บทที่ 2 Ep.2

“ใช่คาร์ส เอเจนซี่ในไทยมีเยอะ แต่ว่าผู้หญิงที่มีลักษณะอ่อนหวานอย่างที่คุณต้องการแต่ต้องทนมือทนเท้าและรับแรงกดดันจากมาเฟียอย่างคุณได้ มันไม่ใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ แค่ชั่วข้ามคืนนะคาร์ส คุณกำลังทำให้ผมรู้สึกยุ่งยากใจมากรู้ไหมท่านประธาน” แอนโทนี่เสยผมที่ตกลงมาปรกหน้าเพราะแรงลมพลางบ่นกระปอดกระแปด แต่คดีพลิกตรงคนที่เลือกทำตัวเป็นทั้งเพื่อนและเจ้านายในท้ายประโยค

คีรันรู้ว่าถูกเพื่อนประชด เขาเงยหน้ามองตาแอนโทนี่แล้วเอ่ยสรุปอย่างที่อีกฝ่ายไม่สามารถปฏิเสธได้อีก “ตกลง...ฉันจะยอมหยุดงานนี้ไว้ 2 สัปดาห์ ให้นายหาคนใหม่ หวังว่านายจะไม่ทำให้ฉันผิดหวัง สองสัปดาห์ข้างหน้าฉันต้องได้คนใหม่มาทำหน้าที่แทนมอนิก้า”

แอนโทนี่ถอนใจยาวพลางโค้งกายรับคำสั่งด้วยท่าทางประชดประชัน “ในเมื่อคุณตัดสินใจแล้ว คำสั่งของคุณก็ศักดิ์สิทธิ์เสมอท่านประธาน ผมไม่ทำตามจะได้เหรอคาร์ส”

“นายเข้าใจก็ดีแล้ว”

คีรันไหวไหล่และหันไปหยิบสูทตัวนอก เตรียมจะเดินกลับวิลลา แต่นึกได้ว่าลืมบอกแอนโทนี่อีกเรื่องจึงหันกลับมาสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

“อ้อ...แล้วอย่าลืมว่าฉันต้องการคนที่เป็น ‘เพชรแท้’ ของที่นี่จริงๆ ไม่ใช่คนสวยแต่เปลือกที่รับมือความกดดันไม่ได้แบบที่ผ่านๆ มา”

แอนโทนี่หยุดยืนสังเกตการณ์หญิงสาวชาวไทยที่กำลังทำหน้าที่ท่ามกลางแสงอาทิตย์เที่ยงวันโดยไม่ ปริปากบ่น เธออยู่ในชุดไทยประยุกต์ที่ตัดเย็บอย่างประณีตประดับถมพิมพ์พัสตราภรณ์หลายชั้น แม้เครื่องแต่งกายจะดูหนักและอากาศจะร้อนระอุเพียงใด แต่นั่นกลับไม่เป็นอุปสรรคต่อความตั้งใจของเธอเลย แม้เธอจะดูเหนื่อยล้าและมีแววตาหม่นเศร้าแฝงอยู่ลึกๆ จนเขาเผลอเห็นเธอถอนหายใจยาวอยู่หลายครั้ง แต่ไร้ซึ่งเสียงอิฐออดผ่านริมฝีปากบางเฉียบออกมาให้ได้ยิน

ใบหน้างามตามแบบฉบับสาวใต้ยังคงประดับยิ้มละมุนที่มุมปาก ดวงตาคู่สวยที่ดูเหมือนจะมีหยาดน้ำตาคลอเคลียอยู่จางๆ ตลอดเวลา ยิ่งขับให้เธอดูอ่อนโยนและน่าทะนุถนอม ผิวของเธอสวยละเอียดเป็นสีน้ำผึ้ง กอปรกับนัยน์ตากลมโตภายใต้ใบหน้าได้รูปเกลี้ยงเกลา ส่งให้ พินอิน ดูโดดเด่นและมีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างประหลาด... เป็นความงามที่ดูเปราะบางแต่กลับเข้มแข็งอย่างน่าเหลือเชื่อ

หนุ่มอิตาเลี่ยนหรี่ตาข้างหนึ่งเมื่อเห็นความงดงามล้อแสงตะวันของเธอ รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนริมฝีปากหยักเมื่อสังเกตการทำงานของหญิงสาว เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าจะผ่านมพบ "ช้างเผือก" กลางป่า ผู้หญิงที่มีบุคลิกสง่างามยิ่งกว่ามอนิก้า แต่กลับดูนุ่มนวลและเย้ายวนใจในเวลาเดียวกัน และที่สำคัญที่สุดคือเธอมีความอดทนสูงส่ง เรียกได้ว่ามีลักษณะตรงตามที่ท่านประธานคีรันต้องการไม่ผิดเพี้ยน

แอนโทนี่เฝ้ามองพินอินด้วยสีหน้าครุ่นคิด ขณะกะประมาณอายุของเธอไว้ในใจ เขาเชื่อมั่นในสายตาตนเองว่าเธอน่าจะอยู่ในช่วงอายุไม่เกิน 25 ปีเท่านั้น เขามองสำรวจหญิงสาวอย่างละเอียด... ตั้งแต่จมูกของเธอที่ขึ้นสันได้รูปสวย รับกับริมฝีปากอิ่มเป็นกระจับ ผมของเธอถูกม้วนเป็นมวยคลอบด้วยเครื่องประดับทองโบราณ รูปร่างของเธอโปร่งระหง ความสูงน่าจะราวๆ 170 เซนติเมตร ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบสำหรับตำแหน่งตัวแทนภาพลักษณ์อาณาจักรริคาร์โด้

เมื่อการแสดงจบลงและถึงช่วงพัก แอนโทนี่ไม่รอช้าที่จะเดินตรงดิ่งเข้าไปหาหญิงสาวอย่างมั่นใจ ท่ามกลางสายตาแปลกใจของคนรอบข้าง เขาส่งยิ้มเชื่อมไมตรีแล้วแนะนำตัวกับเธอด้วยภาษาอังกฤษที่สุภาพและทรงพลัง

“สวัสดีครับ ผมชื่อแอนโทนี่ เปโลติโน่... ไม่ทราบว่าคุณพอจะพูดภาษาอังกฤษได้หรือเปล่าครับ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม

“ค่ะ ฉันพอจะเข้าใจและคุยกับคุณได้ค่ะคุณแอนโทนี่ ฉันชื่อพินอิน ไม่ทราบว่าคุณต้องการให้ฉันช่วยอะไรหรือเปล่าคะ” พินอินตอบกลับด้วยความอ่อนหวาน แต่แววตาของเธอเขย่าความรู้สึกของคนมองด้วยความนุ่มนวลจนน่าสงสาร

“ดิโอ! ขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้ผมได้พบคุณ” แอนโทนี่ยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้น “ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมเป็นหัวหน้าคณะผู้บริหารและมือขวาของ คีรัน ริคาร์โด้ เจมส์ ประธานกลุ่มบริษัทริคาร์โด้ เจมส์ ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแถบยุโรปขณะนี้ คุณน่าจะเคยได้ยินชื่อของเขามาบ้างใช่ไหมครับ”

พินอินนิ่งไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก “แน่นอนค่ะ ฉันเคยได้ยินชื่อเสียงความเฉียบขาดและน่าเกรงขามของคุณคีรันมาบ้าง”

“ดีเลยครับที่ท่านประธานของผมมีชื่อเสียงมาถึงที่นี่” แอนโทนี่เอ่ยอย่างยินดี

“และไม่ทราบว่าเรื่องของคุณคีรัน เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องที่คุณต้องการให้ฉันช่วยหรือคะ” เธอถามกลับด้วยความสงสัยแต่ยังคงไว้ซึ่งกิริยาที่ดูเจียมเนื้อเจียมตัว

แอนโทนี่มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาหมายมั่น เขาได้พบ 'เพชรแท้' ที่จะไปสยบอารมณ์ดุดันของท่านประธานมาเฟียได้แล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป