บทที่ 1 Ep.1

วิลลาหรูสถาปัตยกรรมสุดพิถีพิถันที่ซ่อนตัวอยู่กลางทัศนียภาพน่าทึ่งบนพื้นที่กว่าสิบไร่ของสวนมะพร้าวทางภาคใต้ของประเทศไทย ที่อยู่ภายใต้ร่มเงาหน้าผาหินปูนสูงตระหง่าน และมีหาดทรายละเอียดโอบล้อมทะเลสีมรกตแห่งอันดามันไว้อย่างงดงาม เป็นสมบัติที่ เดวิด ริคาร์โด้ บิดาของ คีรัน ริคาร์โด้ เจมส์ หรือ คาร์ส ซื้อไว้ให้ครอบครองภายใต้อำนาจของตระกูลมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล

คีรันกับบิดาขาดการติดต่อกันมานานกว่าครึ่งปี เพราะภารกิจการขยายอาณาจักรธุรกิจสีเทาและอำนาจมืดในระดับโลกของคีรัน ทำให้เขาเพิ่งทราบข่าวจาก โจแอนนา อดีตพี่เลี้ยงสมัยเยาว์วัย ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่เป็นหัวหน้าแม่บ้านคอยดูแลคฤหาสน์เก่าแก่ของครอบครัวริคาร์โด้ในแคว้นทัสคานี ว่าเดวิดตกลงปลงใจจดทะเบียนสมรสใหม่กับม่ายสาวชาวไทยอย่างเงียบเชียบมานานกว่าสามเดือนแล้ว

ท่านประธานหนุ่มผู้เย็นชาไม่ได้สนใจเรื่องการแต่งงานใหม่ของบิดามากนัก แต่เขากลับสนเท่ห์ในวิลลาหรูกลางทัศนียภาพงดงามแห่งทะเลอันดามันทางตอนใต้ของประเทศไทยมากกว่า เสียงร่ำลือถึงความงามที่ไม่เป็นสองรองใครในโลกของท้องทะเลอันดามันจากคำบอกเล่าของ ราฟาเอลโล่ ญาติผู้พี่... ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นอสูรร้ายผู้ไร้หัวใจ แต่กลับถูกเสน่ห์บางอย่างสยบจนยอมทิ้งสัจจะที่เคยลั่นวาจาว่าจะไม่ยอมก้มหัวให้ใคร โดยเฉพาะหญิงสาวชาวไทยที่ดูอ่อนแอและเปราะบาง

คีรันอยากรู้ชะมัดว่าเมืองไทยและผู้หญิงไทยมีเล่ห์กลหรือเสน่ห์ลึกลับเพียงใด ถึงสามารถครองใจมาเฟียผู้แข็งกร้าวให้ยอมสยบได้ เช่นเดียวกับเดวิด บิดาของเขาที่ไม่เคยคิดจะมีภรรยาใหม่ จนกระทั่งได้พบกับม่ายสาวชาวไทยที่กุมหัวใจเขาไว้ได้อยู่หมัด

ท่านประธานหนุ่มจึงตัดสินใจใช้ภาคใต้ของประเทศไทยเป็นฐานบัญชาการโปรเจกต์ลับชิ้นใหม่ เขาเลือกที่จะลงมาจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ใช่เพียงเพื่อธุรกิจ แต่เพื่อพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่า "น้ำตา" และ "ความอ่อนโยน" ที่คนพวกนั้นหลงใหล จะมีอิทธิพลเหนืออำนาจในมือของเขาได้จริงหรือไม่

คีรันทำงานต่อเนื่องมานานหลายชั่วโมง ตั้งแต่พระอาทิตย์เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้ากระทั่งเคลื่อนมาอยู่ตรงศีรษะ เขากวาดสายตาคมกริบประดุจพญาเหยี่ยวประเมินผลงานของทีมบริหารระดับหัวกะทิที่ยืนกระจัดกระจายกันทำหน้าที่ของตนอยู่ท่ามกลางไอร้อนระอุของภาคใต้ ไอร้อนจากแสงอาทิตย์ทำให้ใบหน้าทุกคนขึ้นไปด้วยเม็ดเหงื่อ เนื้อตัวที่ชุ่มโชกหยดเหงื่อไม่ใช่โมฆะสำหรับการทำงานในอาณาจักรของริคาร์โด้ เจมส์ ทุกอย่างต้องไร้ที่ติ และความผิดพลาดคือสิ่งเดียวที่เขาไม่ยอมรับ

แสงอาทิตย์กับไอร้อนจากเปลวแดดที่แผดจ้าทำให้อารมณ์ของ มอนิก้า หญิงสาวผู้สูงศักดิ์ที่ร่วมลงทุนในโปรเจกต์นี้ไม่ผ่องแผ้วนัก ความอ่อนล้าผสมผสานความหงุดหงิดส่งผ่านออกมาทางสายตากับกิริยาท่าทางของเธอ ใบหน้าของเธอเกรี้ยวบึ้ง อารมณ์ที่ไม่ปกติทำให้หญิงสาวเผลอเหวี่ยงวีนใส่ทีมงานอยู่เนื่องๆ จน      แอนโทนี่สัมผัสได้ถึงความไม่พอใจเป็นริ้วๆ บนสีหน้าของคีรัน เขาจึงรีบขยับเข้ามากระซิบแก้ต่างแทนหญิงสาว

“คาร์ส ผมว่าเราควรพักได้แล้วนะ แล้วพรุ่งนี้เราค่อยเริ่มทำงานกันใหม่ดีไหม นี่ก็เลยเวลาอาหารเที่ยงมานานแล้ว มอนิก้าน่าจะหิวเอามากๆ เลยทีเดียว” แอนโทนี่เอ่ยเตือนเจ้านายและเพื่อนสนิท พลางเหลือบตาชำเลืองมองใบหน้าแสดงอารมณ์ของหญิงสาวอย่างเหนื่อยหน่าย

“โอเค...เราจะพัก แต่นายไปบอกสเตลล่าให้จองตั๋วเครื่องบินกลับอิตาลีให้มอนิก้าได้เลย พอเธอหายเหนื่อยก็ให้ใครช่วยไปส่งเธอที่สนามบินด้วย ส่วนนายมีหน้าที่หา ‘ตัวแทน’ คนใหม่ที่มีความอดทนและอ่อนน้อมมากกว่านี้มาให้ฉันให้ได้ภายในวันพรุ่งนี้” คีรันเอ่ยอย่างมึนตึงขณะรวบเอกสารสำคัญเข้าหากัน

“ดิโอ! คุณจะให้ผมส่งมอนิก้ากลับและหาตัวแทนคนใหม่ที่ไหนมาให้คุณได้ทันในวันพรุ่งนี้คาร์ส ผมว่าคุณให้เธอพักสักชั่วโมงสองชั่วโมง แล้วผมจะตักเตือนไม่ให้เธอทำให้คุณระคายใจอีก ให้โอกาสเธอแก้ตัวสักครั้งจะได้ไหม”

แอนโทนี่รู้ดีว่าคีรันไม่พอใจที่มอนิก้าไม่รู้จักควบคุมอารมณ์และไร้ซึ่งความเข้มแข็ง แต่เขาค่อนข้างเห็นใจหญิงสาวที่ต้องอดทนอยู่กลางอากาศร้อนอบอ้าวนานกว่าครึ่งวันโดยไม่ได้หยุดพักเช่นนี้

“นายทำงานกับฉันมานานแค่ไหนแล้วโทนี่ นายน่าจะรู้ว่าฉันเป็นคนยังไง” คีรันเอ่ยอย่างไม่ยินดียินร้าย ขณะที่ยังไม่หยุดมือจากการจัดเก็บแฟ้มงานในส่วนของตน

“ผมรู้คาร์ส แต่นี่มันเมืองไทย คุณจะให้ผมส่งมอนิก้ากลับมันไม่ใช่เรื่องยาก แต่จะให้หาคนใหม่ที่มี ‘คุณสมบัติ’ ตามที่คุณต้องการมาให้ภายในวันพรุ่งนี้นี่สิ”

แอนโทนี่ถอนใจฟืดฟาด เขารู้สึกยุ่งยากใจจนต้องร้องเรียกหาพระเจ้าเลยทีเดียว “ดิโอ...มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ”

“เอเจนซี่ในเมืองไทยเยอะแยะ ฉันไม่เชื่อว่านายจะหาผู้หญิงที่มีลักษณะตามที่ฉันต้องการมาไม่ได้...ฉันเชื่อมือบัณฑิตนอกอย่างนายนะโทนี่”

บทถัดไป