บทที่ 9 พายุความหวง

บานประตูอัตโนมัติของห้องผ่าตัดเปิดออกช้าๆ ร่างสูงสง่าในชุดสครับสีเขียวเข้มก้าวเดินออกมาด้วยจังหวะที่เชื่องช้ากว่าปกติเล็กน้อย เซนท์ดึงหน้ากากอนามัยและหมวกคลุมผมทางการแพทย์ออก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความเหนื่อยล้าจากการยืนผ่าตัดเคสอุบัติเหตุฉุกเฉินที่กินเวลายาวนานติดต่อกันหลายชั่วโมง

"คุณหมอเซนท์คะ เรียบร้อยดีไหมคะ" พยาบาลวัยกลางคนที่เดินสวนมาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นสีหน้าของเขา

"เรียบร้อยดีครับ อาการปลอดภัยแล้ว" เซนท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่า

"ฝากคุณพยาบาลช่วยมอนิเตอร์สัญญาณชีพอย่างใกล้ชิดด้วยนะครับ ถ้ามีอะไรผิดปกติให้รีบโทรตามผมทันที"

"รับทราบค่ะคุณหมอ คุณหมอไปพักผ่อนเถอะค่ะ ดูเหนื่อยมากเลยนะคะเนี่ย"

"ขอบคุณครับ"

ชายหนุ่มพยักหน้ารับบางๆ ก่อนจะก้าวเดินต่อไปตามโถงทางเดิน ทว่ายังไม่ทันจะถึงห้องพักแพทย์ส่วนตัว เสียงทักทายที่แฝงไปด้วยความยียวนของใครบางคนก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน

"แหม... เป็นศัลยแพทย์มือทองของโรงพยาบาลนี่มันเหนื่อยจริงๆ เลยนะครับหมอเซนท์"

หมอทศพล ศัลยแพทย์คู่แข่งที่มักจะคอยจับผิดเขาทุกฝีก้าวยืนกอดอกพิงผนังอยู่หน้าห้องพักแพทย์ มุมปากของอีกฝ่ายยกยิ้มอย่างมีเลศนัย

เซนท์หยุดชะงัก ปรายตาคมกริบมองร่างของคู่สนทนาด้วยความไม่สบอารมณ์

"คุณมีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าหมอทศพล ผมเพิ่งลงเคสและต้องการเวลาพักผ่อน"

"เปล่าครับ ไม่มีธุระอะไรเป็นพิเศษหรอก" ทศพลยักไหล่เบาๆ

"ผมก็แค่อยากจะมาแสดงความยินดีล่วงหน้า เห็นข่าวบันเทิงวันนี้แล้วอดอมยิ้มตามไม่ได้จริงๆ เด็กผู้หญิงพอโตเป็นสาวสวยสะพรั่ง ก็ต้องมีความรักเป็นธรรมดานะครับ"

เซนท์ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น

"คุณกำลังพูดเรื่องอะไร"

"อ้าว... นี่คุณหมอเซนท์ยังไม่เห็นข่าวของน้องสาวสุดที่รักเหรอครับเนี่ย ข่าวคู่จิ้นคู่ใหม่ของวงการบันเทิง น้องเรย์มิของหมอเซนท์กำลังอินเลิฟออกสื่อเชียวนะครับ" ทศพลหัวเราะในลำคอ

"คนเป็นพี่ชายก็ต้องทำใจปล่อยวางบ้างนะครับ หวงมากไปเดี๋ยวจะเป็นหมาหัวเน่าเอาได้"

"เรื่องครอบครัวของผม ไม่จำเป็นที่คุณต้องมาวิจารณ์ ขอตัวครับ"

เซนท์ตัดบทเสียงแข็ง เขากระชากประตูห้องพักแพทย์เปิดออกแล้วก้าวเข้าไปด้านในก่อนจะปิดประตูกระแทกใส่หน้าหมอทศพลเสียงดังลั่น ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังบุนวมหลังโต๊ะทำงานอย่างแรง มือหนายกขึ้นนวดคลึงขมับที่เริ่มเต้นตุบๆ

คำพูดยียวนของหมอทศพลยังคงดังก้องอยู่ในหัว ชายหนุ่มล้วงหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูออกจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ นิ้วเรียวยาวกดเข้าไปในแอปพลิเคชันข่าวสารอย่างรวดเร็ว และเพียงแค่หน้าต่างแรกโหลดขึ้นมา ข่าวพาดหัวของทุกสำนักข่าวบันเทิงก็เด้งกระแทกสายตาเขาทันที

'สปาร์กรักกลางอีเวนต์! คีรินเดินหน้าจีบเรย์มิ นางพญาเผยคลุมเครือ อนาคตลุ้นขึ้น!'

สันกรามของชายหนุ่มนูนปูดขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นรูปภาพประกอบข่าว เป็นภาพที่เรย์มิกำลังส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้กับซูเปอร์สตาร์หนุ่มคู่จิ้น ทั้งสองคนนั่งเคียงข้างกันและสบตากันอย่างมีความหมาย เซนท์กัดฟันแน่นจนเกิดเสียงดังกรอด เขากดเพลย์เพื่อดูคลิปวิดีโอสัมภาษณ์สดของเรย์มิที่ถูกแนบมาในข่าว

"ดอกไม้...ก็ของพี่คีรินจริงๆ ค่ะ"

เสียงหวานใสของเรย์มิดังลอดออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ ภาพในคลิปฉายให้เห็นหญิงสาวที่กำลังยิ้มขัดเขินอย่างเป็นธรรมชาติ

"พี่เขาเป็นคนน่ารักและใส่ใจรายละเอียดมากค่ะ เรย์ต้องขอบคุณพี่เขามากๆ สำหรับดอกไม้สวยๆ ช่อนั้น"

"เรื่องของอนาคต...ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตนะคะ ตอนนี้เรย์ขอโฟกัสเรื่องงานก่อน แต่ถ้ามีอะไรคืบหน้า เรย์ไม่ปิดบังแน่นอนค่ะ"

‘กล้าดีนักนะเรย์มิ!’ เซนท์สบถลั่นในใจด้วยความเดือดดาล

ชายหนุ่มจ้องมองหน้าจอเขม็ง นัยน์ตาสีเข้มที่เคยเยือกเย็นบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ด้วยไฟแห่งความหึงหวงที่ลุกโชน รอยยิ้มหวานๆ แบบนั้น ท่าทางขวยเขินแบบนั้น มันควรจะเป็นของเขาเพียงคนเดียว

"พี่เขาเป็นคนน่ารักงั้นเหรอ..." เซนท์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงดุดันและเย็นเยียบ

"อยากลองดีกับพี่ใช่ไหมเรย์มิ ได้!"

ความหึงหวงและความโกรธจัดตีตื้นขึ้นมาจนอกแทบระเบิด รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจนอุณหภูมิในห้องพักแพทย์แทบจะติดลบ

ปัง!!

เซนท์ปาโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูในมือกระแทกลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกนั้นรุนแรงจนกองแฟ้มเอกสารที่วางซ้อนกันอยู่บนโต๊ะ ร่วงหล่นกระจัดกระจายเกลื่อนกลาดเต็มพื้นห้อง!

รองเท้าหนังขัดมันก้าวเดินไปตามโถงทางเดินของวอร์ดผู้ป่วยด้วยจังหวะที่หนักแน่นและดุดันกว่าปกติ ใบหน้าหล่อเหลาของหมอเซนท์ที่มักจะเรียบตึงอยู่แล้ว บัดนี้กลับมืดทะมึนและแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนบรรยากาศรอบข้างเย็นยะเยือก

"แฟ้มประวัติคนไข้เตียงเจ็ดอยู่ไหน!"

น้ำเสียงตวาดกร้าวทำเอาพยาบาลสาวที่เคาน์เตอร์สะดุ้งสุดตัว เธอรีบลนลานหยิบแฟ้มเอกสารยื่นให้ด้วยมือที่สั่นเทา

"น...นี่ค่ะคุณหมอ"

"ผมสั่งให้เจาะเลือดตรวจค่าตับตั้งแต่เช้า ทำไมผลยังไม่ออก!"

"เอ่อ... ทางแล็บแจ้งว่าเครื่องมีปัญหาขัดข้องนิดหน่อยค่ะคุณหมอ กำลังเร่ง..."

"ผมไม่ต้องการคำแก้ตัว! โทรไปตามเดี๋ยวนี้ ถ้าอีกสิบนาทีผลยังไม่ส่งมาบนโต๊ะ ผมจะสั่งปลดหัวหน้าแล็บ!"

"ด...ได้ค่ะ! จะรีบตามให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ!"

แพทย์ฝึกหัดสองคนที่ยืนรอเดินตรวจวอร์ดอยู่ด้านหลังต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะสบตาหรือส่งเสียงหายใจดังเกินความจำเป็น

"พวกคุณตามผมมา" เซนท์ปรายตามองแพทย์ฝึกหัดด้วยแววตาดุจมัจจุราช

"ถ้าตอบคำถามเคสต่อไปไม่ได้ เตรียมตัวกลับไปเรียนใหม่ได้เลย"

"ครับคุณหมอ!"

เซนท์เดินตรวจคนไข้เตียงแล้วเตียงเล่าด้วยความหงุดหงิดที่อัดแน่นเต็มอก ทุกคำสั่งที่เปล่งออกมาเฉียบขาดและดุดันจนทุกคนในวอร์ดหวาดผวาไปตามๆ กัน

‘น่าหงุดหงิดชะมัด!’

เขาขบกรามแน่น ในหัวของเขามีแต่ภาพรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่เรย์มิจงใจส่งให้กับผู้ชายคนอื่น ภาพที่ไอ้หน้าจืดนั่นนั่งมองเด็กของเขาด้วยสายตาแทะโลมมันตามหลอกหลอนจนเขาแทบจะคลั่ง

‘ไม่มีหน้าไหนมีสิทธิ์มาแตะต้องคนของฉันทั้งนั้น!’

หลังจากเสร็จสิ้นการตรวจวอร์ดที่ตึงเครียดที่สุดในรอบปี เซนท์เดินกระแทกส้นเท้ากลับมาที่ห้องพักแพทย์ส่วนตัว เขากระชากประตูเปิดออกและปิดลงเสียงดังสนั่น

ชายหนุ่มเดินตรงไปยังโต๊ะทำงาน หยิบสมาร์ตโฟนที่เพิ่งถูกปาลงพื้นขึ้นมา โชคดีที่ตัวเครื่องยังใช้งานได้ปกติและหน้าจอไม่แตก นิ้วเรียวยาวกดเลื่อนหารายชื่อผู้ติดต่ออย่างรวดเร็ว ก่อนจะกดโทรออก

“สวัสดีครับคุณหมอเซนท์ มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ”) ปลายสายรับด้วยน้ำเสียงนอบน้อม

"นายเห็นข่าวบ้าๆ นั่นหรือยัง" เซนท์กรอกเสียงเข้มลงไปทันที

(“เอ่อ... ข่าวของคุณเรย์มิกับคุณคีรินใช่ไหมครับ ผมเพิ่งเห็นเมื่อสักครู่นี้เองครับ”)

"ฉันไม่ต้องการให้ไอ้หมอนั่นเข้าใกล้เรย์มิอีก"

(“แต่ว่า... กระแสคู่จิ้นตอนนี้กำลังมาแรงมากเลยนะครับคุณหมอ ทางผู้จัดงานหลายที่ก็เริ่มติดต่อคิวงานคู่ของทั้งสองคนเข้ามาแล้วด้วยครับ ถ้าเราไปสกัดกั้นตอนนี้ อาจจะ...”)

"ฉันไม่ได้ขอความเห็นนาย!" เซนท์ตวาดลั่นจนปลายสายเงียบกริบ

"ฉันจ่ายเงินเดือนให้นายเพื่อทำตามคำสั่ง ไม่ใช่มาเถียง"

(“ขอประทานโทษครับคุณหมอ”)

"จัดการเรื่องนี้ซะ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป