภาพบุรุษเพื่อหวังสร้างกระแส เธอยิ่งพร้อมจะสาดความเย็นชาใส่และเชิดหน้าหนีทันที

แต่ทว่า... เมื่อนึกถึงใบหน้าเรียบตึงและคำสั่งบงการชีวิตของพี่ชายจอมเผด็จการเมื่อเช้านี้ ความคิดดื้อรั้นก็ผุดขึ้นมาในหัวของเธอทันที

‘อยากรู้จริงๆ ว่าถ้าพี่เซนท์เห็นภาพนี้จะทำหน้ายังไง’ เธออุทานในใจด้วยความหมั่นไส้

หญิงสาวยอมลดกำแพงนางพญาลงอย่างง่ายดาย ริมฝีปากอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีพีชคลี่ยิ้มหวานหยาดเยิ้มส่งกลับไปให้ซูเปอร์สตาร์หนุ่ม เธอเอื้อมมือไปรับแก้วน้ำส้มมาถือไว้ ปลายนิ้วเรียวจงใจแกล้งสัมผัสเฉียดหลังมือของเขาเบาๆ

"ขอบคุณค่ะคุณคีริน ใส่ใจรายละเอียดจังเลยนะคะ สมแล้วที่ใครๆ ก็โหวตให้เป็นผู้ชายอบอุ่นแห่งปี" เรย์มิเอ่ยชมเสียงหวาน

"ก็ต้องใส่ใจสิครับ ยิ่งเป็นนางแบบคนสวยระดับท็อปของประเทศแบบคุณ ผมยิ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ" คีรินยิ้มกว้างขึ้น เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวข้างๆ อย่างถือวิสาสะ

"ผมติดตามผลงานคุณมาตลอดเลยนะ ทั้งงานเดินแบบแล้วก็ละคร ไม่คิดว่าตัวจริงจะสวยและมีเสน่ห์ดึงดูดขนาดนี้"

"ปากหวานจังเลยนะคะ แฟนคลับคุณด้านนอกได้ยินเข้าคงอิจฉาฉันแย่เลย"

"ผมพูดความจริงต่างหากครับ ไม่ได้แกล้งชมเลยนะ แล้วนี่... คุณเรย์มิไม่สบายหรือเปล่าครับ สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย ให้ผมเรียกทีมงานพยาบาลมาดูอาการไหมครับ"

"ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ แค่ปวดหัวนิดหน่อย ได้น้ำส้มของคุณคีรินก็ชื่นใจขึ้นเยอะเลยค่ะ"

เรย์มิเอียงคอตอบพลางส่งสายตาพราวเสน่ห์ไปให้ การสนทนาโต้ตอบของทั้งคู่ดำเนินไปอย่างลื่นไหลและถูกคอ คีรินเป็นผู้ชายที่คุยสนุกและรู้จังหวะในการเข้าหา เขาชวนเธอคุยเรื่องงานในวงการ เล่าเรื่องตลกๆ ในกองถ่ายของเขาให้เธอฟังอย่างเป็นธรรมชาติ

"คุณนี่คุยเก่งกว่าที่คิดนะคะเนี่ย" เรย์มิพูดพลางยกแก้วน้ำส้มขึ้นจิบ

"ผมถือว่าเป็นคำชมนะครับ ปกติผมเห็นคุณตามหน้าสื่อดูเป็นคนเข้าถึงยาก ผมยังกลัวเลยว่าเข้ามาทักแบบนี้จะโดนคุณวีนใส่หรือเปล่า"

"ฉันไม่ได้ดุขนาดนั้นสักหน่อยค่ะ ถ้าคุยถูกคอฉันก็ใจดีนะ"

แชะ! แชะ! แชะ!

เสียงรัวชัตเตอร์และแสงแฟลชจากกล้องของกองทัพนักข่าวที่ยืนรออยู่ด้านนอกโซน VIP สาดกระหน่ำเข้ามาหาคนทั้งคู่อย่างบ้าคลั่ง ช่างภาพหลายสิบชีวิตต่างแย่งกันหามุมเพื่อเก็บภาพช็อตเด็ดที่ซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งและนางแบบสาวตัวท็อปกำลังนั่งพูดคุยกระหนุงกระหนิงกัน รอยยิ้มและสายตาที่ทั้งคู่ส่งให้กันดูเป็นธรรมชาติและเข้ากันราวกับคู่จิ้นที่กำลังมีความรักกันจริงๆ

เรย์มิปรายตามองแสงแฟลชที่สาดเข้ามาด้วยหางตา เธอรู้ดีว่าภาพเหล่านี้จะต้องกลายเป็นข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งในโลกออนไลน์ภายในไม่กี่นาทีข้างหน้า และข่าวนี้ก็จะถูกส่งตรงไปถึงสายตาของใครบางคนที่กำลังตรวจคนไข้อยู่ที่โรงพยาบาล

หญิงสาวเหยียดยิ้มร้ายลึก แกล้งหัวเราะเสียงใสกับประโยคสนทนาของชายหนุ่มข้างกาย ก่อนจะขยับตัวเอนเข้าหาคีรินมากขึ้นอีกนิดจนไหล่แทบจะชนกัน

‘เตรียมตัวอกแตกตายได้เลยพี่เซนท์!’ เธอคิดรวนๆ ในใจอย่างผู้ชนะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป