บทที่ 8 กำแพงประชดรัก
เสียงผู้กำกับสั่งคัตดังขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือของทีมงานในกองถ่ายแฟชั่นเซตใหม่ เรย์มิหมุนตัวเดินลงมาจากฉากด้วยท่วงท่าสง่างามดุจนางพญา ทีมงานช่างหน้าช่างผมต่างรีบกรูกันเข้ามาซับเหงื่อและเติมเครื่องสำอางให้เธออย่างรู้หน้าที่
"น้องเรย์มิคะ! ทางนี้ค่ะ มีของมาส่ง!"
สไตลิสต์สาวประเภทสองวิ่งหน้าตั้งฝ่าวงล้อมเข้ามาพร้อมกับช่อดอกกุหลาบสีแดงสดช่อใหญ่ยักษ์ที่แทบจะบดบังตัวเธอไปจนหมด ทุกสายตาในกองถ่ายหันไปมองเป็นตาเดียว
"โอ้โห! ช่อใหญ่ขนาดนี้ใครส่งมาคะเนี่ย ต้องรวยแถมยังคลั่งรักมากแน่ๆ เลย" ช่างแต่งหน้าเอ่ยแซวพร้อมกับทำตาวาว
เรย์มิเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เธอยื่นมือไปรับการ์ดใบเล็กสีชมพูอ่อนที่เสียบอยู่ตรงกลางช่อดอกไม้มาเปิดอ่านด้วยท่าทีสบายๆ
'รอยยิ้มของคุณเมื่อวานทำผมละเมอไปทั้งคืน หวังว่าดอกไม้ช่อนี้จะทำให้คุณยิ้มได้อีกนะครับ... จาก คีริน'
‘ทำคะแนนเร็วดีนี่’ เธออุทานในใจพลางยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ
"ของใครคะเนี่ย น้องเรย์มิยิ้มหวานเชียว แอบซุ่มคบหนุ่มที่ไหนอยู่หรือเปล่าคะบอกพวกพี่มาซะดีๆ"
ช่างทำผมชะโงกหน้าเข้ามาถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ของคนที่คุณก็รู้ว่าใครค่ะ" เรย์มิตอบกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ เธอจงใจพลิกการ์ดให้เห็นลายเซ็นด้านล่างอย่างมีจริต
"ว้าย! อย่าบอกนะคะว่าพี่คีริน! กรี๊ดดดด! จริงด้วยค่ะทุกคน!" สไตลิสต์สาวกรีดร้องลั่นกองถ่าย
"เมื่อกี้พี่เพิ่งไถฟีดดู ตอนนี้ในทวิตเตอร์แฮชแท็กของน้องเรย์มิกับพี่คีรินกำลังพุ่งปรี๊ดติดเทรนด์อันดับหนึ่งเลยค่ะ!"
"ไหนๆ ขอพี่ดูหน่อยสิ!"
ทุกคนในกองถ่ายต่างทิ้งอุปกรณ์ในมือแล้วรุมล้อมเข้าไปดูหน้าจอโทรศัพท์ของสไตลิสต์ เรย์มิยืนกอดอกมองภาพความวุ่นวายเหล่านั้นด้วยความบันเทิงใจ
"พี่คีรินให้สัมภาษณ์กับกองทัพนักข่าวเมื่อเช้านี้เองค่ะ! ฟังไว้นะคะทุกคน พี่จะเปิดคลิปให้ดู!" สไตลิสต์สาวกดเร่งเสียงลำโพงจนสุดเพื่อให้ทุกคนได้ยิน
"ผมยอมรับครับว่ากำลังปลื้มคุณเรย์มิมากๆ" เสียงทุ้มละมุนของคีรินดังลอดออกมาจากลำโพงโทรศัพท์
"ตอนแรกผมคิดว่าเธอจะเข้าถึงยากตามฉายานางพญาจอมวีน แต่พอได้คุยกันจริงๆ เธอเป็นคนน่ารักและเป็นกันเองมากครับ ตัวจริงสวยกว่าในรูปเป็นร้อยเท่าเลย ใครได้อยู่ใกล้ก็ต้องหลงเสน่ห์เธอทั้งนั้นแหละครับ"
"แล้วแบบนี้เดินหน้าจีบเลยไหมคะคุณคีริน!" เสียงนักข่าวในคลิปตะโกนถาม
"ก็... ถ้าคุณเรย์มิเขาไม่รังเกียจ ผมก็อยากจะขอโอกาสศึกษานิสัยใจคอกันให้มากกว่านี้ครับ ผมว่าเราสองคนน่าจะเข้ากันได้ดี" คีรินตอบพร้อมกับส่งยิ้มละลายใจให้กล้อง
"โอ๊ยยย! พ่อเทพบุตร! พ่อไมโครเวฟ! แสนดีอะไรขนาดนี้คะเนี่ย!" ช่างแต่งหน้ายกมือขึ้นทาบอก
"คู่จิ้นคู่ใหม่แห่งวงการถือกำเนิดแล้วค่ะทุกคน! เคมีเข้ากันสุดๆ เมื่อวานรูปที่ออกมานั่งกระหนุงกระหนิงกันก็คือฟินกระจุยกระจาย!"
เสียงแซวและเสียงหัวเราะดังระงมไปทั่วกองถ่าย เรย์มิทำเพียงแค่ยิ้มรับบางๆ ไม่ได้ปฏิเสธหรือแสดงท่าทีเขินอาย เธอปล่อยให้ทุกคนจินตนาการและปั่นกระแสกันไปตามสบาย ยิ่งข่าวนี้ดังกระฉ่อนมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งส่งผลดีต่อแผนการของเธอมากเท่านั้น
"น้องเรย์มิคะ พี่ว่างานนี้มีลุ้นนะคะเนี่ย โปรไฟล์พี่คีรินเขาก็ดีงามพระรามแปดขนาดนั้น หล่อ รวย นิสัยดี ไม่ลองเปิดใจดูหน่อยเหรอคะ" ช่างทำผมเอ่ยถามอย่างเชียร์ๆ
"ก็... ต้องดูกันไปยาวๆ ค่ะ ของแบบนี้ดูกันแค่วันสองวันไม่ได้หรอกนะคะพี่ๆ" เรย์มิตอบกลับด้วยน้ำเสียงคลุมเครือ ทิ้งปริศนาให้คนรอบข้างได้ตีความกันไปเอง
"ต๊าย! ตอบแบบนี้แปลว่ามีใจเปิดทางให้พี่เขาแน่ๆ เลยค่ะ!"
"แน่นอนสิคะ ระดับนี้แล้ว มีผู้ชายโพรไฟล์ดีๆ มาตามจีบออกสื่อทั้งที ใครจะใจร้ายปิดโอกาสล่ะคะ" เรย์มิหัวเราะคิกคัก ยื่นมือไปลูบกลีบดอกกุหลาบสีแดงเล่นอย่างอารมณ์ดี
จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็วิ่งกระแทกพื้นตรงเข้ามาหาพวกเธออย่างรวดเร็ว เรย์มิหันไปมองและพบว่าเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเธอเองที่เพิ่งกลับมาจากการคุยงานกับทีมโปรดิวเซอร์
"เรย์มิ! น้องเรย์มิ!" พี่เกดวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ใบหน้าอวบอิ่มเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อและตื่นตระหนกสุดขีดจนหน้าซีดเผือด
"มีอะไรคะพี่เกด วิ่งหน้าตั้งมาเชียว ใครตามทวงหนี้เหรอคะ" เรย์มิเอ่ยแซวติดตลก
พี่เกดยืนหอบหายใจจนตัวโยนอยู่ครู่หนึ่ง มือสั่นเทารีบยื่นสมาร์ตโฟนที่เปิดค้างหน้าเพจข่าวบันเทิงกอสซิปชื่อดังไปจ่อตรงหน้าหญิงสาว
"นี่มันเรื่องอะไรกันคะลูก! อธิบายให้พี่เกดฟังเดี๋ยวนี้เลยนะ ว่าเรื่องข่าวของหนูกับคุณคีรินมันคืออะไรกันแน่!"
"พี่เกดใจเย็นๆ ก่อนค่ะ หายใจเข้าลึกๆ"
เรย์มิดึงสมาร์ตโฟนออกจากมือผู้จัดการส่วนตัวแล้วยื่นส่งคืนให้ด้วยท่าทีสบายๆ
"ก็แค่ข่าวโปรโมตขำๆ พี่เกดจะตื่นเต้นไปทำไมคะ"
"ขำไม่ออกสิคะลูกเรย์! ถ้าคุณหมอเซนท์เห็นข่าวนี้ พี่เกดหัวหลุดแน่ๆ!" พี่เกดยกมือขึ้นทาบอก หน้าซีดเป็นไก่ต้ม
"พี่เซนท์ไม่เกี่ยวค่ะ นี่มันเรื่องส่วนตัวของเรย์" หญิงสาวยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ
ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน บริเวณลานจัดกิจกรรมของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง กองทัพสื่อมวลชนหลายสิบสำนักยืนเบียดเสียดกันแน่นขนัด ทันทีที่เรย์มิก้าวลงจากเวทีหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจเดินแบบ ไมโครโฟนจำนวนมหาศาลก็ถูกยื่นเข้ามาจ่อตรงหน้าเธอแทบจะชนปาก
"น้องเรย์มิคะ! เรื่องดอกกุหลาบช่อใหญ่ที่ส่งไปถึงกองถ่ายเมื่อเช้านี้ เป็นของคีรินจริงๆ ใช่ไหมคะ!"
"แล้วที่คีรินให้สัมภาษณ์ว่ากำลังปลื้มและอยากศึกษาดูใจ น้องเรย์มิจะเปิดไฟเขียวให้ไหมคะ!"
"สรุปแล้วความสัมพันธ์ของทั้งคู่ตอนนี้คืออะไรคะ!"
คำถามถูกยิงรัวเข้าใส่ราวกับปืนกล เรย์มิยืนนิ่งอยู่กลางวงล้อม ปกติแล้วหากเจอคำถามรุกล้ำความเป็นส่วนตัวแบบนี้ เธอจะเชิดหน้าและตอบกลับด้วยประโยคเย็นชาเพื่อตัดรำคาญ ทว่าวันนี้หญิงสาวกลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม
‘รอรับพายุลูกใหญ่ได้เลยพี่เซนท์!’ เธออุทานในใจด้วยความสะใจ
ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีสดคลี่ยิ้มกว้าง หญิงสาวยกมือขึ้นทัดปอยผมที่ข้างหูด้วยท่าทีขัดเขินอย่างเป็นธรรมชาติ ดวงตากลมโตหลบสายตากล้องเล็กน้อยราวกับสาวน้อยที่กำลังมีความรัก
"ดอกไม้...ก็ของพี่คีรินจริงๆ ค่ะ" เรย์มิตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"พี่เขาเป็นคนน่ารักและใส่ใจรายละเอียดมากค่ะ เรย์ต้องขอบคุณพี่เขามากๆ สำหรับดอกไม้สวยๆ ช่อนั้น"
"ตอบแบบนี้แปลว่ามีใจให้คีรินใช่ไหมคะ!" นักข่าวสาวอีกคนรีบจี้ถามต่อ
"อุ๊ย... อย่าเพิ่งรีบสรุปสิคะ" เรย์มิหัวเราะคิกคัก
"ตอนนี้เรายังเป็นแค่พี่น้องในวงการที่คุยกันถูกคอค่ะ พี่คีรินเขาเป็นพี่ชายที่น่ารักและอบอุ่นมากจริงๆ"
"แล้วแบบนี้ในอนาคตมีโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์ไหมครับ!"
หญิงสาวเงียบไปอึดใจหนึ่ง เธอจงใจทิ้งจังหวะให้กล้องทุกตัวจับภาพรอยยิ้มหวานหยดย้อยของเธอให้ชัดเจนที่สุด
"เรื่องของอนาคต...ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตนะคะ ตอนนี้เรย์ขอโฟกัสเรื่องงานก่อน แต่ถ้ามีอะไรคืบหน้า เรย์ไม่ปิดบังแน่นอนค่ะ"
คำตอบที่คลุมเครือแต่เต็มไปด้วยความหวังทำเอากองทัพนักข่าวฮือฮากันลั่น เสียงรัวชัตเตอร์ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง ทุกสำนักข่าวต่างพาดหัวข่าวในทิศทางเดียวกันว่า
'นางพญาใจอ่อน! เรย์มิเปิดทางคีริน ลุ้นขยับสถานะคู่จิ้นสู่คู่จริง'
กระแสข่าวในโลกโซเชียลร้อนระอุ แฮชแท็กของทั้งคู่พุ่งทะยานติดเทรนด์อันดับหนึ่งภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที
"ขอบคุณพี่ๆ นักข่าวทุกคนนะคะ เรย์ขอตัวไปพักผ่อนก่อนค่ะ"
เรย์มิยกมือไหว้ลาอย่างนอบน้อมก่อนจะหันหลังเดินฝ่าวงล้อมกลับเข้าไปในห้องพักรับรอง พี่เกดที่ยืนรออยู่หน้าห้องแทบจะล้มทั้งยืนเมื่อได้ยินบทสัมภาษณ์สดเมื่อครู่
"น้องเรย์มิ! หนูทำอะไรลงไปลูก! พี่เกดอยากจะบ้าตาย!" ผู้จัดการร่างท้วมยกมือขึ้นกุมขมับ
"เรย์ก็แค่ตอบคำถามตามมารยาทไงคะ พี่เกดไปพักเถอะค่ะ เรย์ขออยู่คนเดียวสักพัก"
หญิงสาวดันหลังผู้จัดการให้ออกไปนอกห้องก่อนจะกดล็อกประตู เธอเดินทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวนุ่มมุมห้อง ใบหน้าสวยเฉี่ยวระบายยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจกับผลงานการแสดงของตัวเองเมื่อครู่
มือเรียวหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกขึ้นมา ปลายนิ้วสไลด์หน้าจอกดเข้าไปในแอปพลิเคชันสนทนา หน้าต่างแชตของพี่ชายจอมเผด็จการเป็นสิ่งแรกที่เธอเปิดดู
หน้าจอแชตยังคงว่างเปล่าและนิ่งสนิท ไม่มีข้อความใดๆ ถูกส่งมาจากเขา เรย์มิมองหน้าจอที่ไร้การเคลื่อนไหวด้วยสายตาท้าทาย ให้มันรู้ไปสิว่าศัลยแพทย์หนุ่มจะทนนิ่งเฉยอยู่ได้นานแค่ไหน
