บทที่ 4 พักบ้างก็ดี

พิจิกาบอกข่าวดีกับมารดาในเช้าวันต่อมา เพราะเมื่อคืนตอนกลับมาถึงบ้านมารดาของเธอก็เข้านอนแล้วเหมือนกันทุกวัน

“แม่คงไปกับผิงไม่ได้นะ”

“อ้าว ทำไมล่ะคะ หรือแม่กลัวจะขาดรายได้ ไม่ต้องห่วงนะคะ นอกจากเราจะได้เที่ยวฟรีแล้ว ผิงยังได้เงินติดกระเป๋าอีกตั้งสามพันนะคะแม่”

“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก พอดีแม่นัดกับป้าๆ ที่ขายของหน้าโรงเรียนไว้แล้ว พวกเราไปทำบุญแล้วก็เที่ยวกันทางเหนือจ้ะ”

“แล้วป้าๆ เขาไม่ขายของกันเหรอคะแม่ ปกติหนูไม่เคยเห็นจะหยุดกันเลย”

“ก็ช่วงนี้เป็นช่วงสอบไงล่ะ เด็กสลับกันมาสอบ และเลิกสอบตั้งแต่บ่ายสอง พวกเขาก็เลยรีบกลับบ้านไปอ่านหนังสือกันน่ะ”

“เหรอคะ แต่ผิงอยากให้แม่ไปด้วยนี่คะ เราไม่ได้เที่ยวด้วยกันนานแล้วนะคะแม่”        

“เอาไว้โอกาสหน้าก็ยังมีนี่ลูก”

“งั้นผิงให้ที่พักพี่ญาไปนะคะ”

“ทำไมล่ะ แม่ว่าหนูไปเที่ยวพักผ่อนให้สบายใจเถอะนะ เอาทุกอย่างไปทิ้งทะเล แล้วกลับมาจะได้เจอแต่สิ่งดีๆ”

หญิงสาวเล่าเรื่องที่เธอกับแฟนหนุ่มเลิกกันให้มารดาฟัง ปัทมารู้สึกเห็นใจลูกสาวมากเพราะพิจิกากันแฟนหนุ่มคบกันมานานจนถึงขั้นวางแผนที่จะแต่งงานกันในปีหน้า แต่ก็นับว่ายังโชคดีที่จับได้เสียก่อนว่าเขากับเพื่อนรักของลูกสาวแอบคบหากับลับหลัง

“ดีเหมือนกันค่ะแม่ ผิงจะเอาทุกอย่างไปทิ้งที่นั่น ไปเริ่มต้นใหม่บางทีผิงอาจจะเจอหนุ่มหล่อๆ รวยๆ ก็ได้นะคะแม่”

“ไม่ต้องถึงกับหล่อรวยหรอกนะผิง แม่ขอแค่เขารักลูกสาวแม่จริงๆ ก็พอ”

“นั้นสิคะ ผิงขอแค่คนที่รักผิงก็พอ”

.......    

“พ่อว่าช่วงนี้พีร์ทำงานหนักเกินไปแล้วนะ” คุณธวัชชัยเอ่ยกับลูกชายคนโตที่กลับมาถึงบ้านแต่ละวันด้วยสภาพอิดโรยราวกับไปออกรบ

“ผมชินแล้วครับพ่อ” พีราวัชรหรือพีร์หนุ่มโสดวัย 35 ปีที่เป็นผู้บริหารระดับสูงของ TP Shopping Mall ซึ่งมีสาขาอยู่ในกรุงเทพสองแห่ง ต่างจังหวัดอีกถึงสี่แห่งและปลายปีนี้ก็จะเปิดที่เวียดนามอีกหนึ่งแห่ง

“ได้ข่าวว่าช่วงนี้ห้างปรับปรุงใช่เหรอ ทำไมไม่ใช้ช่วงนี้พักผ่อนละ  ไปภูเก็ตไหมล่ะ ทะเลกำลังสวยเลย” คุณประภัสสรบอกลูกชาย

“ไม่ดีกว่าครับแม่ ผมเพิ่งให้ตั๋วเครื่องบินกับที่พักฟรีกับลูกค้าที่เช่าพื้นที่ในห้างไป ถ้าไปเที่ยวแล้วบังเอิญเจอกันผมกลัวพวกเขาจะไม่สนุก” ชายหนุ่มนั่งลงบนโซฟาข้างมารดาก่อนจะยกน้ำที่เด็กรับใช้เอามาเสิร์ฟขึ้นดื่มเพื่อดับกระหาย

“พีร์คิดเหรอว่าคนพวกนั้นจะจำพีร์ได้ พีร์เคยเดินลงมาที่ห้างที่ไหนกันละ ไปถึงก็ขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนสุดเลยแล้วใครที่ไหนจะจำลูกแม่ได้กัน”       

“แต่จำไม่ได้ก็ดีเหมือนกันนะคุณ พวกสาวที่ห้างก็จะได้ไม่วุ่นวาย”

“พูดถึงสาว แล้วเมื่อไหร่ลูกของแม่จะหาสะใภ้ให้แม่สักทีล่ะลูก แม่รอนานแล้วนะ”

“อย่ารอเลยครับแม่ ผมยังไม่คิดเรื่องนั้น”

“แต่พีร์จะสนุกไปวันๆ ไม่ได้นะ อีกหน่อยใครจะมาสืบทอดกิจการล่ะ”

“ก็ลูกนายวินกับข้าวหอมไงครับแม่” เขาหมายถึงน้องชายกับน้องสาวที่ตอนนี้ทั้งสองนั้นแต่งงานไปแล้ว

“พูดอย่างกับสองคนนั้นมีหลานให้แม่แล้วอย่างนั้นแหละ เฮ้อ! ไม่รู้ไปทำกรรมที่ไหนมา มีลูกกับเขาตั้งสามคนแต่ยังไม่มีหลานให้อุ้ม แม่ว่าพีร์ลองมาหาคนรู้ใจไว้บ้างก็ดีนะลูก”

“แม่ครับ ผมยังไม่เคยเจอใครที่ถูกใจจนอยากจะให้มาเป็นแม่ของลูกได้เลยนะครับ”

“ก็เราเอาแต่ทำงานไงล่ะ แล้วจะเจอใครที่ไหนล่ะ ลูกสาวของเพื่อนแม่ก็แต่งงานกันไปหมดแล้ว”       

“อย่าคิดมากเลยครับแม่ เนื้อคู่ผมอาจจะยังไม่เกิดก็ได้นะครับ”

“ปีนี้พีร์อายุ 35 แล้วนะ เนื้อคู่เราอาจจะเกิดแล้วและรอเราที่ไหนสักแห่งนะ”

“แล้วผมจะรู้ได้ยังไงล่ะครับพ่อว่าเขารออยู่ที่ไหน ไม่เห็นเขาจะเมลหรือไลน์มาบอกเลยนะครับ” พีราวัชรพูดพลางหัวเราะร่วน ชายหนุ่มไม่เชื่อเรื่องความรักหรือเนื้อคู่เพราะเคยมีแฟนที่รักกันมาก คบกับตั้งแต่เรียนปีสอง แต่พอเขาไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเพียงสามเดือนเธอก็แต่งงานกับนักธุรกิจชาวไต้หวันและย้ายไปอยู่กับสามีสิบกว่าปีแล้ว

“อย่ามาทำเป็นตลกนะพีร์”

“ก็ผมพูดจริงนี่ครับแม่”

“แต่ก่อนพ่อก็คิดแบบนี้ แต่พอเจอแม่แค่ครั้งเดียวพ่อก็รู้เลยว่าแม่คือเนื้อคู่”

“แล้วพ่อจะรู้ได้ยังไงล่ะครับว่าแม่เป็นเนื้อคู่”

“เรื่องนี้เจอกับตัวเองแล้วก็จะรู้”

“แม่ละครับ รู้ได้ยังไง” เมื่อถามบิดาแล้วไม่ได้คำตอบเขาก็ถามมารดาบ้าง

“สำหรับแม่ต้องใช้เวลา ไม่ใช่เจอปุ๊บรู้ปั๊บหรอกนะ แม่คุยกับพ่ออยู่หลายครั้งยิ่งคุยก็รู้สึกเหมือนคนเคยที่เจอกันมานาน ทั้งที่เพิ่งได้เจอกันไม่กี่ครั้ง จังหวะหัวใจของแม่เต้นแปลกไปจากเดิม แล้วยิ่งได้อยู่ใกล้พ่อมันเหมือนกับว่ามันเต้นประสานกับจังหวะหัวใจของพ่อ”

“ผมว่าพ่อกับแม่นี่ดูละครมากไปแล้วนะครับ”

“เราถามแม่เองนะพีร์แม่ก็ตอบไปตามนั้นจริงไหมคะคุณ”เธอหันไปถามสามีเพื่อให้ช่วยยืนยัน

“จริงจ้ะ อย่างเจ้าพีร์นี่หัวใจมันคงตายด้านไปแล้วล่ะมั้ง พ่อว่าลูกชายคนโตของบ้านนี้คงจะอยู่เป็นโสดไปจนแก่แน่ๆ”

“ผมว่าพ่อกับกำลังกดดันและท้าทายผมนะครับ”   

“พ่อพูดตามความจริงนี้พีร์ อายุอย่างเราควรจริงจังได้แล้ว เรื่องงานก็เข้าที่เข้าทาง เหลือแค่เรื่องครอบครัวนี่แหละที่พ่อกับแม่เป็นห่วง”

“ถ้าผมเจอคนที่ถูกใจผมแต่ไม่ถูกใจพ่อกับแม่ละครับ ประมาณว่าครอบครัวเราไม่เท่าเทียมกัน ฐานะเขาด้อยกว่า เขาเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว อะไรทำนองนี้พ่อกับแม่จะรับได้เหรอครับ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป